BBGI เล็งลงทุน GreenLNG SAF มาปีหน้าล็อกลูกค้า50%

#BBGI #ทันหุ้น – BBGI ศึกษาลงทุน GREEN LNG สำหรับโรงไฟฟ้ากลุ่มดาต้าเซ็นเตอร์ชี้ความต้องการไฟฟ้าสูง คาดลงทุน 2 พันล้านบาท IRR 15% พร้อมเดินหน้าผลิต SAF เชิงพาณิชย์ปีหน้า รับโรงงานสร้างเสร็จปีนี้ แต่ต้องทดสอบระบบ แย้มมีลูกค้าแล้ว 50-60% เดินหน้า B24 เจาะสายการเดินเรือ
นายเดชพนต์ เลิศสุวรรณโรจน์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท บีบีจีไอ จำกัด (มหาชน) หรือ BBGI เปิดเผยว่า บริษัทยังคงเดินหน้าในอุตสาหกรรมพลังงานสีเขียวอย่างต่อเนื่อง โดยกำลังศึกษาดำเนินโครงการ GREEN LNG เชื้อเพลิงผลิตไฟฟ้าซึ่งผลิตจากก๊าซชีวภาพ เพื่อเจาะกลุ่ม Data Center ระดับโลก โครงการนี้มีเป้าหมายผลิตก๊าซชีวภาพเหลว (Liquid Biogas) ให้กับกลุ่มลูกค้า Data Center ที่ต้องการไฟฟ้าพลังงานสะอาด ปัจจุบันมีลูกค้า Data Center ขนาดใหญ่ระดับโลกหลายราย เช่น Google และ Facebook เข้ามาหารือและแสดงความสนใจ
เนื่องจากบริษัทเหล่านี้มีข้อผูกพันกับลูกค้าในการใช้พลังงานสีเขียว การดำเนินงานนี้จะอยู่ในภายใต้ BBGI แต่อาจมีการตั้งบริษัทใหม่ขึ้นมารองรับ ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างการศึกษา
สำหรับการลงทุนในโครงการดังกล่าว คาดว่าจะใช้งบประมาณ 2,000 ล้านบาทในปีหน้า โดยตั้งเป้าผลตอบแทนจากการลงทุน (IRR) ที่ 15% วัตถุดิบหลักจะมาจากน้ำเสียจากโรงงานเอทานอลของ BBGI
@ ผลิต SAF ปีหน้า
ส่วนความคืบหน้าโครงการเชื้อเพลิงอากาศยานยั่งยืน (SAF) ซึ่งปัจจุบันมีความคืบหน้าการก่อสร้างแล้ว 96-97% โครงการ SAF นี้ BBGI ถือหุ้น 20% และบางจากฯ ถือหุ้น 80% โดยบางจาก เป็นผู้บริหารหลัก แม้การก่อสร้างจะแล้วเสร็จภายในปีนี้ แต่การเดินเครื่องจักรและการทดสอบ (Commissioning) อาจใช้เวลาอย่างน้อย 1 ไตรมาส เนื่องจากเป็นเทคโนโลยีใหม่และวัตถุดิบ น้ำมันปรุงอาหารใช้แล้ว มีคุณสมบัติหลากหลาย คาดว่าจะเริ่มดำเนินการผลิตน้ำมัน SAF ที่มีคุณสมบัติใช้ได้จริงได้ในปีหน้า
นอกจากนี้บริษัทยังได้ลงนาม MOU กับกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และบริษัท แอดวานซ์ ไบโอคาร์บอน จำกัด เพื่อศึกษาและพัฒนาเทคโนโลยีที่เกี่ยวข้องกับการเพาะเลี้ยงจุลสาหร่าย เพื่อสกัดน้ำมันจากจุลสาหร่าย ซึ่งให้ผลผลิตน้ำมันได้สูงกว่าปาล์ม และจะเป็นทางเลือกของวัตถุดิบ SAF ในอนาคตนอกจากน้ำมันพืชใช้แล้ว
ด้านการตลาดของ SAF มีการลงนามสัญญาซื้อขายไปแล้วประมาณ 50-60% ของกำลังการผลิต 1 ล้านลิตรต่อวัน โดยมุ่งหวังที่จะเพิ่มยอดขายให้เกือบเต็ม 100% เมื่อโรงงานเดินเครื่องได้เต็มที่ การจำหน่าย SAF ยังเป็นการตลาดภาคสมัครใจ ไม่ได้เป็นข้อบังคับ แต่สายการบินที่เติมจะสามารถเคลมความเป็น Green ได้
นอกจาก SAF สำหรับเครื่องบินแล้ว BBGI ยังได้พัฒนา B24 หรือนำมันดีเซลผสมไบโอดีเซล 24% สำหรับเรือขนส่ง ปัจจุบันเริ่มมีการจำหน่าย B24 แล้ว โดยยุโรปเป็นตลาดหลักที่ประกาศส่งเสริม B24 มีข้อดีคือเป็นเชื้อเพลิงแบบ Drop-In ที่สามารถใช้กับเรือเก่าได้เลยโดยไม่ต้องดัดแปลงเครื่องยนต์
@ คาร์บอนเครดิตหนุน
สำหรับราคา SAF และ B24 มีหลักการตั้งราคาที่อิงกับราคาน้ำมันปกติบวกด้วยมูลค่าคาร์บอนเครดิตที่ลดได้ แม้ปัจจุบัน B24 ยังเป็นภาคสมัครใจ แต่ยุโรปกำลังจะเริ่มบังคับใช้ในอนาคต ทั้งนี้ราคาคาร์บอนเครดิตในแต่ละประเทศแตกต่างกัน เช่น ในยุโรป ญี่ปุ่น หรือสิงคโปร์ มีราคาที่สูง แต่ประเทศไทยยังถือว่ามีราคาคาร์บอนเครดิตที่ต่ำอยู่ แต่เชื่อว่า ในระยะกลางและยาว ประเทศไทยจะต้องมีราคาคาร์บอนเครดิตที่ชัดเจนและเทียบเท่าสากล เพื่อให้สอดคล้องกับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและเป้าหมาย ที่ทั่วโลกกำลังดำเนินการอยู่ เนื่องจากปัจจุบันประเทศไทยมีแต่ “Commitment” แต่ยังขาด “Action Plan” ที่ชัดเจนในการลดคาร์บอน
นายเดชพนต์ ยอมรับว่า ปัจจุบันสถานการณ์กำลังการผลิตไบโอดีเซล (B100) และเอทานอลในประเทศไทยล้นตลาด (Oversupply) เนื่องจากนโยบายภาครัฐที่ลดสัดส่วนการผสมเชื้อเพลิง เช่น ลดจาก B10/B20 เหลือ B5 และจาก E20/E85 เหลือ E10 อย่างไรก็ตาม BBGI ยังคงผลิตเต็ม 100% แต่ในส่วนของราคาอาจจะมีการลดลงมาบ้าง จากเพราะเพื่อนร่วมอุตสาหกรรมหลายรายกลับผลิตต่ำกว่า 50%
Tag
ยอดนิยมในตอนนี้
