หมัดต่อหมัด! วัคซีนโควิด ซิโนแวค VS แอสตราเซเนกา แตกต่างกันอย่างไร

หมัดต่อหมัด! วัคซีนโควิด ซิโนแวค VS แอสตราเซเนกา แตกต่างกันอย่างไร
TNN ช่อง16
24 กุมภาพันธ์ 2564 ( 11:27 )
1.2K
หมัดต่อหมัด! วัคซีนโควิด ซิโนแวค VS แอสตราเซเนกา แตกต่างกันอย่างไร

วัคซีนยี่ห้อซิโนแวค ไบโอเทค จากประเทศจีนเป็นวัคซีนโควิด-19 ชนิดเชื้อตายที่มีชื่อว่า “โคโรนาแวค” (CoronaVac) มีกระบวนการผลิต ประกอบด้วย 6 ขั้นตอน ได้แก่ 1. การเพาะเชื้อไวรัส 2. การทำให้เชื้อตาย  3. การทำให้บริสุทธิ์ 4. การกำหนดสูตรผลิตวัคซีน5. การบรรจุวัคซีนลงภาชนะ และ 6. การนำใส่หีบห่อ ใช้เวลาผลิตนาน 48 วัน

ขั้นตอนแรก คณะนักวิทยาศาสตร์ที่บริษัท ซิโนแวค ไลฟ์ ไซแอนซ์ ดำเนินการเพาะเชื้อไวรัสภายในวีโรเซลล์  เพื่อคัดเลือกสายพันธุ์มีพิษและเหมาะสมสำหรับการผลิตวัคซีนป้องกันโรคโควิด-19   จากนั้น  จะเพิ่มจำนวนเชื้อไวรัสโคโรนาจำนวนมาก   นักวิทยาศาสตร์จะฉีดไวรัสลงถังปฏิกรณ์ชีวภาพแบบสุญญากาศที่เต็มไปด้วยวีโรเซลล์ ซึ่งได้จากการสกัดเซลล์ไตของลิงเขียวแอฟริกัน

ขณะเชื้อไวรัสโคโรนาที่อยู่ภายในเซลล์ดังกล่าวเพิ่มจำนวนตัวเองอย่างรวดเร็ว ต่อมาเชื้อไวรัสจะถูกส่งผ่านหลอดสุญญากาศไปยังถังปฏิกรณ์ชีวภาพอีกถังหนึ่ง และเข้าสู่กระบวนการยับยั้งการทำงานของไวรัส ซึ่งส่งผลให้เชื้อไวรัสสูญเสียความสามารถก่อโรคหรือเพิ่มจำนวนในอีกหลายชั่วโมงถัดมา กลายสภาพเป็นกลุ่มเชื้อไวรัสชนิดเชื้อตายที่จะถูกนำไปยังจุดทำให้บริสุทธิ์ ซึ่งมีการกำจัดสารยับยั้งและสิ่งเจือปนอื่นๆ ให้คงเหลือเพียงสารละลายวัคซีน

จากนั้น สารละลายวัคซีนจะถูกนำไปผสมกับสารเสริมฤทธิ์และตัวเจือจางในสัดส่วนที่เหมาะสม ก่อนจะถูกเก็บไว้ในห้องเย็น  บรรจุลงขวดแก้วขนาดเล็ก  ก่อนทำการตรวจสอบให้ได้มาตรฐาน และติดฉลากจัดส่งวัคซีนไปยังพื้นที่หลายส่วนทั่วโลก เช่น วัคซีนซิโนแวค ที่ส่งมาประเทศไทยล็อตแรกนี้ ซึ่งบรรจุในหลอดวัคซีน ใน 1 กล่องเล็ก มีวัคซีน 40 หลอด

วัคซีนโคโรนาแวค จากซิโนแวค เป็นวัคซีนชนิดเชื้อตาย ผลิตจากเชื้อไวรัสที่ถูกทำให้หมดฤทธิ์ ไม่ทำให้เกิดโรค แต่กระตุ้นให้ร่างกายสร้างภูมิต้านทาน   เกิดการหลั่งแอนติบอดีที่มีรูปร่างเหมือนกับโปรตีนของโควิด-19 ขัดขวางป้องกันไม่ให้ไวรัสเข้าสู่เซลล์ร่างกายอื่น ๆ

เทคโนโลยีในการผลิตวัคซีนเชื้อตายแบบนี้มีมานานแล้ว เช่นเดียวกับวัคซีนที่เราคุ้นเคยกันมานานคือ วัคซีนไวรัสตับอักเสบเอ และวัคซีนพิษสุนัขบ้า

ขณะที่ วัคซีนโควิด19 จากแอสตราเซเนการ่วมกับมหาวิทยาลัยออกซ์ฟอร์ด เป็นวัคซีนชนิดเวกเตอร์อะดีโนไวรัส หรือการนำไวรัสที่ทำให้อ่อนลงแล้วไม่ทำให้เกิดโรค นำมาจากลิงชิมแปนซี มาตัดต่อใส่สารพันธุกรรมของโควิด-19 ลงไป แล้วนำมาฉีดเพื่อกระตุ้นให้ร่างกายสร้างภูมิคุ้มกัน


วัคซีนโควิด-19 จากสองบริษัทคือ “แอสตราเซเนกา” และ “ซิโนแวค” ที่ไทยได้รับวันนี้ มีคุณสมบัติที่ผ่านเกณฑ์จากองค์การอนามัยโลกหรือ  WHO คือมีประสิทธิภาพเกินร้อยละ50  

หากเปรียบเทียบกัน พบว่า ข้อแตกต่างคือ วัคซีนแอสตราเซเนกา สามารถฉีดในคนอายุมากกว่า 60 ปี ระยะการฉีด จำนวน 2 เข็ม ห่างกันนานกว่าถึง 28-84วัน ขณะที่ ซิโนแวค ระยะห่างเข็มสอง 28 วัน แอสตราเซเนกา ผลป้องกันได้ 70% ส่วนซิโนแวคผลป้องกัน 50%-91% เนื่องจากการศึกษาระยะที่ 3 ในบราซิล วัคซีนมีประสิทธิภาพราว 50% แต่ตุรกีซึ่งเป็นสถานที่ทดลองทางคลิกเฟส 3 เช่นกัน ประสิทธิภาพของวัคซีนอยู่ที่ 91.25%


ส่วนผลข้างเคียง ไม่รุนแรงทั้ง 2 วัคซีน คือ ปวดหัว,ปวดกล้ามเนื้อ และเป็นไข้

ศูนย์วิจัยมหาวิทยาลัยกรุงเทพ หรือกรุงเทพโพลล์ เปิดเผยผลสำรวจความคิดเห็นประชาชนจากทุกภูมิภาคทั่วประเทศ จำนวน 1,258 คน เรื่อง "คนไทยกับการฉีดวัคซีนโควิด-19" พบว่า ประชาชนส่วนใหญ่ หรือร้อยละ 88.0 ไม่ทราบ/ไม่แน่ใจ ว่าตนเองอยู่ในกลุ่มต้องฉีดวัคซีนโควิด-19 ในระยะใดตามนโยบายฉีดวัคซีน เมื่อถามว่า หากได้สิทธิ์ในการฉีดวัคซีนโควิด-19 ท่านจะฉีดหรือไม่ ส่วนใหญ่ หรือร้อยละ 68.7 คิดว่าจะฉีด โดยในจำนวนนี้ ร้อยละ 54.1 จะดูผลข้างเคียงของคนที่ฉีดไปแล้วก่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง