รีเซต

น้ำท่วมปราจีนบุรี-ฉะเชิงเทรายังน่าห่วง เร่งระบายน้ำลงอ่าวไทย

น้ำท่วมปราจีนบุรี-ฉะเชิงเทรายังน่าห่วง เร่งระบายน้ำลงอ่าวไทย
TNN ช่อง16
11 ตุลาคม 2569 ( 16:07 )
7

น้ำท่วมหลายจังหวัดเริ่มคลี่คลาย ปราจีนบุรี-ฉะเชิงเทรายังเฝ้าระวัง

สถานการณ์อุทกภัยในหลายพื้นที่ของประเทศไทยเริ่มคลี่คลาย หลังระดับน้ำทยอยลดลงและหน่วยงานท้องถิ่นเข้าสู่กระบวนการฟื้นฟู อย่างไรก็ตาม จังหวัดปราจีนบุรีและฉะเชิงเทรายังคงต้องเฝ้าระวังปริมาณน้ำจากพื้นที่ตอนบนที่ไหลลงสู่ลุ่มน้ำบางปะกง โดยหน่วยงานภาครัฐระดมเครื่องสูบน้ำและเครื่องผลักดันน้ำ เพื่อเร่งระบายมวลน้ำลงสู่อ่าวไทย ลดผลกระทบต่อชุมชนและพื้นที่เศรษฐกิจ

ข้อมูลสถานการณ์ ณ วันที่ 10-11 ตุลาคม 2569 พบว่า ทั้งสองจังหวัดยังมีประชาชนได้รับผลกระทบรวมกว่า 113,000 ครัวเรือน ขณะที่จังหวัดปทุมธานีเริ่มดำเนินการฟื้นฟูพื้นที่หลังน้ำลด พร้อมเร่งช่วยเหลือประชาชนและจัดการปัญหาน้ำเสียตกค้างในชุมชน

ปราจีนบุรีน้ำลดวันละ 10-15 ซม. กระทบกว่า 59,000 ครัวเรือน

สถานการณ์น้ำท่วมจังหวัดปราจีนบุรี ณ วันที่ 10 ตุลาคม 2569 มีแนวโน้มดีขึ้น โดยระดับน้ำในแม่น้ำปราจีนบุรีลดลงต่อเนื่อง โดยเฉพาะพื้นที่อำเภอบ้านสร้าง ซึ่งระดับน้ำลดลงเฉลี่ยวันละ 10-15 เซนติเมตร

ส่วนพื้นที่เศรษฐกิจในเขตเทศบาลเมืองปราจีนบุรี ระดับน้ำเริ่มลดลงอย่างชัดเจน หลังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งสูบน้ำและเสริมแนวป้องกันด้วยกระสอบทราย แต่ยังคงติดตามปริมาณน้ำจากพื้นที่ตอนบนอย่างใกล้ชิด

สำหรับข้อมูลความเสียหายจากอุทกภัยครั้งนี้ พบพื้นที่ได้รับผลกระทบรวม 7 อำเภอ 65 ตำบล 691 หมู่บ้าน และ 37 ชุมชน มีประชาชนเดือดร้อนกว่า 59,000 ครัวเรือน

ขณะที่มีรายงานผู้เสียชีวิตสะสม 24 ราย แบ่งเป็นเสียชีวิตจากการจมน้ำ 19 ราย และถูกไฟฟ้าช็อต 5 ราย ส่วนภาคการเกษตรได้รับความเสียหายกว่า 17,000 ไร่ และสัตว์เลี้ยงในภาคปศุสัตว์ได้รับผลกระทบกว่า 440,000 ตัว

ด้านการช่วยเหลือ จังหวัดปราจีนบุรีประสานความร่วมมือกับจังหวัดนครนายกและฉะเชิงเทรา เพื่อบริหารจัดการน้ำจากพื้นที่ตอนบนและเพิ่มประสิทธิภาพการระบายน้ำลงสู่พื้นที่ตอนล่าง

องค์การบริหารส่วนจังหวัดปราจีนบุรีร่วมกับสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัด รวมถึงหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ติดตั้งเครื่องสูบน้ำขนาดใหญ่และเสริมแนวคันกระสอบทราย เพื่อป้องกันน้ำเข้าสู่ย่านเศรษฐกิจและสถานศึกษาสำคัญ เช่น วิทยาลัยเทคนิคปราจีนบุรี และโรงเรียนในพื้นที่

นอกจากนี้ ยังจัดตั้งศูนย์พักพิงชั่วคราว 49 แห่ง รองรับประชาชนได้ 3,560 คน พร้อมสนับสนุนอาหารผ่านโรงครัวพระราชทานและโรงครัวอาสา เพื่อช่วยเหลือผู้ประสบภัยอย่างต่อเนื่อง

ฉะเชิงเทราระดมเครื่องผลักดันน้ำ 40 เครื่อง เร่งระบายลงอ่าวไทย

จังหวัดฉะเชิงเทรายังคงเร่งบริหารจัดการมวลน้ำจากจังหวัดปราจีนบุรี นครนายก และพื้นที่ตอนบนของลุ่มน้ำบางปะกง หลังปริมาณน้ำไหลเข้าสู่พื้นที่ตอนล่างอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้หลายชุมชนและพื้นที่การเกษตรยังได้รับผลกระทบ

ในพื้นที่อำเภอเมืองฉะเชิงเทรา องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นระดมติดตั้งเครื่องสูบน้ำพญานาคจำนวน 6 เครื่อง บริเวณสถานีสูบน้ำบ้านใหม่ เพื่อเร่งระบายน้ำออกจากคลองชลประทาน หลังได้รับผลกระทบจากน้ำล้นบริเวณประตูระบายน้ำบางโรง

ขณะเดียวกัน กรมชลประทานได้นำเรือและเครื่องจักรเข้ากำจัดวัชพืชในคลองบ้านใหม่ เพื่อเปิดทางน้ำและเพิ่มความสามารถในการระบายน้ำลงสู่แม่น้ำบางปะกง

สำหรับการบริหารจัดการน้ำในลุ่มน้ำบางปะกง กรมชลประทานติดตั้งเครื่องผลักดันน้ำจำนวน 40 เครื่อง บริเวณสะพานพระยาศรีสุนทรโวหาร อำเภอบ้านโพธิ์ โดยกระจายการติดตั้งออกเป็น 5 ช่องทางน้ำ เพื่อเพิ่มอัตราการไหลของน้ำลงสู่อ่าวไทย

การดำเนินงานดังกล่าวยังประสานความร่วมมือกับกองทัพเรือ ซึ่งติดตั้งเรือผลักดันน้ำในจุดสำคัญของแม่น้ำบางปะกง รวมถึงบริเวณเขื่อนทดน้ำบางปะกง สะพานเฉลิมพระเกียรติ และสะพานมอเตอร์เวย์ เพื่อช่วยลดระดับน้ำและป้องกันน้ำเอ่อล้นเข้าสู่ชุมชน

ข้อมูลวันที่ 10 ตุลาคม 2569 ระบุว่า จังหวัดฉะเชิงเทรามีพื้นที่ประสบอุทกภัย 8 อำเภอ ได้แก่ เมืองฉะเชิงเทรา บางคล้า บางน้ำเปรี้ยว พนมสารคาม แปลงยาว บ้านโพธิ์ คลองเขื่อน และราชสาส์น

ครอบคลุม 75 ตำบล 673 หมู่บ้าน มีประชาชนได้รับความเดือดร้อนกว่า 54,000 ครัวเรือน และมีผู้เสียชีวิต 4 ราย

ส่วนภาคการเกษตรได้รับผลกระทบเป็นวงกว้าง ทั้งสวนผลไม้ นาข้าว พืชไร่ และกิจการประมงพื้นบ้าน โดยเฉพาะบ่อเลี้ยงกุ้งและบ่อปลาในพื้นที่น้ำท่วม

ปทุมธานีเร่งฟื้นฟูหลังน้ำลด จ่ายเงินช่วยเหลือแล้วกว่า 70 ล้านบาท

จังหวัดปทุมธานีเริ่มเข้าสู่ระยะฟื้นฟูหลังระดับน้ำในหลายพื้นที่ทยอยลดลง โดยเฉพาะอำเภอลำลูกกา ซึ่งเทศบาลเมืองลำสามแก้วและเทศบาลเมืองคูคตระดมเจ้าหน้าที่พร้อมเครื่องจักรเข้าจัดเก็บขยะและสิ่งของที่เสียหายจากน้ำท่วม

สิ่งของที่ต้องเร่งกำจัดส่วนใหญ่เป็นเฟอร์นิเจอร์และเครื่องใช้ไฟฟ้าที่ไม่สามารถใช้งานได้ พร้อมนำรถบรรทุกน้ำเข้าฉีดล้างถนนและกำจัดคราบดินโคลน รวมถึงใช้น้ำผสมจุลินทรีย์ EM เพื่อลดกลิ่นไม่พึงประสงค์ในชุมชน

ที่องค์การบริหารส่วนตำบลคลอง 4 อำเภอคลองหลวง มีประชาชนทยอยเดินทางมาลงทะเบียนขอรับความช่วยเหลืออย่างต่อเนื่อง โดยมียอดลงทะเบียนสะสมกว่า 3,000 ราย

อบต.คลอง 4 ได้จัดเจ้าหน้าที่อำนวยความสะดวก พร้อมเปิดศูนย์พักพิงชั่วคราว 2 แห่ง และจัดศูนย์ดูแลผู้ป่วยติดเตียง โดยมีอาสาสมัครบริบาลผลัดเปลี่ยนดูแลตลอด 24 ชั่วโมง

ขณะเดียวกัน ยังระดมเครื่องสูบน้ำเพื่อระบายน้ำเสียจากคลองชลประทานลงสู่คลองรพีพัฒน์ เพื่อลดปัญหากลิ่นและผลกระทบด้านสุขภาพของประชาชน

สำหรับภาพรวมจังหวัดปทุมธานี มีพื้นที่ได้รับผลกระทบทั้ง 7 อำเภอ รวม 60 ตำบล 507 หมู่บ้าน ประชาชนได้รับผลกระทบกว่า 24,000 ครัวเรือน และมีผู้เสียชีวิต 2 ราย

ส่วนการช่วยเหลือด้านการเงิน หน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้ดำเนินการจ่ายเงินช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยรอบแรกแล้วกว่า 10,000 ครัวเรือน คิดเป็นวงเงินรวมกว่า 70 ล้านบาท

ThaiWater รายงาน 11 จังหวัดยังมีน้ำล้นตลิ่ง

ข้อมูลสถานการณ์น้ำจากระบบ ThaiWater ประจำวันที่ 11 ตุลาคม 2569 ระบุว่า ยังตรวจพบภาวะน้ำล้นตลิ่งใน 11 จังหวัด ได้แก่

  • พระนครศรีอยุธยา
  • ปราจีนบุรี
  • สุพรรณบุรี
  • นครปฐม
  • สมุทรปราการ
  • ฉะเชิงเทรา
  • กาญจนบุรี
  • นครราชสีมา
  • พิษณุโลก
  • นนทบุรี
  • กำแพงเพชร

โดยจังหวัดพระนครศรีอยุธยาและปราจีนบุรียังคงเป็นพื้นที่ที่ต้องติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด

ข้อมูลจากสถานีตรวจวัดน้ำบริเวณคลองบางหลวง จังหวัดพระนครศรีอยุธยา พบปริมาณน้ำในลำน้ำคิดเป็น 123.5% ของความจุลำน้ำ ขณะที่สถานีสะพานต้นน้ำบางปะกง อำเภอกบินทร์บุรี จังหวัดปราจีนบุรี รายงานปริมาณน้ำคิดเป็น 105.8% ของความจุลำน้ำ และระดับน้ำสูงกว่าตลิ่งประมาณ 57 เซนติเมตร

ทั้งนี้ หน่วยงานด้านการบริหารจัดการน้ำยังคงเร่งระบายน้ำในพื้นที่เสี่ยง ควบคู่กับติดตามปริมาณฝนและระดับน้ำจากพื้นที่ตอนบน โดยจังหวัดที่เริ่มเข้าสู่ภาวะปกติได้เดินหน้าฟื้นฟูสาธารณูปโภค ทำความสะอาดชุมชน และช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับผลกระทบ

ประชาชนในพื้นที่ลุ่มต่ำและริมแม่น้ำควรติดตามประกาศจากหน่วยงานจังหวัด กรมชลประทาน และกรมอุตุนิยมวิทยาอย่างต่อเนื่อง เพื่อเตรียมรับมือหากระดับน้ำเปลี่ยนแปลง

ข่าวที่เกี่ยวข้อง