รีเซต

ช่วยคนแก่กด ATM เสี่ยงผิดกฎหมาย? เปิดเหตุผลที่ควรรู้

ช่วยคนแก่กด ATM เสี่ยงผิดกฎหมาย? เปิดเหตุผลที่ควรรู้
TNN ช่อง16
1 มิถุนายน 2569 ( 19:05 )

เปิดเหตุผลทางกฎหมาย ทำไม "ช่วยคนแก่กด ATM" ถึงเสี่ยงเป็นอาชญากรไม่รู้ตัว

ในสังคมไทย การช่วยเหลือผู้สูงอายุถือเป็นเรื่องที่หลายคนพร้อมทำด้วยความเต็มใจ โดยเฉพาะเมื่อพบคนสูงวัยกำลังประสบปัญหาใช้งานตู้ ATM หรือทำธุรกรรมทางการเงินไม่เป็น แต่ในยุคที่อาชญากรรมทางการเงินและการหลอกลวงออนไลน์มีความซับซ้อนมากขึ้น การรับบัตร ATM ของผู้อื่นมากดเงินแทน อาจสร้างความเสี่ยงทางกฎหมายโดยที่ผู้ช่วยเหลือไม่ทันคาดคิด

หน่วยงานด้านความมั่นคง ตำรวจไซเบอร์ และสถาบันการเงินหลายแห่ง ออกมาเตือนประชาชนอย่างต่อเนื่องว่า การกดเงินแทนบุคคลอื่น แม้จะเกิดจากความหวังดี ก็อาจทำให้ตกเป็นผู้ต้องสงสัยในคดีอาชญากรรมทางการเงินได้ หากภายหลังพบว่าเงินในบัญชีดังกล่าวเกี่ยวข้องกับการกระทำผิด

มาตรา 269/5 กฎหมายที่เกี่ยวข้องโดยตรง

ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 269/5 กำหนดความผิดเกี่ยวกับการใช้บัตรอิเล็กทรอนิกส์ของผู้อื่นโดยมิชอบ ซึ่งบัตร ATM และบัตรเดบิตถือเป็นบัตรอิเล็กทรอนิกส์ตามกฎหมาย

แม้เจ้าของบัตรจะเป็นผู้มอบบัตรและแจ้งรหัสผ่านให้เอง แต่หากการใช้บัตรดังกล่าวก่อให้เกิดความเสียหาย หรือเชื่อมโยงกับการกระทำความผิด เจ้าหน้าที่สามารถตรวจสอบและดำเนินการตามกฎหมายได้ โดยผู้ที่ปรากฏภาพจากกล้องวงจรปิดขณะกดเงิน มักเป็นบุคคลแรกที่ถูกเรียกสอบสวน

กฎหมายอาชญากรรมทางเทคโนโลยี ขยายความรับผิดมากขึ้น

ภายใต้พระราชกำหนดมาตรการป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยี พ.ศ. 2566 กำหนดหลัก "รู้หรือควรรู้" เป็นเกณฑ์สำคัญในการพิจารณาความรับผิด

นั่นหมายความว่า แม้ผู้กดเงินจะไม่ได้มีส่วนร่วมในขบวนการหลอกลวงโดยตรง แต่หากพฤติการณ์แวดล้อมมีลักษณะผิดปกติจนบุคคลทั่วไปควรสังเกตได้ เช่น คนแปลกหน้านำบัตรพร้อมรหัสผ่านมาให้กดเงิน หรือขอให้ถอนเงินจำนวนมาก ผู้กระทำอาจถูกพิจารณาว่ามีส่วนเกี่ยวข้องกับการกระทำผิดได้

เสี่ยงถึงคดีฟอกเงิน หากเงินเกี่ยวข้องกับอาชญากรรม

อีกหนึ่งความเสี่ยงสำคัญ คือกรณีที่เงินในบัญชีเกี่ยวข้องกับการฉ้อโกงออนไลน์ แก๊งคอลเซ็นเตอร์ หรืออาชญากรรมทางการเงินประเภทอื่น

หากผู้กดเงินมีส่วนในการถอน เคลื่อนย้าย หรือส่งต่อทรัพย์สินที่มาจากการกระทำผิด อาจถูกตรวจสอบในความผิดฐานฟอกเงิน ซึ่งเป็นคดีที่มีบทลงโทษค่อนข้างรุนแรง และส่งผลกระทบต่อการใช้บัญชีธนาคาร รวมถึงประวัติทางกฎหมายในระยะยาว

มิจฉาชีพใช้วิธี "คนจริงกดเงินจริง" มากขึ้น

ปัจจุบันมิจฉาชีพจำนวนไม่น้อยปรับเปลี่ยนรูปแบบการก่อเหตุ จากเดิมที่เน้นการโอนเงินออนไลน์ มาใช้วิธีให้บุคคลอื่นถอนเงินสดแทน เพื่อลดโอกาสการติดตามเส้นทางการเงิน

รูปแบบที่พบได้บ่อย ได้แก่ การแกล้งเป็นผู้สูงอายุที่ใช้งานตู้ ATM ไม่เป็น การประกาศรับสมัครงานถอนเงินแลกค่าตอบแทน หรือการขอความช่วยเหลือจากคนแปลกหน้าที่อ้างเหตุจำเป็นต่าง ๆ

หลายกรณี ผู้ที่รับช่วยเหลือไม่มีส่วนรู้เห็นกับขบวนการ แต่กลับกลายเป็นผู้ที่มีหลักฐานเชื่อมโยงกับธุรกรรมมากที่สุด

หากต้องการช่วย ควรช่วยอย่างไรให้ปลอดภัย

หน่วยงานภาครัฐและธนาคารพาณิชย์แนะนำว่า หากพบผู้สูงอายุหรือผู้ที่ต้องการความช่วยเหลือด้านธุรกรรมทางการเงิน ควรพาไปพบเจ้าหน้าที่ธนาคารหรือเจ้าหน้าที่ประจำสาขาแทนการลงมือกดเงินด้วยตนเอง

การมีเจ้าหน้าที่เป็นผู้ดำเนินการหรือเป็นพยาน จะช่วยลดความเสี่ยงในการถูกเข้าใจผิด และช่วยให้การช่วยเหลือเป็นไปอย่างปลอดภัยมากขึ้น

ในกรณีที่เผลอรับช่วยเหลือไปแล้ว และภายหลังพบความผิดปกติ ควรรีบแจ้งความต่อเจ้าหน้าที่ตำรวจทันที เพื่อบันทึกข้อเท็จจริงและแสดงเจตนาบริสุทธิ์ไว้เป็นหลักฐาน

น้ำใจยังสำคัญ แต่ต้องมาพร้อมความระมัดระวัง

แม้การช่วยเหลือผู้อื่นจะเป็นเรื่องดี แต่ในยุคที่อาชญากรรมทางการเงินมีรูปแบบซับซ้อนมากขึ้น ประชาชนควรเพิ่มความระมัดระวังในการรับบัตร ATM หรือทำธุรกรรมแทนบุคคลอื่น โดยเฉพาะคนที่ไม่รู้จัก

เพราะเมื่อเกิดปัญหาขึ้น บุคคลที่ปรากฏตัวหน้าตู้ ATM ในช่วงเวลาที่มีการถอนเงิน มักเป็นผู้ที่ถูกตรวจสอบก่อนเสมอ และอาจต้องใช้เวลานานในการพิสูจน์ว่าเป็นเพียงผู้หวังดี ไม่ใช่ผู้ร่วมกระทำความผิด

ยอดนิยมในตอนนี้

แท็กยอดนิยม

ข่าวที่เกี่ยวข้อง