จีนกางแผนยุทธศาสตร์ 5 ปี รุกสร้าง "ศูนย์ข้อมูลในอวกาศ" ปูทางโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลแห่งอนาคต

จีนประกาศทิศทางยุทธศาสตร์อวกาศระยะกลางครั้งสำคัญ ภายใต้แผนพัฒนาเศรษฐกิจและเทคโนโลยีระยะ 5 ปี โดยหนึ่งในแกนหลักคือการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลนอกโลก
วันที่ 29 มกราคมที่ผ่านมา รายงานของสถานีโทรทัศน์ CGTN ระบุว่า บริษัท ไชน่า แอโรสเปซ ไซเอนซ์ แอนด์ เทคโนโลยี คอร์ปอเรชัน (China Aerospace Science and Technology Corporation - CASC) ซึ่งเป็นรัฐวิสาหกิจด้านอวกาศรายใหญ่ที่สุดของจีนจะรับบทบาทหลักในการออกแบบและพัฒนาโครงการ โดยมีเป้าหมายสร้างสถาปัตยกรรม เชื่อมโยงดาวเทียม ระบบประมวลผล คลาวด์ และสถานีภาคพื้นดินเข้าไว้ด้วยกัน เพื่อให้สามารถจัดเก็บ ประมวลผล และส่งต่อข้อมูลได้โดยไม่ต้องพึ่งพาศูนย์ข้อมูลบนโลกเป็นหลัก
แนวคิดศูนย์ข้อมูลในอวกาศถูกผลักดันขึ้นมาท่ามกลางความต้องการพลังประมวลผลที่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว โดยเฉพาะในยุคของปัญญาประดิษฐ์ รายงานอุตสาหกรรมระบุว่า ศูนย์ข้อมูลทั่วโลกใช้พลังงานไฟฟ้าคิดเป็นสัดส่วนราว 2 ถึง 3 เปอร์เซ็นต์ของการใช้ไฟฟ้าทั้งหมด และมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง ขณะที่ต้นทุนการก่อสร้างศูนย์ข้อมูลขนาดใหญ่บนโลกอยู่ที่ระดับหลายพันล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือมากกว่า 100,000 ล้านบาทต่อแห่ง ทำให้ประเทศและบริษัทเทคโนโลยีเริ่มมองหาโครงสร้างพื้นฐานทางเลือกในอวกาศ ซึ่งสามารถใช้พลังงานแสงอาทิตย์ได้ตลอดเวลา และลดข้อจำกัดด้านพื้นที่และระบบทำความเย็น
นอกจากโครงการศูนย์ข้อมูลในอวกาศ แผน 5 ปีของจีนยังครอบคลุมการพัฒนาเศรษฐกิจอวกาศในมิติอื่น ๆ ทั้งการสำรวจและใช้ประโยชน์จากทรัพยากรนอกโลก การทำเหมืองบนดาวเคราะห์น้อย การเฝ้าระวังและจัดการขยะอวกาศ รวมถึงการปูทางสู่การท่องเที่ยวในอวกาศเชิงพาณิชย์ ซึ่งสะท้อนความพยายามของจีนในการยกระดับอวกาศจากพื้นที่วิจัยทางวิทยาศาสตร์ ไปสู่โครงสร้างพื้นฐานทางเศรษฐกิจในระยะยาว
ความเคลื่อนไหวของจีนเกิดขึ้นในช่วงที่สหรัฐอเมริกาและบริษัทเทคโนโลยีรายใหญ่กำลังเร่งลงทุนในแนวคิดเดียวกัน บริษัทเอกชนหลายแห่งมองว่าศูนย์ข้อมูลในวงโคจรต่ำของโลก หรือ LEO จะเป็นคำตอบของการขยายระบบ AI และบริการดิจิทัลระดับโลก โดยเฉพาะในบริบทที่ต้นทุนพลังงานบนโลกสูงขึ้น และการขยายศูนย์ข้อมูลเริ่มเผชิญแรงต้านด้านสิ่งแวดล้อม
บริษัท สเปซเอ็กซ์ (SpaceX) ของอีลอน มัสก์ (Elon Musk) ถูกจับตามองในฐานะผู้เล่นสำคัญ หลังมีแนวคิดใช้ดาวเทียมสตาร์ลิงก์รุ่นดัดแปลงเป็นโหนดประมวลผลข้อมูลในอวกาศ ควบคู่กับแผนระยะยาวในการสร้างระบบผลิตและประมวลผล AI นอกโลก ซึ่งแม้ยังอยู่ในขั้นแนวคิด แต่สะท้อนความทะเยอทะยานในการย้ายโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลออกจากโลกในอนาคต
ขณะเดียวกัน บริษัท แอ็กเซียม สเปซ (Axiom Space) จากเมืองฮูสตัน ได้เริ่มทดสอบการส่งโมดูลเชิงพาณิชย์ขึ้นสู่วงโคจร ซึ่งรวมถึงระบบที่สามารถต่อยอดเป็นศูนย์ข้อมูลอวกาศในอนาคต ส่วนบริษัท กูเกิล (Google) ก็อยู่ระหว่างการศึกษาความเป็นไปได้ในการใช้โครงสร้างพื้นฐานนอกโลกเพื่อรองรับบริการคลาวด์และ AI ที่ขยายตัวอย่างรวดเร็ว
สำหรับประเด็นศูนย์ข้อมูลในอวกาศยังถูกหยิบยกขึ้นมาหารือในเวทีเศรษฐกิจโลก โดย โยเซฟ แอชบาเคอร์ (Josef Aschbacher) ผู้อำนวยการใหญ่องค์การอวกาศยุโรป (European Space Agency - ESA) ได้แสดงความกังวลว่า การขยายโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลสู่อวกาศจะต้องมาพร้อมกรอบกำกับดูแลด้านความปลอดภัยและความมั่นคง เนื่องจากระบบเหล่านี้อาจกลายเป็นโครงสร้างพื้นฐานสำคัญระดับโลก ทั้งในเชิงเศรษฐกิจและความมั่นคงทางไซเบอร์
มาร์ตินา ราเวนี (Martina Raveni) นักวิเคราะห์อาวุโสจากบริษัทวิจัย GlobalData มองว่า การที่จีนบรรจุศูนย์ข้อมูลในอวกาศไว้ในแผนพัฒนาแห่งชาติ สะท้อนการแข่งขันเชิงโครงสร้างระยะยาวกับสหรัฐอเมริกา ไม่ใช่เพียงในมิติการทหารหรือการสำรวจอวกาศ แต่รวมถึงการควบคุมข้อมูล พลังประมวลผล และระบบ AI ซึ่งอาจกลายเป็นปัจจัยชี้ขาดอำนาจทางเศรษฐกิจและเทคโนโลยีของโลกในอีกหลายทศวรรษข้างหน้า
Tag
ยอดนิยมในตอนนี้
