รีเซต

พณ.จับมือสมาคมแฟรนไชส์ จัดออนทัวร์ สร้างอาชีพคนตกงาน-อยากเปลี่ยนงาน

พณ.จับมือสมาคมแฟรนไชส์ จัดออนทัวร์ สร้างอาชีพคนตกงาน-อยากเปลี่ยนงาน
มติชน
2 มีนาคม 2564 ( 09:48 )
24
พณ.จับมือสมาคมแฟรนไชส์ จัดออนทัวร์ สร้างอาชีพคนตกงาน-อยากเปลี่ยนงาน

นายทศพล ทังสุบุตร อธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการค้า(พธ.) กระทรวงพาณิชย์(พณ.) เปิดเผยว่า กรมได้ประสานความร่วมมือและบูรณาการการทำงานกับทุกภาคส่วนมาอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะภาคธุรกิจที่เป็นกลไกหลัก ในการส่งเสริมให้เศรษฐกิจของประเทศมีเสถียรภาพ โดยเป็นแหล่งจ้างงานขนาดใหญ่ที่มีความสำคัญ ล่าสุด กรม ได้บูรณาการความร่วมมือกับสมาคมแฟรนไชส์และไลเซนส์ เพื่อผลักดันให้แฟรนไชส์ เป็นธุรกิจเรือธงที่สร้างมูลค่าตลาดและเพิ่มจีดีพีภาพรวมให้แก่ประเทศ เนื่องจากปัจจุบันธุรกิจแฟรนไชส์ มีมูลค่าตลาดรวมกว่า 2.5 แสนล้านบาทต่อปี คิดเป็นสัดส่วน 1.7% ของจีดีพีประเทศ

 

“การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ทำให้กิจกรรมทางเศรษฐกิจของประเทศเกิดการชะลอตัวและหยุดชะงัก ลูกจ้างหรือพนักงานองค์กรภาคธุรกิจทั้งขนาดใหญ่และเล็ก ต่างได้รับผลกระทบจากการเลิกจ้างงานหรือลดเงินเดือน ผู้ที่ถูกเลิกจ้างหันมาลงทุนประกอบธุรกิจส่วนตัวเพิ่มขึ้น แต่ส่วนใหญ่ประสบปัญหาขาดทุนและออกจากธุรกิจไปอย่างรวดเร็ว เนื่องจากการขาดประสบการณ์และไม่มีที่ปรึกษาทางธุรกิจ จึงเตรียมช่วยสร้างงาน สร้างอาชีพ สร้างรายได้ โดยนำธุรกิจแฟรนไชส์หลากหลายรูปแบบ ขนาด และเงินลงทุน ให้ผู้ที่ได้รับผลกระทบเลือกลงทุนนำไปประกอบเป็นอาชีพ โดยเจ้าของกิจการเป็นพี่เลี้ยงช่วยให้การปรึกษาด้านการบริหาร”นายทศพล กล่าว

 

นายทศพล กล่าวต่อว่า เบื้องต้น กรมจะประสานภาคธุรกิจที่มีแผนลดอัตรากำลังหรือลดจำนวนพนักงาน เพื่อนำธุรกิจแฟรนไชส์เข้าไปเสนอให้ผู้ที่เข้าเกณฑ์การเลิกจ้างหรือผู้ที่กำลังมองหาธุรกิจได้เลือกลงทุนประกอบธุรกิจทั้งเป็นอาชีพหลักและอาชีพเสริม อีกทั้ง กรมและสมาคมเห็นพ้องจัดเก็บข้อมูลผู้ประกอบธุรกิจแฟรนไชส์ไทยทั้งระบบ เพื่อเป็นข้อมูลปฐมภูมิในการจำแนกประเภทและขนาดของธุรกิจ และใช้เป็นข้อมูลในการส่งเสริมและพัฒนาธุรกิจแฟรนไชส์แต่ละธุรกิจและขนาดอย่างเป็นรูปธรรมชัดเจน รวมทั้งสามารถใช้เป็นข้อมูลเชิงลึกสำหรับนักธุรกิจทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ ในการนำไปวิเคราะห์ก่อนการตัดสินใจเลือกลงทุนอีกด้วย

ปัจจุบันธุรกิจแฟรนไชส์ของประเทศไทย มีจำนวน 575 กิจการ แบ่งตามประเภท ดังนี้  อาหาร 181 กิจการ คิดเป็น 31.48%  เครื่องดื่ม 136 กิจการ คิดเป็น 23.65%  การศึกษา 101 กิจการ คิดเป็น 17.57%  ค้าปลีก 88 กิจการ คิดเป็น 15.29%  บริการ 44 กิจการ คิดเป็น 7.66%  และ สปาและความงาม 25 กิจการ คิดเป็น 4.35%

ข่าวที่เกี่ยวข้อง