"ทรัมป์" แถลงผลงานครบรอบ 1 ปี

ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐฯ แถลงข่าวที่ทำเนียบขาว เพื่อสรุปผลงานตลอด 1 ปีที่ผ่านมา โดยเน้นนโยบายเศรษฐกิจ การตรวจคนเข้าเมือง และจุดยืนด้านนโยบายต่างประเทศ ท่ามกลางบรรยากาศตึงเครียดกับยุโรป จากประเด็นกรีนแลนด์ และการขู่ใช้มาตรการภาษีรอบใหม่
ทรัมป์นำแฟ้มเอกสารที่เขาเรียกว่า “ผลงานความสำเร็จ” ขึ้นแสดงต่อสื่อ โดยกล่าวอ้างถึงความสำเร็จด้านการบังคับใช้กฎหมายตรวจคนเข้าเมืองตลอด 12 เดือนที่ผ่านมา พร้อมชูภาพผู้ถูกจับกุมในรัฐมินนิโซตา และระบุว่าทั้งหมดเป็นอาชญากรที่เข้าเมืองผิดกฎหมาย เขายังระบุว่า สำนักงาน ICE ควบคุมตัวผู้อยู่อาศัยที่ไม่มีเอกสารกว่า 10,000 คน และเรียกบุคคลเหล่านี้ว่าเป็นกลุ่มที่อันตรายที่สุด
ก่อนเริ่มการแถลง เจ้าหน้าที่แจกเอกสาร “365 ชัยชนะใน 365 วัน” ซึ่งระบุว่า ความสำเร็จอันดับแรกคือการทำให้อัตราการย้ายถิ่นฐานสุทธิติดลบเป็นครั้งแรกในรอบหลายทศวรรษ อย่างไรก็ตาม ทรัมป์แสดงความเสียใจต่อกรณีเรเน่ กู๊ด ผู้เสียชีวิตจากการปะทะกับเจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมืองในมินนีแอโพลิส โดยยอมรับว่าบางครั้งหน่วยงานอาจใช้ความรุนแรงเกินไป คำกล่าวนี้สวนทางกับท่าทีของเจ้าหน้าที่ระดับสูงในรัฐบาลที่เคยระบุว่าผู้เสียชีวิตเป็นผู้ก่อการร้าย
ในด้านเศรษฐกิจ ทรัมป์ยืนยันว่า มาตรการภาษีนำเข้าเป็นปัจจัยสำคัญที่ช่วยฟื้นฟูการผลิตในประเทศ โดยยกตัวอย่างโรงงานฟอร์ดในรัฐมิชิแกนที่กลับมาเดินสายการผลิตตลอด 24 ชั่วโมง เขาระบุว่ารัฐบาลจัดเก็บรายได้จากภาษีได้หลายแสนล้านดอลลาร์สหรัฐ และยอมรับว่าหากศาลฎีกาวินิจฉัยว่ามาตรการดังกล่าวไม่ชอบด้วยกฎหมาย อาจต้องพิจารณาการคืนเงิน แต่ยังย้ำว่าภาษีนำเข้าช่วยเสริมความมั่นคงและควบคุมเงินเฟ้อ
ทรัมป์ปฏิเสธความเห็นที่ว่าประชาชนยังไม่รู้สึกว่าเศรษฐกิจดีขึ้น โดยกล่าวว่าเขารับช่วงต่อสถานการณ์ที่ย่ำแย่จากรัฐบาลโจ ไบเดน และสิ่งที่เกิดขึ้นในปัจจุบันคือ “ปาฏิหาริย์” แม้ข้อมูลทางการจะชี้ว่าเงินเฟ้อยังอยู่ในระดับ 2.7-3% และความเชื่อมั่นผู้บริโภคลดลงจากความกังวลด้านค่าครองชีพ ที่อยู่อาศัย และบริการสาธารณสุข
ในเวทีต่างประเทศ ทรัมป์กล่าวถึงการยุติความขัดแย้งหลายแห่ง และแสดงความไม่พอใจต่อกระบวนการคัดเลือกรางวัลโนเบลสาขาสันติภาพ โดยอ้างว่านอร์เวย์มีอิทธิพลเหนือรางวัลดังกล่าว พร้อมย้ำว่าเขาเป็นผู้ยุติสงครามได้ถึง 8 แห่ง แต่ยืนยันว่าไม่ได้ทำเพื่อรางวัล
เขายังกล่าวอ้างถึงบทบาทของตนในการทำให้นาโตเข้มแข็งขึ้น โดยระบุว่าสมาชิกเพิ่มงบกลาโหมเป็น 5% ของ GDP และย้ำว่าสหรัฐฯ เป็นแกนหลักของพันธมิตร นอกจากนี้ ทรัมป์เปิดแนวคิดจัดตั้ง “คณะกรรมการสันติภาพ” ที่อาจทำหน้าที่แทนสหประชาชาติ ซึ่งเขามองว่าไม่มีประสิทธิภาพเพียงพอ
สำหรับประเด็นกรีนแลนด์ ทรัมป์ยืนยันว่าการเจรจากำลังดำเนินไปในทิศทางที่ดี และเชื่อว่าผลลัพธ์จะออกมาน่าพอใจ แม้จะมีเสียงคัดค้านจากยุโรปและชาวกรีนแลนด์เอง และทิ้งท้ายว่าท่าทีของสหรัฐฯ ต่อกรีนแลนด์จะชัดเจนมากขึ้นในอนาคตอันใกล้นี้
Tag
ยอดนิยมในตอนนี้
