ปลัด สธ.ย้ำ "สงกรานต์กตัญญู" ไม่นำ "โควิด-19" ไปติดญาติผู้ใหญ่

ปลัด สธ.ย้ำ "สงกรานต์กตัญญู" ไม่นำ "โควิด-19" ไปติดญาติผู้ใหญ่
มติชน
13 เมษายน 2563 ( 16:26 )
41
ปลัด สธ.ย้ำ "สงกรานต์กตัญญู" ไม่นำ "โควิด-19" ไปติดญาติผู้ใหญ่

 

กระทรวงสาธารณสุข- วันที่ 13 เมษายน ที่ศูนย์ปฏิบัติการด้านข่าวโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 กระทรวงสาธารณสุข นพ.สุขุม กาญจนพิมาย ปลัด สธ. กล่าวว่า แม้ว่าช่วงนี้สถานการณ์โรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 หรือโรคโควิด-19 ของประเทศไทยจะดูดีขึ้น เมื่อเทียบกับระยะที่ผ่านมา แต่ประชาชนคนไทยยังต้องช่วยกันอีกสักระยะหนึ่ง โดยเฉพาะเทศกาลสงกรานต์ในปีนี้ รัฐบาลได้ขอความร่วมมือประชาชนงดจัดงานฉลองช่วงเทศกาล งดการรวมกลุ่ม เพื่อป้องกันการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19

 

“เทศกาลสงกรานต์ในปีที่ผ่านมา คนไทยส่วนใหญ่ได้เดินทางกลับภูมิลำเนา เพื่อแสดงความเคารพ รดน้ำดำหัว ขอพรต่อพ่อแม่และญาติผู้ใหญ่ ในปีนี้สถานการณ์ไม่เหมือนที่ผ่านๆ มา” นพ.สุขุม กล่าวและว่า ดังนั้นแสดงความกตัญญูกตเวทีแก่ผู้ใหญ่และแสดงความรักต่อคนในครอบครัว เพื่อลดการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 สธ.แนะนำประชาชนยังคงปฏิบัติตามมาตรการของภาครัฐอย่างเคร่งครัด อาทิ งดการเดินทาง งดการฉลองสงกรานต์ งดการสังสรรค์เป็นกลุ่ม งดเล่นสาดน้ำ รักษาระยะห่าง

 

นพ.สุขุม กล่าวว่า หากขอพรญาติผู้ใหญ่แนะให้ขอพรออนไลน์ หากอยู่บ้านเดียวกัน ให้เว้นระยะห่าง 1- 2 เมตร ไม่อยู่ใกล้ชิดกับญาติผู้ใหญ่โดยไม่จำเป็น สวมหน้ากากอนามัย หมั่นล้างมือ เพื่อป้องกันการแพร่เชื้อไปยังสมาชิกในครอบครัวและผู้ใกล้ชิด

 

“ในรอบสัปดาห์ที่ผ่านมา มีรายงานผู้ป่วยรายใหม่ลดลงอย่างต่อเนื่อง แต่ขอประชาชนอย่าเพิ่งวางใจว่าสถานการณ์ดีขึ้นแล้ว จนออกไปใช้ชีวิตประจำวันตามปกติ อาจมีความเสี่ยงติดเชื้อโรคได้ การที่จำนวนผู้ป่วยรายใหม่ลดลงส่วนหนึ่งมาจากมาตรการของภาครัฐที่มีการประกาศใช้ พ.ร.ก.ภาวะฉุกเฉิน ปิดพื้นที่เสี่ยง ยกเลิกเที่ยวบินจากต่างประเทศ และการนำคนไทยจากต่างประเทศเข้า State Quarantine ทุกคน เมื่อป่วยนำเข้าระบบการรักษาทันทีพร้อมติดตามผู้สัมผัสใกล้ชิดได้ ทำให้ตัดวงจรการแพร่ระบาดของโรค หากมีการนำเชื้อโรคเข้ามาด้วย” นพ.สุขุม กล่าว

 

อย่างไรก็ตาม นพ.สุขุม กล่าวว่า สิ่งที่ สธ.ได้ทำควบคู่กันไปคือ การค้นหาเชิงรุก (Active case finding) ในพื้นที่ที่พบผู้ป่วยจำนวนมากเพิ่มเติมจากระบบเฝ้าระวังปกติ เช่น กรุงเทพมหานคร จ.ชลบุรี จ.กระบี่ จ.ภูเก็ต จ.นนทบุรี เป็นต้น ทำให้ค้นพบผู้ป่วยรายใหม่นำมาเข้าระบบ และติดตามผู้สัมผัสใกล้ชิดได้อย่างรวดเร็ว ป้องกันการแพร่ระบาดเป็นวงกว้าง เช่นเดียวกับกรณีที่สนามมวย และสถานบันเทิง

 

ข่าวที่เกี่ยวข้อง