สรุป 7 วันอันตรายปีใหม่ 2569 เกิดอุบัติเหตุ 1,511 ครั้ง เสียชีวิต 272 ราย

นายชัยวัฒน์ ชื่นโกสุม รองปลัดกระทรวงมหาดไทย ด้านสาธารณภัยและพัฒนาเมือง ในฐานะประธานแถลงข่าวสรุปผลการดำเนินงานของศูนย์อำนวยการป้องกันและลดอุบัติเหตุทางช่วงเทศกาลปีใหม่ พ.ศ. 2569 เปิดเผยว่า วันนี้เป็นวันสุดท้ายของการรณรงค์ช่วงควบคุมเข้มข้น 7 วัน ซึ่งศูนย์อำนวยการป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนนช่วงเทศกาลปีใหม่ พ.ศ. 2569 โดยกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยและความร่วมมือของภาคีเครือข่ายได้รวบรวมสถิติอุบัติเหตุทางถนน ประจำวันที่ 5 มกราคม 2569 ซึ่งเป็นวันที่ 7 ของการรณรงค์ “ขับขี่ปลอดภัย ลดความเร็ว ลดอุบัติเหตุ” เกิดอุบัติเหตุ 142 ครั้ง ผู้บาดเจ็บ 155 คน ผู้เสียชีวิต 19 ราย
สาเหตุที่ทำให้เกิดอุบัติเหตุสูงสุด ได้แก่ ขับรถเร็วเกินกำหนด ร้อยละ 39.44 ตัดหน้ากระชั้นชิด ร้อยละ 20.42 ยานพาหนะที่เกิดอุบัติเหตุสูงสุด ได้แก่ รถจักรยานยนต์ ร้อยละ 68.53 ส่วนใหญ่เกิดบนเส้นทางตรง ร้อยละ 87.32 ถนนกรมทางหลวง ร้อยละ 49.48 ถนนใน อบต./หมู่บ้าน ร้อยละ 24.65 ช่วงเวลาที่เกิดอุบัติเหตุสูงสุด ได้แก่ ช่วงเวลา 15.01 - 18.00 น. ร้อยละ 20.42 ผู้บาดเจ็บและเสียชีวิตสูงสุด อยู่ในช่วงอายุ 60 - 69 ปี ร้อยละ 15.52 โดยจังหวัดที่เกิดอุบัติเหตุสูงสุด ได้แก่ พัทลุง และยะลา (จังหวัดละ 7 ครั้ง) จังหวัดที่มีผู้บาดเจ็บสูงสุด ได้แก่ พัทลุง (9 คน) จังหวัดที่มีผู้เสียชีวิตสูงสุด ได้แก่ นครสวรรค์ (4 ราย)
สรุปอุบัติเหตุทางถนนสะสมในช่วง 7 วัน (30 ธ.ค. 68 - 5 ม.ค. 69)
เกิดอุบัติเหตุรวม 1,511 ครั้ง ผู้บาดเจ็บ รวม 1,464 คน ผู้เสียชีวิต รวม 272 ราย จังหวัดที่เกิดอุบัติเหตุสะสมสูงสุดได้แก่ ภูเก็ต (55 ครั้ง) จังหวัดที่มีผู้บาดเจ็บสะสมสูงสุด ได้แก่ ภูเก็ต (58 คน) จังหวัดที่มีผู้เสียชีวิตสะสมสูงสุด ได้แก่ กรุงเทพมหานคร (22 ราย) จังหวัดที่ไม่มีผู้เสียชีวิต (ตายเป็นศูนย์) มี 5 จังหวัด ได้แก่ จังหวัดสมุทรสงคราม หนองบัวลำภู อุทัยธานี แพร่ และสตูล
นายชัยวัฒน์ รองปลัดกระทรวงมหาดไทย กล่าวต่อว่า สถิติการเกิดอุบัติเหตุทางถนนในช่วงควบคุมเข้มข้น 7 วัน (30 ธ.ค. 68 - 5 ม.ค. 69) พบว่า ตัวเลขการเกิดอุบัติเหตุ จำนวนผู้ได้รับบาดเจ็บและผู้เสียชีวิต ลดลงเมื่อเทียบกับเทศกาลปีใหม่ที่ผ่านมา ถือว่าเป็นทิศทางที่ดีขึ้นอย่างยิ่ง อย่างไรก็ตาม เมื่อพิจารณาจำนวนผู้เสียชีวิตจากพฤติกรรมเสี่ยงหลัก พบว่า การขับรถเร็วยังเป็นพฤติกรรมเสี่ยงหลักที่ทำให้เสียชีวิต รวมถึงการดื่มแล้วขับ ตัดหน้ากระชั้นชิด การขับรถย้อนศร ไม่สวมหมวกนิรภัย และไม่คาดเข็มขัดนิรภัย
ศปถ. จึงสั่งการหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งระดับส่วนกลางและพื้นที่ดำเนินการป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนนอย่างต่อเนื่องตลอดทั้งปี เพื่อให้สามารถลดความเสี่ยงการเกิดอุบัติเหตุ และลดอัตราผู้ได้รับบาดเจ็บและเสียชีวิตได้จริง และเน้นย้ำให้จังหวัดบูรณาการทุกภาคส่วนอย่างต่อเนื่อง ไม่เพียงแต่ในช่วงเทศกาลและวันหยุดเท่านั้น แต่ต้องเน้นการบังคับใช้กฎหมายอย่างเข้มข้น โดยให้ความสำคัญกับกลุ่มเด็กและเยาวชนซึ่งยังเป็นกลุ่มช่วงอายุที่เกิดอุบัติเหตุทางถนนสูง
ในส่วนของการช่วยเหลือเยียวยาผู้ประสบอุบัติเหตุทางถนน บริษัท กลางคุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถ จำกัด ได้มีการจ่ายค่าสินไหมทดแทนแก่ทายาทผู้เสียชีวิตจากอุบัติเหตุในช่วงเทศกาลปีใหม่ภายใน 24 ชั่วโมง หลังจากเกิดเหตุ ซึ่งเป็นผู้มีประกัน พ.ร.บ. คุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถฯ ได้รับการคุ้มครองและเยียวยาตามสิทธิ์ 58.65% และอีก 41.35% ไม่มีประกัน พ.ร.บ. ทำให้ค่าใช้จ่ายในการรักษาพยาบาลและการสูญเสียทั้งหมดตกอยู่กับครอบครัวโดยตรง ซึ่งอุบัติเหตุที่เกิดขึ้นมักเกิดใกล้บ้านบนทางที่คุ้นเคย ขณะที่ ศปถ. ได้วางแผนบูรณาการทุกภาคส่วนเพื่อป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนนในช่วงเทศกาลสงกรานต์ที่จะเกิดขึ้นในระยะถัดไป
ทั้งการบูรณาการกองทุนเพื่อความปลอดภัยในการใช้รถใช้ถนน (กปถ.) ที่ระดมทุนจากการประมูลเลขทะเบียนสวย เพื่อนำมามาสนับสนุนโครงการและกิจกรรมส่งเสริมความปลอดภัยทางถนน และช่วยเหลือผู้ประสบภัยจากการใช้รถใช้ถนน ไม่ว่าจะเป็น การจัดหาป้ายเตือน อุปกรณ์นิรภัย จัดโครงการรณรงค์ เพื่อให้การทำงานด้านความปลอดภัยทางถนนในระดับมีผลลัพธ์ที่ดีมากขึ้น รวมทั้งเพิ่มความเข้มข้นการการทำงานในพื้นที่ ซึ่งอำเภอ ตำรวจ กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ควรร่วมกันขับเคลื่อนเดินหน้าเรื่องความปลอดภัยทางถนนให้เป็นกิจกรรมสำคัญ โดยเริ่มต้นที่การแก้ไขเสี่ยงระดับชุมชน และขยายผลให้กว้างขึ้น ซึ่งจะทำให้การป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนนของประเทศ
“การควบคุมเข้มข้น 7 วัน ในช่วงเทศกาลปีใหม่นี้ นายกรัฐมนตรี นายอนุทิน ชาญวีรกูล และ ศปถ. ขอส่งคำขอบคุณไปยังทุกจังหวัดและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทุกภาคส่วน ทั้งเจ้าหน้าที่ จิตอาสา และอาสาสมัครทุกท่าน ที่ได้มุ่งมั่น ทุ่มเท เสียสละวันหยุด ร่วมมือและร่วมใจเป็นพลังสำคัญในการปฏิบัติงาน เพื่อให้ประชาชนและนักท่องเที่ยวเดินทางด้วยความปลอดภัย และมีความสุขตลอดช่วงเทศกาล และขอให้สิ่งที่เราได้ร่วมกันดำเนินการเป็นกุศลอันยิ่งใหญ่ที่จะช่วยให้ประเทศไทยเป็นเมืองที่น่าอยู่ ถนนทุกสายสัญจรปลอดภัยอย่างยั่งยืน และขอขอบคุณสื่อมวลชนที่ช่วยสื่อสารการสร้างจิตสำนึกความปลอดภัยทางถนนให้เกิดขึ้นตลอดในห้วงที่ผ่านมา และถึงแม้การเฉลิมฉลองเทศกาลปีใหม่จะผ่านพ้นไปแล้ว แต่ขอให้ทุกภาคส่วนร่วมกันป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนนและสร้างการสัญจรที่ปลอดภัยให้ทุกการเดินทางของประชาชนมีแต่ความสุขและความปลอดภัยตลอดทั้งปี” นายชัยวัฒน์ กล่าว
ด้านนายธีรพัฒน์ คัชมาตย์ อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย ในฐานะเลขานุการคณะกรรมการศูนย์อำนวยการความปลอดภัยทางถนน กล่าวว่า “แม้สถิติการเกิดอุบัติเหตุ ผู้บาดเจ็บ และผู้เสียชีวิต จากอุบัติเหตุทางถนนในช่วงปีใหม่ 2569 จะลดลง แต่ ศปถ. ขอให้จังหวัดขับเคลื่อนการป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนนโดยใช้กลไกของศูนย์อำนวยการความปลอดภัยทางถนนในทุกระดับ ควบคู่ไปกับการรณรงค์ประชาสัมพันธ์สร้างการรับรู้และความตระหนักในการใช้รถใช้ถนนอย่างปลอดภัย อาทิ การตรวจสอบความพร้อมของยานพาหนะ การขับขี่ยานพาหนะอย่างถูกต้อง และการจัดทำประกันภัย เพื่อปรับเปลี่ยนทัศนคติของผู้ขับขี่ให้มีจิตสำนึกเรื่องความปลอดภัยทางถนน ซึ่งจะช่วยสร้างความปลอดภัยทางถนนให้เกิดขึ้นในสังคมไทยอย่างยั่งยืน
ที่สำคัญหน่วยงานที่เกี่ยวข้องและจังหวัดจะต้องถอดบทเรียนการดำเนินงานป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนนช่วงเทศกาลปีใหม่ พ.ศ. 2569 โดยนำข้อมูลมาวิเคราะห์ในทุกมิติ เพื่อกำหนดแนวทางและมาตรการการดำเนินงานแก้ไขปัจจัยเสี่ยงการเกิดอุบัติเหตุทางถนนให้สอดคล้องกับข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้นในพื้นที่ และนำแนวทางการปฏิบัติงานของอำเภอและองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นที่ไม่มีการเกิดอุบัติเหตุ การบาดเจ็บ และการเสียชีวิต มาเป็นต้นแบบในการปฏิบัติงาน รวมถึงให้บูรณาการการทำงานกับทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง ภาคประชาชน จิตอาสา และอาสาสมัคร ขับเคลื่อนการดำเนินการเชิงรุกเพื่อสร้างความปลอดภัยทางถนนต่อเนื่องตลอดทั้งปี
นอกจากนี้ คณะอนุกรรมการเฉพาะกิจศูนย์อำนวยการป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนนตลอดทั้งปีช่วงเทศกาลปีใหม่ พ.ศ. 2569 ได้มีข้อเสนอแนะเพื่อให้การป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนนของประเทศไทยมีประสิทธิภาพยิ่ง ๆ ขึ้น โดยย้ำการดำเนินการ 8 ด้านสำคัญ ได้แก่
1) ด้านการบริหารจัดการความปลอดภัยทางถนน
2) ด้านถนนและการสัญจรอย่างปลอดภัย
3) ด้านยานพาหนะปลอดภัย
4) ด้านผู้ใช้รถใช้ถนนอย่างปลอดภัย
5) ด้านการตอบสนองหลังเกิดเหตุ
6) ด้านการบริหารจัดการข้อมูลและติดตามประเมินผล
7) ด้านความปลอดภัยทางถนนขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น
ด้านการรณรงค์ประชาสัมพันธ์สร้างจิตสำนึกและความตระหนักในการใช้รถใช้ถนน ที่ต้องดำเนินการต่อเนื่องและจริงจัง พร้อมทั้งจะนำสรุปข้อสังเกตจากการประชุมฯ จัดทำเป็นข้อเสนอเชิงนโยบาย เพื่อนำเสนอคณะรัฐมนตรีต่อไป ท้ายนี้ ขอฝากถึงพี่น้องประชาชนทุกคนให้เข้าร่วมเป็นส่วนหนึ่งของการสร้างความปลอดภัยทางถนน โดยเริ่มต้นจากการไม่ทำพฤติกรรมเสี่ยงที่ทำให้เกิดอุบัติเหตุ ไม่ว่าจะเป็นการไม่สวมหมวกกันน็อค ไม่คาดเข็มขัดนิรภัย การขับรถเร็ว การดื่มแล้วขับ ตลอดจนการเพิ่มความระมัดระวังในการใช้รถใช้ถนน ขับรถตามกฎจราจร และมีน้ำใจกับผู้ร่วมใช้เส้นทาง เพื่อลดความสูญเสียจากอุบัติเหตุทางถนน”
Tag
ยอดนิยมในตอนนี้
