ชี้แจง เหตุปลด ‘จีน-เกาหลี’ ออกจากเขตติดโรค แต่ไม่ได้ให้นักท่องเที่ยวเข้ามาอย่างเสรี

ชี้แจง เหตุปลด ‘จีน-เกาหลี’ ออกจากเขตติดโรค แต่ไม่ได้ให้นักท่องเที่ยวเข้ามาอย่างเสรี
มติชน
16 พฤษภาคม 2563 ( 13:36 )
176
ชี้แจง เหตุปลด ‘จีน-เกาหลี’ ออกจากเขตติดโรค แต่ไม่ได้ให้นักท่องเที่ยวเข้ามาอย่างเสรี

 ชี้แจง เหตุปลด ‘จีน-เกาหลี’ ออกจากเขตติดโรค แต่ไม่ได้ให้นักท่องเที่ยวเข้ามาอย่างเสรี

กรณีเมื่อวันที่ 15 พฤษภาคม กระทรวงสาธารณสุข ประกาศ เรื่อง ยกเลิกท้องที่นอกราขอาณาจักรที่เป็นเขตติดโรคติดต่ออันตราย กรณีโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 หรือโรคโควิด 19 (Coronavirus Disease 2019 (COVID-19)) ประกาศยกเลิกสาธารณรัฐเกาหลี (Republic of Korea) และสาธารณรัฐประชาชนจีน (People’s Republic of China) รวมถึงเขตบริหารพิเศษมาเก๊า (Macao) และเขตบริหารพิเศษฮ่องกง (Hong Kong) จากการเป็นท้องที่นอกราชอาณาจักรที่เป็นเขตติดโรคติดต่ออันตราย ตามพระราชบัญญัติ(พรบ.)โรคติดต่อ พ.ศ. 2548 ซึ่งมีผลบังคับใช้ในวันที่ 16 พฤษภาคม

เมื่อวันที่ 16 พฤษภาคม ที่ ศูนย์แถลงข่าวรัฐบาล “โควิด-19” ทำเนียบรัฐบาล นพ.ทวีศิลป์ วิษณุโยธิน โฆษกศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) (ศบค.) แถลงข่าวความคืบหน้าของสถานการณ์โรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019

นพ.ทวีศิลป์ กล่าวว่า ตาม พรบ.โรคติดต่อ พ.ศ. 2548 จะต้องใช้คำว่า “เขตติดโรค” ซึ่งหมายถึงการประกาศประเทศที่มีการติดโรค ทั้งนี้ประเทศเกาหลีใต้และประเทศจีน เป็นประเทศแรกๆ ที่มีการระบาด และเหตุที่ถอดถอนออกจากเขตติดโรค เนื่องจาก 1.ประเทศไทยประกาศให้ 2 ประเทศนี้เป็นเขตติดโรค มาเป็นระยะเวลาหลายเดือนแล้ว 2.สถิติผู้ป่วยยืนยันของ 2 ประเทศนี้ต่ำลงมาอยู่ในหลักหน่วย พร้อมทั้งมีระบบควบคุมการระบาดได้เป็นอย่างดี

“ ดังนั้นเมื่อเปรียบเทียบกับประเทศอื่นอีก 200 กว่าประเทศทั่วโลก ที่มียอดผู้ป่วยสูงกว่า 2 ประเทศนี้แต่ไม่ปรากฏอยู่ในประกาศเขตติดโรค ซึ่งมันดูไม่ยุติธรรม ดังนั้นเราจึงถอดประเทศจีนและเกาหลีใต้ออก ไม่มีเหตุผลอะไรที่จะต้องคงค้างไว้ เนื่องจากการระบาดของเขาผ่านมาพอสมควรและระบบค่อนข้างดี แต่อย่างไรก็ตามยังต้องคงไว้ในประเทศที่มีผู้ป่วยสูงอยู่ เช่น อิหร่าน อิตาลี มาเลเซีย พม่า ลาว กัมพูชา อินโดนีเซีย ที่มีขอบชายแดนติดกับประเทศไทยและมีอัตราการนำเข้าของโรคมายังเมืองไทยของเรา ยังคงไว้อยู่ แต่ใน 2 ประเทศคือจีนและเกาหลีใต้มีการควบคุมได้ดี” นพ.ทวีศิลป์ กล่าว

นพ.ทวีศิลป์ กล่าวว่า สืบเนื่องกันคือ เรื่องการถอดออกจากเขตติดโรคเป็นเรื่องหนึ่ง แต่อย่างไรก็จะต้องมีการกำกับติดตามพร้อมทั้งป้องกันไม่ให้มีผู้เดินทางเข้าประเทศไทยซึ่งเป็นอีกเรื่องหนึ่ง โดยผู้เดินทางเข้าประเทศไทยจะต้องมีเอกสาร 1.ใบรับรองแพทย์ 2.การตรวจ Fit-tp-Fly 3.การซื้อประกันสุขภาพส่วนบุคคล และ 4.เมื่อมาถึงประเทศไทยจะต้องมีการกักกันในสถานที่ที่รัฐจัดไว้(state Quarantine) อีก 14 วัน ซึ่งยังเป็นมาตรการที่คงไว้อยู่และไม่มีการยกเลิกในตอนนี้ หากมองได้ว่านักท่องเที่ยวก็คงไม่อยากเดินทางมาประเทศไทย

“แม้ว่าจะมีการปลดออกจากเขตติดโรคแล้ว แต่สนามบินและเครื่องบินยังไม่สามารถบินลงมายังประเทศไทยได้อย่างเสรี ซึ่งมั่นใจได้ว่าระบบของเรายังควบคุมได้ดี เราไม่ได้อนุญาตให้นักท่องเที่ยวเข้ามา ยกเว้นนักการทูต รวมถึงคนไทยที่อยู่ในต่างแดนก็อนุญาตให้กลับมา หรือผู้ที่มีใบอนุญาตในการทำงานที่จะต้องตามเป็นกลับมาดูแลธุรกิจของเขา ซึ่งสามารถเดินทางเข้ามาและจะต้องมีระบบดูแลคนกลุ่มนี้ ในรายละเอียดปลีกย่อยไปอีก เช่น นักการทูต จะต้องอยู่ในสถานทูตที่เราสามารถติดต่อได้ นักธุรกิจจะต้องอยู่ในสถานที่ที่รัฐบาลเตรียมไว้ให้และดูแลเป็นอย่างดี ขอให้มั่นใจว่าเราออกแบบระบบมา 5 เดือน สามารถช่วยการันตีได้และมั่นใจได้ และเรากำลังเปิดธุรกิจภายในของเรา ดังนั้นด้านนอกเราซีลขอบไว้แน่ๆ แต่ด้านในก็ต้องทำให้ได้ดีเช่นเดียวกัน” นพ.ทวีศิลป์ กล่าว

 

ข่าวที่เกี่ยวข้อง