รีเซต

Meta เปิดตัวแว่น VR Glasses สุดเบา ท้าชน Vision Pro ในราคา 4 หมื่น

Meta เปิดตัวแว่น VR Glasses สุดเบา ท้าชน Vision Pro ในราคา 4 หมื่น
TNN ช่อง16
25 กันยายน 2569 ( 08:07 )
7
วันที่ 24 กันยายนที่ผ่านมา มาร์ก ซักเคอร์เบิร์ก (Mark Zuckerberg) ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของเมตา (Meta) เปิดตัว เมตา วีอาร์ กลาสเซส (Meta VR Glasses) ภายในงาน Meta Connect 2026 แว่นตา VR รุ่นใหม่ที่ถูกพัฒนาให้เป็นทั้งอุปกรณ์ความบันเทิง เครื่องเล่นเกม และพื้นที่ทำงานเสมือนจริงในอุปกรณ์เดียว โดยตัวแว่นมีน้ำหนักประมาณ 100 กรัม หรือเบากว่า Meta Quest 3 ราว 5 เท่า

Meta VR Glasses ใช้จอ Micro-OLED ความละเอียดระดับ 5K พร้อมระบบเสียง Dolby Atmos และรองรับ Dolby Vision รวมถึงได้รับการรับรอง IMAX Enhanced สำหรับรับชมภาพยนตร์เสมือนโรงภาพยนตร์ส่วนตัว นอกจากนี้ยังสามารถสร้างพื้นที่ทำงานแบบหลายหน้าจอ เล่นเกม และเปลี่ยนพื้นผิวเรียบให้เป็นคีย์บอร์ดและ Touchpad เสมือน โดยควบคุมผ่านเสียง สายตา และท่าทางมือโดยไม่ต้องใช้ Controller

Meta มีกำหนดวางจำหน่าย Meta VR Glasses ในช่วงฤดูใบไม้ผลิปี 2027 ราคา 1,299.99 ดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ 41,000 บาท นับเป็นการวางราคาต่ำกว่า Apple Vision Pro อย่างชัดเจน และแสดงให้เห็นความพยายามของ Meta ในการย่อเทคโนโลยี Spatial Computing จากเฮดเซตขนาดใหญ่ให้เข้าใกล้รูปแบบของแว่นตาที่สามารถสวมใส่ในชีวิตประจำวันได้มากขึ้น

⬛️ ดีไซน์น้ำหนักเบาและสถาปัตยกรรมแยกส่วน

ตัวแว่น Meta VR Glasses มีรูปลักษณ์ภายนอกคล้ายกับแว่นตากันแดดขนาดใหญ่ และมีน้ำหนักตัวเรือนเพียง 100 กรัม ซึ่งเบากว่าตัวชุดหูฟังของ Apple Vision Pro ที่มีน้ำหนักราว 1.3 ถึง 1.7 ปอนด์อย่างเห็นได้ชัด ความก้าวหน้าด้านน้ำหนักนี้เกิดจากการย้ายส่วนประมวลผลและพลังงานออกไปไว้ในตลับคอมพิวท์พัคภายนอกที่มีน้ำหนัก 300 กรัม 

ในด้านการเชื่อมต่อใช้สายเคเบิลและสามารถพกพาในกระเป๋าเสื้อหรือกระเป๋ากางเกงได้ ทั้งนี้ โครงสร้างของแว่นไม่รองรับการสวมทับแว่นสายตาเดิม แต่ผู้ใช้สามารถสั่งตัดกรอบเลนส์สายตาเฉพาะบุคคลเพื่อติดตั้งเสริมได้ตามปกติ

⬛️ ขุมพลังฮาร์ดแวร์ระดับท็อปและหน้าจอความละเอียด 5K

ด้านประสิทธิภาพ การประมวลผลหลักเกิดขึ้นภายในคอมพิวท์พัคซึ่งขับเคลื่อนด้วยชิปเซ็ต Qualcomm Snapdragon Reality Elite หรือ XR2 Gen 3 ร่วมกับหน่วยความจำ RAM 12GB และความจุเก็บข้อมูล 128GB พร้อมช่องเสียบ microSD Card 

ด้านการแสดงผลใช้หน้าจอ micro-OLED ความละเอียด 5K หรือ 2,412 x 2,288 พิกเซลต่อข้าง อัตรารีเฟรช 120Hz โดยมีมุมมองภาพแนวนอนกว้าง 70 องศา ซึ่งแม้จะน้อยกว่ามุมมอง 100 องศาของ Vision Pro แต่ก็สูงกว่าแว่นตาแสดงผลทั่วไปในท้องตลาดอย่างมาก

⬛️ ระบบเซนเซอร์ การควบคุม และฟีเจอร์อัจฉริยะ

ตัวแว่นติดตั้งกล้องภายนอก 6 ตัวเพื่อใช้สำหรับระบบถ่ายทอดภาพจริงแบบสี หรือ Color Passthrough และติดตามการเคลื่อนไหว ร่วมกับกล้องภายในอีก 4 ตัว สำหรับติดตามทิศทางสายตา ตลอดจนกล้องตรวจจับมือผู้ใช้งานเพื่อรองรับการสั่งงานด้วยท่าทางแบบไร้คอนโทรลเลอร์ 

นอกจากนี้ ยังมีระบบปลดล็อกด้วยเทคโนโลยีสแกนรูม่านตา และฟีเจอร์สร้างตัวตนเสมือนแบบดิจิทัลโฮโลแกรมสำหรับใช้สนทนากับเพื่อนในโลกเสมือน

⬛️ คลังความบันเทิง เกม และภาพยนตร์สามมิติ

ด้านซอฟต์แวร์ อุปกรณ์ทำงานบนระบบปฏิบัติการ Quest OS รองรับการชมภาพยนตร์บนหน้าจอเสมือนขนาดใหญ่ และการต่อเชื่อมคอมพิวเตอร์เพื่อทำงานหลายหน้าต่างพร้อมกัน โดยเปิดตัวพร้อมเกมที่สั่งงานด้วยท่าทางมือมากกว่า 75 เกม และรองรับการเชื่อมต่อคอนโทรลเลอร์ Touch Plus สำหรับเล่นเกมบน Quest VR

ผู้ใช้สามารถซื้อหรือเช่าภาพยนตร์ 3D ผ่านแอปพลิเคชัน Disney+ และ Peacock รวมทั้งฟอร์แมตภาพยนตร์พิเศษ VR Enhanced Cinema ที่ขยายเอฟเฟกต์ภาพยนตร์ออกสู่พื้นที่จริง ตลอดจนรองรับแอปพลิเคชันจาก National Geographic ที่มีวิดีโอ 3D แบบ 180 องศาในปี 2027
⬛️ การแข่งขันในตลาดเทคโนโลยีเสมือนจริง

การพัฒนา Meta VR Glasses ถือเป็นก้าวสำคัญของการปรับเปลี่ยนรูปแบบอุปกรณ์ VR ให้สวมใส่ง่าย พกพาสะดวก และไม่รบกวนทรงผมของผู้ใช้งานเมื่อเทียบกับชุดหูฟังแบบเดิม แม้ต้องพบกับประเด็นเรื่องข้อกังวลความเป็นส่วนตัวเกี่ยวกับกล้องถ่ายภาพในพื้นที่สาธารณะ แต่ผลิตภัณฑ์นี้ถือเป็นคู่แข่งที่น่าจับตาในขณะที่ Apple Vision Pro กำลังเผชิญความท้าทาย ทั้งเรื่องการปรับลดพนักงานและการย้ายไปร่วมงานกับ OpenAI ของผู้บริหารระดับสูง

ยอดนิยมในตอนนี้

แท็กยอดนิยม

ข่าวที่เกี่ยวข้อง