รีเซต

นักวิเคราะห์ชี้แนวโน้มค่าบาทแข็งยาวถึงปลายปี แรงกดดันการเมืองไทย-สหรัฐฯเปลี่ยนขั้ว

นักวิเคราะห์ชี้แนวโน้มค่าบาทแข็งยาวถึงปลายปี แรงกดดันการเมืองไทย-สหรัฐฯเปลี่ยนขั้ว
มติชน
24 มิถุนายน 2563 ( 08:16 )
65
นักวิเคราะห์ชี้แนวโน้มค่าบาทแข็งยาวถึงปลายปี แรงกดดันการเมืองไทย-สหรัฐฯเปลี่ยนขั้ว
นักวิเคราะห์ชี้แนวโน้มค่าบาทแข็งยาวถึงปลายปี แรงกดดันการเมืองไทย-สหรัฐฯเปลี่ยนขั้ว

ดร.จิติพล พฤกษาเมธานันท์ ผู้อำนวยการอาวุโส บริษัทหลักทรัพย์ไทยพาณิชย์ จำกัด (SCBS)กล่าวว่า
ค่าเงินบาทเปิดเช้าวันนี้ 24 มิถุนายนอยู่ที่ระดับ 30.86 บาทต่อดอลลาร์ แข็งค่าจากช่วงปิดสิ้นวันทำการก่อนที่ระดับ 30.95 บาทต่อดอลลาร์ กรอบเงินบาทวันนี้ 30.80-31.00 บาทต่อดอลลาร์

โดยตลาดการเงินอยู่ในโหมดเปิดรับความเสี่ยง (Risk On) ในคืน23 มิถุนายนที่ผ่านมา ดัชนี S&P 500 ของสหรัฐปรับตัวขึ้นราว 0.4% พร้อมกับบอนด์ยีลด์สหรัฐอายุ 10ปี ที่ปรับตัวขึ้น 2bps มาที่ระดับ 0.73% และสินทรัพย์ที่นักเก็งกำไรทั่วโลกกำลังให้ความสนใจช่วงนี้คือทองคำที่พยายามทำจุดสูงสุดใหม่ระดับ 1770 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ห่างจากจุดสูงสุดตลอดกาลเพียง 100 ดอลลาร์หรือราว 5% เท่านั้น

 

ภาพดังกล่าวเกิดจากการที่นักลงทุนมองว่าหุ้นและบอดน์มีราคาแพง ขณะที่เงินดอลลาร์ก็มีแนวโน้มอ่อนค่าลงเมื่อเทียบกับสินทรัพย์อื่น ๆ เห็นได้ชัดเจนในตลาดเงิน ที่สินทรัพย์ปลอดภัยอย่างเยนญี่ปุ่น (JPY) สามารถแข็งค่าเมื่อเทียบกับดอลลาร์ได้แม้ในช่วงตลาดเปิดรับความเสี่ยง 0.4% พร้อมกับสกุลเงินที่เคลื่อนไหวตามราคาสินค้าโภคภัณฑ์อย่างดอลลาร์ออสเตรเลีย (AUD) และดอลลาร์นิวซีแลนด์ (NZD) ที่ขยับแข็งค่าขึ้น 0.3-0.4% ทั้งที่ราคาน้ำมันและราคาสินแร่เพื่ออุตสาหกรรมไม่ได้ปรับตัวขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ

ฝั่งของเงินบาท มองว่าวันนี้จะเคลื่อนไหวในกรอบแคบเนื่องจากตลาดหุ้นไทยอยู่ในช่วงพักฐาน ขณะที่ช่วงบ่ายก็มีความเสี่ยงจากการประชุมนโยบายการเงิน (กนง.) ซึ่งมีโอกาส 50/50 ที่จะ “ลด” ดอกเบี้ยนโยบายลงเหลือ 0.25% จึงไม่น่าที่จะมีนักลงทุนกลับเข้ามาในตลาดมากนัก

 

ส่วนในไตรมาสที่สามยาวไปถึงช่วงท้ายปี มองว่าเงินบาทมีโอกาส “แข็งค่า” ตามแนวโน้มดอลลาร์ที่จะต้องเผชิญกับปัญหาการเมืองทั้งในและต่างประเทศก่อนการเลือกตั้งประธานาธิบดี ก่อนที่ทิศทางของเงินดอลลาร์จะตีกลับจากผลของการเลือกตั้ง

“คาดว่าถ้า “ทรัมป์” สามารถเป็นประธานาธิบดีได้ต่อ ก็อาจเห็นการแข็งค่าของดอลลาร์จากความกังวลกับทิศทางการฟื้นตัวของเศรษฐกิจ ขณะที่ถ้านาย “ไบเดน” และพรรคเดโมแครต สามารถครองตำแหน่งประธานาธิบดีและวุฒิสภาได้ ก็อาจเห็นความกังวลของนักลงทุนจากภาพนโยบายเศรษฐกิจที่จะไม่เอื้อต่อภาคธุรกิจเท่ากับช่วง 4 ปีที่ผ่านมาเช่นกัน” ดร.จิติพล กล่าว

ข่าวที่เกี่ยวข้อง