รีเซต

นาซา (NASA) แปลงข้อมูลอวกาศ สร้างเสียงดนตรีสุดล้ำของดาวพฤหัสบดี ดาวเสาร์ และดาวยูเรนัส

นาซา (NASA) แปลงข้อมูลอวกาศ สร้างเสียงดนตรีสุดล้ำของดาวพฤหัสบดี ดาวเสาร์ และดาวยูเรนัส
TNN ช่อง16
6 มีนาคม 2569 ( 08:40 )
3

องค์การบริหารการบินและอวกาศแห่งชาติ หรือ นาซา (NASA) ได้สร้างสรรค์ประสบการณ์ใหม่ในการสัมผัสอวกาศ ด้วยการนำข้อมูลจากกล้องโทรทรรศน์อวกาศรังสีเอกซ์จันทรา (Chandra X-ray Observatory) มาแปลงเป็นเสียงดนตรีของดาวเคราะห์ 3 ดวง ได้แก่ ดาวพฤหัสบดี ดาวเสาร์ และดาวยูเรนัส โดยโปรเจกต์นี้ถูกเปิดตัวมาเพื่อให้สอดคล้องกับปรากฏการณ์พาเหรดดาวเคราะห์ (Planetary parade) ที่เกิดขึ้นในเดือนมีนาคม 

ก่อนหน้านี้มีการนำข้อมูลจากการสังเกตการณ์กาแล็กซีทางช้างเผือกกาแล็กซีที่อยู่ไกลออกไป ดาวฤกษ์ ซูเปอร์โนวา เนบิวลา และหลุมดำ มาแปลงเป็นเสียง ตัวอย่างหนึ่งที่อิงจากหลุมดำที่มีชื่อเสียงในกาแล็กซีเมสซิเยร์ 87แปลงลำแสงอันทรงพลังของมันให้เป็นการเปลี่ยนแปลงระดับเสียงและความเข้มเสียงอย่างรวดเร็ว ตามด้วยเสียงต่ำที่ต่อเนื่องยาวนานซึ่งแสดงถึงกลุ่มก๊าซร้อนขนาดใหญ่ พร้อมด้วยเสียงสั้น ๆ คล้ายเสียงระฆังเพื่อแสดงถึงดาวฤกษ์แต่ละดวง

เทคนิคที่นาซาใช้เรียกว่า Sonification ซึ่งเป็นการแปลงข้อมูลตัวเลขให้กลายเป็นเสียง กระบวนการนี้เริ่มต้นจากการใช้ข้อมูลรังสีเอกซ์และข้อมูลหลายความยาวคลื่น (Multiwavelength) มาทำการจับคู่ความสว่าง ตำแหน่ง และระดับพลังงาน เข้ากับระดับเสียง ความดัง และการเลือกชนิดของเครื่องดนตรี

ตัวอย่างเช่น บริเวณที่มีการแผ่รังสีเอกซ์สว่างกว่า จะถูกแปลงเป็นตัวโน้ตที่มีระดับเสียงสูงขึ้นหรือดังขึ้น ข้อมูลเหล่านี้ยังถูกนำมาผสานรวมกับภาพจากกล้องโทรทรรศน์อวกาศฮับเบิล (Hubble Space Telescope) และข้อมูลจากภารกิจสำรวจอวกาศอื่นๆ ในอดีต เพื่อให้ได้ภาพและเสียงที่สมบูรณ์ที่สุด

ผลลัพธ์ที่ได้ทำให้ดาวเคราะห์แต่ละดวงมีซาวด์แทร็กที่สะท้อนเอกลักษณ์เฉพาะตัวดังนี้

1. ดาวพฤหัสบดีมีเสียงที่เป็นประกายคล้ายเสียงสายลมพัด ซึ่งเป็นตัวแทนของแสงออโรร่ารังสีเอกซ์ที่ทรงพลังของดาวเคราะห์ยักษ์ดวงนี้ ผสมผสานกับ เสียงทุ้มต่ำคล้ายเสียงฟ้าร้อง ที่สะท้อนถึงความปั่นป่วนของชั้นบรรยากาศและพายุเมฆ

2. ดาวเสาร์มีบริเวณวงแหวนถูกถ่ายทอดออกมาเป็น เสียงคล้ายไซเรนที่ไล่ระดับเสียงขึ้นลง ในขณะที่ตัวดาวเสาร์เองถูกแทนที่ด้วยเสียงดนตรีเบสที่ทุ้มลึก

3. ดาวยูเรนัสมีความละเอียดอ่อนกว่าดวงอื่น ๆ โดยถ่ายทอดวงแหวนของดาวเคราะห์น้ำแข็งดวงนี้ผ่าน เสียงเครื่องดนตรีเชลโลที่นุ่มนวล

ตัวแทนจากนาซาระบุว่า การสร้าง Sonification ถือเป็นการขยายทางเลือกให้ผู้คนสามารถสำรวจและรับรู้สิ่งที่กล้องโทรทรรศน์ค้นพบในอวกาศได้กว้างขวางยิ่งขึ้น ซึ่งตอกย้ำความมุ่งมั่นของนาซาในการแบ่งปันข้อมูลสู่สาธารณะ ทำให้เราสามารถสัมผัสความมหัศจรรย์ของระบบสุริยะได้ผ่านทั้ง การมองเห็นและการได้ยิน 

ยอดนิยมในตอนนี้

แท็กยอดนิยม

ข่าวที่เกี่ยวข้อง