รีเซต

บทบาทจีน-ปากีสถาน เร่งเครื่องนาทีสุดท้าย ช่วยไกล่เกลี่ยสงครามอิหร่าน?

บทบาทจีน-ปากีสถาน เร่งเครื่องนาทีสุดท้าย ช่วยไกล่เกลี่ยสงครามอิหร่าน?
TNN ช่อง16
8 เมษายน 2569 ( 13:53 )
5

ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐฯ ประกาศระงับแผนการโจมตีอิหร่านออกไปก่อน 2 สัปดาห์ ก่อนถึงเส้นตายที่กำหนดไว้เพียงไม่กี่ชั่วโมง โดยความสำเร็จครั้งนี้ไม่ได้เกิดขึ้นโดยบังเอิญ แต่เป็นผลมาจากความพยายามร่วมมือกันอย่างเข้มข้นของ

"ปากีสถาน" ที่แสดงตัวเป็นคนกลางเจรจาโดยตรง และ "จีน" ที่ใช้อิทธิพลกดดันอย่างเงียบ ๆ อยู่เบื้องหลัง

ปากีสถานรับหน้าที่เป็นตัวกลางสำคัญในการติดต่อช่องทางลับ โดยมี “เชห์บาซ ชาริฟ” นายกรัฐมนตรีของปากีสถาน และ “พลเอก อาซิม มูนีร์” ผู้บัญชาการทหารบกปากีสถาน เจรจาต่อสายตรงกับประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐฯ เพื่อร้องขอให้ระงับการโจมตีเอาไว้ก่อน

นอกจากนี้ พลเอกมูนีร์ยังได้เดินหน้าเจรจากับ “เจ.ดี. แวนซ์” รองประธานาธิบดีสหรัฐฯ “สตีฟ วิตคอฟฟ์” ทูตพิเศษสหรัฐฯ และ “อับบาส อารักชี” รัฐมนตรีต่างประเทศของอิหร่าน เพื่อหาทางออกร่วมกัน

ความพยายามของปากีสถานยังครอบคลุมถึงการประสานงานกับมหาอำนาจ โดยอิสฮัก ดาร์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีต่างประเทศปากีสถาน บินด่วนไปยังกรุงปักกิ่งของจีน เพื่อหารือกับทางการจีนและแสวงหาความเป็นไปได้ให้จีนเป็น "ผู้ค้ำประกัน" ในข้อตกลงหยุดยิง ซึ่งเป็นหนึ่งในเงื่อนไขที่อิหร่านต้องการ

นอกจากนี้ ปากีสถานได้เสนอตัวเป็นเจ้าภาพจัดการเจรจาสันติภาพระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่านที่จะเกิดขึ้นที่กรุงอิสลามาบัด เริ่ม 10 เมษายนนี้

และในขณะที่ปากีสถานรับหน้าที่เจรจาโดยตรง จีนได้เล่นบทบาทอยู่เบื้องหลัง แต่ทรงอิทธิพล ด้วยการใช้อำนาจต่อรองช่วยโน้มน้าวและผลักดันให้อิหร่านยอมรับแนวทางหยุดยิงผ่านตัวกลางต่าง ๆ

ก่อนหน้านี้ จีนและปากีสถานได้ร่วมกันนำเสนอ "แผนสันติภาพ 5 ข้อ" เพื่อยุติวิกฤต ซึ่งประกอบด้วย

1.การหยุดยิงและยุติการสู้รบโดยทันที

2.การเริ่มการเจรจาสันติภาพอย่างรวดเร็ว

3.การปกป้องพลเรือนและโครงสร้างพื้นฐานที่ไม่ใช่เป้าหมายทางทหาร

4.การรักษาความปลอดภัยของเส้นทางเดินเรือ โดยเฉพาะความพยายามเปิดช่องแคบฮอร์มุซอีกครั้ง

5.การยึดมั่นในหลักการของกฎบัตรสหประชาชาติ

แม้ว่าจีนจะมีอิทธิพลสูงและเป็นท่อน้ำเลี้ยงทางเศรษฐกิจที่สำคัญของอิหร่าน โดยจีนซื้อน้ำมันจากอิหร่านถึง 80% ของยอดส่งออกทั้งหมด แต่ท่าทีของจีนก็ยังเต็มไปด้วยความระมัดระวัง

ข้อมูลจาก CNA ระบุว่า มีเหตุผลอย่างน้อยสองประการที่ทำให้จีนค่อนข้างนิ่งเฉยในเรื่องนี้ ประการแรก คือ ผลประโยชน์ของจีน แม้จะตึงเครียด แต่ก็ไม่ได้ถูกคุกคามหรือเสียหายอย่างรุนแรง กระทรวงการต่างประเทศของจีนยืนยันว่าเรือของจีนแล่นผ่านช่องแคบฮอร์มุซได้อย่างปลอดภัย ซึ่งยังคงเป็นจุดเสี่ยงสำคัญสำหรับการขนส่งพลังงานทั่วโลก ในฐานะผู้สนับสนุนทางเศรษฐกิจหลักของอิหร่าน จีนน่าจะสามารถควบคุมความเสียหายโดยตรงต่ออุปทานน้ำมันของอิหร่านได้

จีนยังใช้เวลาตลอดปี 2025 ในการสะสมปริมาณสำรองน้ำมันจำนวนมาก จากข้อมูลของบริษัทข่าวกรองด้านพลังงาน Vortexa ระบุว่า “ปริมาณสำรองน้ำมันดิบบนบกของจีนแตะระดับ 1,130 ล้านบาร์เรล ซึ่งเป็นสถิติสูงสุด” โดยในช่วงปลายปี 2025 มีการประมาณการว่าปริมาณสำรองเหล่านี้อาจเพียงพอสำหรับตลาดภายในประเทศเป็นเวลา 6-12 เดือน

นอกจากนี้ การใช้ไฟฟ้ายังคิดเป็นสัดส่วนถึง 30% ของการใช้พลังงานทั้งหมด โครงข่ายไฟฟ้าของจีนแทบจะแยกตัวออกจากน้ำมันโดยสิ้นเชิง โดยถ่านหินและพลังงานหมุนเวียนเป็นแหล่งพลังงานหลัก นั่นหมายความว่า ความมั่นคงด้านพลังงานของจีนไม่ได้ถูกคุกคามอย่างร้ายแรงในระยะสั้นถึงระยะกลาง แม้ว่าจีนจะจับตาดูผลกระทบจากราคาน้ำมันที่สูงขึ้นอย่างใกล้ชิดก็ตาม

เนื่องจากจีนต้องการได้ชื่อว่าเป็นผู้สร้างสันติภาพ แต่หลีกเลี่ยงที่จะแบกรับภาระในการใช้กำลังทหารเข้าไปบังคับใช้ข้อตกลง ทำให้จีนเลือกที่จะสนับสนุนการไกล่เกลี่ยอยู่เบื้องหลังและสนับสนุนให้ปากีสถานเป็นผู้เจรจาหลักแทน

บทสรุปการทูตนาทีสุดท้าย ข้อตกลงระงับการโจมตี 2 สัปดาห์นี้ ถือเป็นผลลัพธ์จากแรงกดดันที่ผสมผสานกันอย่างลงตัว ทั้งการเจรจาในนาทีสุดท้ายของปากีสถาน แรงกดดันเงียบของจีน และการยินยอมของอิหร่านที่จะกลับเข้าสู่โต๊ะเจรจา

แม้ว่าสถานการณ์จะยังคงเปราะบาง แต่เหตุการณ์นี้ก็สะท้อนให้เห็นอย่างชัดเจนว่า ในโลกยุคใหม่ อิทธิพลของคู่พันธมิตรตะวันออกอย่างจีนและปากีสถาน มีบทบาทสำคัญอย่างยิ่งในการรักษาสมดุลและกำหนดทิศทางความขัดแย้งในภูมิภาคตะวันออกกลาง

ยอดนิยมในตอนนี้

แท็กยอดนิยม

ข่าวที่เกี่ยวข้อง