AI นำทาง “คนตาบอด” ใช้ได้บนสมาร์ตโฟน นำทางเร็วขึ้น ชนสิ่งกีดขวางลดลง

การที่เรามีสายตาปกติ หรือไม่ได้มีปัญหาด้านการมองเห็น ทำให้การค้นหาสิ่งของ หรือเดินทางไปยังจุดหมายต่าง ๆ เป็นสิ่งที่เราล้วนแต่ทำได้อย่างคล่องแคล่ว แต่สำหรับผู้ที่มีความบกพร่องทางการมองเห็นหรือสูญเสียการมองเห็นไปโดยสิ้นเชิง สิ่งเหล่านี้กลับกลายเป็นเรื่องยาก อันตราย หรือถึงขั้นเป็นไปไม่ได้เลย ทำให้ปัจจุบันมีเครื่องมือเทคโนโลยีมากมาย ที่ช่วยให้การใช้ชีวิตสะดวกสบายขึ้น ไม่ว่าจะเป็นหุ่นยนต์สุนัขนำทาง หุ่นยนต์ช่วยเดิน แว่นตาอัจฉริยะ หรือแม้แต่เสื้อกั๊กแบบสั่นสำหรับสุนัขนำทาง และล่าสุดกับผลงานที่อาจจะช่วยให้การนำทางทำได้ง่ายขึ้น โดยพึ่งพาอุปกรณ์ใกล้ตัวอย่าง “สมาร์ตโฟน”
โมบิลิโอ
ล่าสุด มหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ดได้พัฒนานวัตกรรมที่มีชื่อว่า โมบิลิโอ (Mobilio) เป็นแอปพลิเคชันบนสมาร์ตโฟนที่ขับเคลื่อนด้วยปัญญาประดิษฐ์ (AI) โดยใช้เซนเซอร์ร่วมกับสัญญาณเสียงที่ออกแบบมาโดยเฉพาะ เพื่อช่วยนำทางผู้ใช้งานไปยังจุดหมายแบบเรียลไทม์ พร้อมทั้งคอยแจ้งเตือนให้หลีกเลี่ยงสิ่งกีดขวางและอันตรายต่าง ๆ รวมทั้งได้รับการตีพิมพ์งานวิจัยในวารสารเนเจอร์ ไบโอเมดิคัล เอ็นจิเนียร์ริ่ง (Nature Biomedical Engineering) เป็นที่เรียบร้อยแล้ว
งานวิจัยนี้ได้รับการพัฒนาโดย นักศึกษาระดับปริญญาเอก เรย์มอนด์ หลิว (Raymond Liu) และผู้ช่วยศาสตราจารย์ด้านวิศวกรรมชีวภาพ แพทริก สเลด (Patrick Slade) ทั้งสองได้อธิบายว่า ผู้เข้าร่วมทดสอบจำนวน 14 คนที่ใช้แอปพลิเคชันโมบิลิโอ (Mobilio) ควบคู่ไปกับการใช้ไม้เท้า สามารถเดินทางถึงจุดหมายได้รวดเร็วขึ้น 13% และเกิดการชนสิ่งกีดขวางภายในอาคารลดลงถึง 41% เมื่อเปรียบเทียบกับการใช้ไม้เท้าร่วมกับแอปพลิเคชันนำทางชื่อดังอย่าง กูเกิล แมพส์ (Google Maps)
การให้กลุ่มเป้าหมายเป็นศูนย์กลางการพัฒนา
ด้วยเหตุที่พี่ชายของหนึ่งในทีมวิจัยเป็นผู้พิการทางสายตา พวกเขาจึงตระหนักเป็นอย่างดีว่าการทดสอบโดยคนจริง ๆ เป็นเรื่องสำคัญ เพราะเราไม่รู้เลยว่าแต่ละคนจะมีปฏิกิริยาอย่างไรต่ออุปกรณ์นั้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งในกลุ่มผู้ที่ตาบอดหรือมีความบกพร่องทางการมองเห็น ซึ่งเป็นกลุ่มที่มีความหลากหลายสูงมาก
จุดเด่นหลายประการของโมบิลิโอ (Mobilio) จึงมาจากการที่นักวิจัยได้ศึกษาความต้องการและประสบการณ์ของผู้ที่มีความบกพร่องทางการมองเห็นหรือสูญเสียการมองเห็นกว่า 100 คน ซึ่งผลการศึกษาชี้ให้เห็นถึงความต้องการหลัก 3 ประการ ได้แก่
การได้รับคำแนะนำอย่างต่อเนื่องตลอดเส้นทางตรง
การนำทางแบบแม่นยำและเรียลไทม์
ความสามารถในการตรวจจับสิ่งกีดขวางได้อย่างน่าเชื่อถือ
ใช้สมาร์ตโฟนให้เป็นประโยชน์
ข้อดีของโมบิลิโอ (Mobilio) คือการใช้ประโยชน์จากสมาร์ตโฟน ทำให้ผู้ใช้งานไม่จำเป็นต้องซื้ออุปกรณ์ราคาแพงหรืออุปกรณ์ที่หาได้ยาก โดยแอปพลิเคชันนี้จะอาศัยกล้อง, ระบบ GPS, เซนเซอร์ตรวจจับการเคลื่อนไหว (Inertia-detection) และเซนเซอร์ LiDAR (หากมี) ที่ติดตั้งอยู่ในสมาร์ตโฟน นอกจากนี้ หลิว (Liu) และสเลด (Slade) ยังได้เพิ่มโมเดลคอมพิวเตอร์วิทัศน์ (Computer-vision model) ที่ล้ำสมัยเข้ามา เพื่อวิเคราะห์ภาพวิดีโอจากกล้องแบบเรียลไทม์ ช่วยนำทางผู้ใช้ไปตามเส้นทางที่ปลอดภัย โดยแจ้งเตือนผ่านสัญญาณเสียงที่ปรับแต่งได้ ซึ่งสอดคล้องกับจังหวะการเดินจริงของผู้ใช้งานแต่ละคน
โดยชุดข้อมูลสำหรับการจำแนกองค์ประกอบภาพ (semantic segmentation) ของแอปพลิเคชันนี้ ใช้ภาพที่รวบรวมจากมุมมองของผู้เดินเท้า ไม่ใช่จากมุมมองของผู้ขับขี่รถยนต์ ข้อมูลดังกล่าวจึงมีความแม่นยำและเหมาะสมมากกว่าสำหรับผู้ที่สัญจรบนทางเท้าหรือทางม้าลาย
ทั้งนี้ทีมวิจัยระบุว่า ความก้าวหน้าครั้งสำคัญของโมบิลิโอ (Mobilio) คือการที่ระบบสามารถทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพบนสมาร์ตโฟนทั่วไป โดยไม่จำเป็นต้องพึ่งพาอุปกรณ์เฉพาะทางที่มีราคาแพง เข้าถึงยาก หรือต้องอาศัยหน่วยประมวลผลที่รวดเร็วและหน่วยความจำขนาดใหญ่กว่าปกติ
โดยทีมงานจากคณะวิศวกรรมศาสตร์และวิทยาศาสตร์ประยุกต์ จอห์น เอ. พอลสัน แห่งมหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ด (Harvard’s John A. Paulson School of Engineering and Applied Sciences หรือ SEAS) คณะต้นสังกัด มีแผนที่จะทดสอบโมบิลิโอ (Mobilio) ในสภาพแวดล้อมจริงให้มากขึ้น เพื่อประเมินว่าระบบสามารถปรับตัวเข้ากับกิจวัตรประจำวัน นิสัย และความต้องการเฉพาะของผู้ใช้งานแต่ละคนได้ดีเพียงใด
Tag
ยอดนิยมในตอนนี้
