จะนะ : ไครียะห์ "ลูกสาวแห่งทะเลจะนะ" บุกสภา เรียกร้องให้ตรวจสอบ ศอ.บต. จัดเวทีรับฟังความเห็นเขตพัฒนาพิเศษ

จะนะ : ไครียะห์ "ลูกสาวแห่งทะเลจะนะ" บุกสภา เรียกร้องให้ตรวจสอบ ศอ.บต. จัดเวทีรับฟังความเห็นเขตพัฒนาพิเศษ
บีบีซี ไทย
2 กรกฎาคม 2563 ( 17:52 )
87
จะนะ : ไครียะห์ "ลูกสาวแห่งทะเลจะนะ" บุกสภา เรียกร้องให้ตรวจสอบ ศอ.บต. จัดเวทีรับฟังความเห็นเขตพัฒนาพิเศษ

ศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ (ศอ.บต.) เดินหน้าเปิดเวทีรับฟังความคิดเห็นประชาชนต่อการผุดเขตพัฒนาพิเศษเฉพาะกิจ อ.จะนะ จ.สงขลา ในวันที่ 11 ก.ค. นี้ ท่ามกลางการคัดค้านของภาคประชาชน ถึงขั้นประกาศว่า "แล้วเลขาธิการ ศอ.บต. จะได้รู้จักว่าจะนะเป็นอย่างไร"

รัฐสภาคือ "สถานที่เป้าหมายลำดับที่ 2" ของ น.ส.ไครียะห์ ระหมันยะ หรือยะห์ ผู้เรียกตัวเองว่า "ลูกสาวแห่งทะเลจะนะ"

เยาวชนวัย 17 ปี เดินทางด้วยรถไฟซึ่งออกจากบ้านเกิดใน อ.จะนะ จ.สงขลา เมื่อ 29 มิ.ย. เข้าสู่กรุงเทพมหานคร ก่อนเดินสายไปยัง 3 สถานที่สำคัญที่จะมีส่วนกำหนดอนาคตของพวกเธอ

"เรามาที่นี่เพื่อส่งเสียงให้ดังขึ้นว่าไม่ไหวแล้ว เขาจะมาเอาบ้านของเราไปแล้ว" น.ส.ไครียะห์กล่าวกับบีบีซีไทย

ขณะที่ผู้บริหาร ศอ.บต.ยืนยันว่าโครงการนี้มีความจำเป็นต่อการพัฒนาเศรษฐกิจในพื้นที่เพราะจังหวัดชายแดนภาคใต้ไม่มีการพัฒนาเศรษฐกิจอย่างจริงจังมาตั้งแต่ปี 2547 แล้ว และจากการสอบถามความคิดเห็นของคนในพื้นที่พบว่า "ประชาชนส่วนใหญ่เห็นด้วยกับโครงการ"

สายวันนี้ (2 ก.ค.) น.ส.ไครียะห์ พร้อมตัวแทนภาคประชาชนที่เรียกตัวเองว่าเครือข่ายปกป้องทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมสงขลา-สตูล เข้ายื่นหนังสือต่อคณะกรรมาธิการ (กมธ.) การพัฒนาการเมือง การสื่อสารมวลชน และการมีส่วนร่วมของประชาชน สภาผู้แทนราษฎร ที่มีนายปดิพัทธ์ สันติภาดา ส.ส.พิษณุโลก พรรคก้าวไกล เป็นประธาน เพื่อขอให้ตรวจสอบการทำงานของศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ (ศอ.บต.) ในฐานะ "ผู้จัดเวที" รับฟังความคิดเห็นของประชาชนเกี่ยวกับการขับคลื่อนโครงการในเขตพัฒนาพิเศษเฉพาะกิจ อ.จะนะ หลังพบ "ความบกพร่อง" และ "ความไม่ปกติ" ในการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ ศอ.บต. ดังนี้

  • มีการว่าจ้างกลุ่มคนที่มีความสามารถในการสื่อสารทำหน้าที่วิทยากรในเวที แต่ไม่มีใครตอบคำถามที่ประชาชนสงสัย เช่น ธุรกิจปิโตรเคมีจะเกิดขึ้นใน อ.จะนะหรือไม่ โรงงานแต่ละประเภทจะปล่อยน้ำเสียลงทะเลหรือไม่ อีกทั้งยังใช้วิธีสอบถามกลับไปว่าประชาชนอยากได้อะไรมาทดแทน
  • มีการใช้อามิสสินจ้าง เช่น น้ำมันพืช น้ำตาล ข้าวสาร มาจูงใจให้ประชาชนไปร่วมเวที โดยแลกกับการมอบชื่อและบัตรประชาชนให้ผู้จัดงาน จากนั้น ศอ.บต. ได้นำไปอ้างกับรัฐบาลว่า "ชาวจะนะเห็นด้วย"
  • มีการคัดกรองผู้เข้าร่วมเวที โดยสกัดฝ่ายเห็นต่างออกไป อีกทั้งยังกำหนดให้เฉพาะประชาชนใน 3 ตำบล ได้แก่ นาทับ, ตลิ่งชัน และสะกอม เข้าร่วมเวที

"คนทั้ง จ.สงขลาต่างได้รับผลกระทบจากเขตพัฒนาพิเศษจะนะ เพราะไม่มีใครกั้นอากาศ หรือกั้นน้ำทะเลได้ว่าห้ามไหลออกจาก 3 ตำบลนี้" น.ส.ไครียะห์กล่าว

ขณะที่นายสมบูรณ์ คำแหง เครือข่ายปกป้องทรัพยากรฯ สงขลา-สตูล เห็นว่า การที่ ศอ.บต. ตั้งคำถามกับประชาชนว่าอยากได้อะไรบ้างและรับปากจะดำเนินการให้ แทนการชี้แจงในสิ่งที่ประชาชนสงสัยเกี่ยวกับเขตเศรษฐกิจพิเศษจะนะ ไม่ใช่การเปิดเวทีให้ประชาชนได้มีส่วนร่วมแสดงความคิดเห็นอย่างแท้จริง และทำให้รัฐบาลได้ "ข้อมูลเท็จ" ไปใช้อ้างอิงในการตัดสินใจ เพราะเนื้อหาในเวทีไม่ได้เกี่ยวอะไรกับเรื่องเขตเศรษฐกิจพิเศษจะนะเลย

ตัวแทนเครือข่ายปกป้องทรัพยากรฯ สงขลา-สตูล และ ส.ส.ในพื้นที่สังกัดพรรคก้าวไกล ต่างแสดงความข้องใจในบทบาทของ ศอ.บต.

นายสมชาย ฝั่งชลจิตร ส.ส.บัญชีรายชื่อ ระบุว่า ศอ.บต. กำลังเข้าร่วมกับกลุ่มทุนเพื่อแย่งชิงทรัพยากรและเบียดขับคนจนหรือไม่ โดยอ้างว่าเพื่อพัฒนาเศรษฐกิจและนำความเจริญสู่พื้นที่

รัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ตัดสินใจพัฒนา อ.จะนะ จ.สงขลา ให้เป็น "เขตพัฒนาพิเศษเฉพาะกิจ" ด้วยการเปลี่ยนพื้นที่ 16,753 ไร่ใน 3 ตำบล ได้แก่ นาทับ สะกอม และตลิ่งชัน ให้เป็นเขตอุตสาหกรรม โดยทุ่มงบประมาณในการดำเนินการถึง 18,680 ล้านบาท พร้อมมอบหมายให้ ศอ.บต. เปิดเวทีรับฟังความคิดเห็นของประชาชนเกี่ยวกับการขับเคลื่อนโครงการในเขตพัฒนาพิเศษเฉพาะกิจจะนะ

อย่างไรก็ตามแผนเปิดเวทีรอบแรก ระหว่างวันที่ 14-20 พ.ค. ต้องล่มลง เนื่องจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ (โควิด-19) รวมถึงการคัดค้านจากประชาชนบางส่วน โดย น.ส.ไครียะห์ ได้ไปนั่งประท้วงหน้าศาลากลางจังหวัดสงขลา

ล่าสุด ศอ.บต. ได้ประกาศเชิญชวนประชาชนเข้าร่วมเวทีรอบใหม่ซึ่งจะจัดขี้นในวันที่ 11 ก.ค. นี้ เป็นผลให้ น.ส.ไครียะห์กับพวก ต้องเคลื่อนไหวคัดค้านและหวังพับเวทีลงชั่วคราว ทว่าข้อเสนอของพวกเธอ "ไม่ได้รับการตอบสนอง" ประธาน กมธ.การพัฒนาการเมืองฯ แจ้งกลุ่มของ น.ส.ไครียะห์ว่าได้พูดคุยทางโทรศัพท์กับ พล.ร.ต.สมเกียรติ ผลประยูร เลขาธิการ ศอ.บต. โดยที่ ศอ.บต. ยืนยันจะจัดงานต่อไป แม้ประเทศไทยยังอยู่ภายใต้การประกาศใช้พระราชกำหนด (พ.ร.ก.) การบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ.2548 เพื่อรับมือกับโควิด-19 ก็ตาม

"สิ่งที่น่ากลัวไม่ใช่โควิด แต่เป็นกฎหมายพิเศษที่ทำให้ประชาชนไม่กล้าแสดงความคิดเห็นอย่างตรงไปตรงมา" นายปดิพัทธ์กล่าว

ประธาน กมธ.การพัฒนาการเมืองฯ ชี้ว่า นี่เป็นอีกครั้งที่รัฐบาลใช้ พ.ร.ก.ฉุกเฉินผลักดันโครงการเขตเศรษฐกิจพิเศษ อ.จะนะ ซึ่งคล้ายคลึงกับกรณีเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (อีอีซี) ที่เกิดขึ้นได้ด้วยคำสั่งคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) โดยตัดประชาชนออกจากกระบวนการมีส่วนร่วม ขณะที่เวทีรับฟังความคิดเห็นก็เป็นเพียง "ตราประทับ" ของรัฐที่ "สร้างไปก่อน ค่อยเคลียร์กับชาวบ้านภายหลัง"

ขณะที่นายสมบูรณ์ประกาศว่า "ประวัติศาสตร์จะนะมีอยู่แล้ว เลขาธิการ ศอ.บต. เป็นคนนอกพื้นที่ แล้วท่านจะได้รู้จักว่าจะนะเป็นอย่างไร"

https://www.youtube.com/watch?v=V14ON7sEsm4

วานนี้ (1 ก.ค.) ไครียะห์กับพวก ได้เข้ายื่น "จดหมายน้อยฉบับที่ 2 จากลูกสาวแห่งทะเลจะนะ ถึงปู่ประยุทธ์" ผ่านศูนย์รับเรื่องราวร้องทุกข์ของรัฐบาล 1111 สำนักงานปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี (สปน.) เพื่อขอให้ยกเลิกมติ ครม. เมื่อ 7 พ.ค. 2562 และวันที่ 21 ม.ค. 2563 ที่กำหนดให้ อ.จะนะ จ.สงขลา ในฐานะเมืองต้นแบบที่ 4 "เมืองอุตสาหกรรมก้าวหน้าแห่งอนาคต" เป็น "เขตพัฒนาพิเศษเฉพาะกิจ"

ส่วนวันพรุ่งนี้ (3 ก.ค.) ชาวสงขลากลุ่มนี้จะเดินทางไปยังกรมโยธาธิการและผังเมือง เพื่อยื่นหนังสือ "ดักคอ" ศอ.บต. ไม่ให้วางแผนเปลี่ยนผังเมืองจะนะใหม่จาก "สีเขียวและชมพู" (เขตอนุรักษ์ชนบทและเกษตรกรรม และเขตที่ดินชุมชน) เป็น "สีม่วง" (เขตอุตสาหกรรม)

ศอ.บต.ยืนยัน "ทำตามกฎหมาย-ไม่เคยสกัดฝ่ายเห็นต่าง"

นายชนธัญ แสงพุ่ม รองเลขาธิการ ศอ.บต. ซึ่งดูแลเรื่องการพัฒนาเศรษฐกิจในพื้นที่และโครงการเขตพัฒนาพิเศษเฉพาะกิจ อ.จะนะ กล่าวกับบีบีซีไทยว่าการดำเนินงานของ ศอ.บต.เกี่ยวกับโครงการนี้เป็นไปตามมาตรา 10 ของ พ.ร.บ.การบริหารราชการจังหวัดชายแดนภาคใต้ ที่ให้อำนาจ ศอ.บต. กำหนดเขตพื้นใดในจังหวัดชายแดนภาคใต้เป็นเขตพัฒนาพิเศษเฉพาะกิจและกำหนดกรอบแนวทางการบริหารและการพัฒนาในเขตพื้นที่นั้นได้

นายชนธัญกล่าวว่าโครงการนี้มีความจำเป็นต่อการพัฒนาเศรษฐกิจในจังหวัดชายแดนภาคใต้ซึ่งไม่มีการพัฒนาเศรษฐกิจอย่างจริงจังมาตั้งแต่ปี 2547 แล้ว และยิ่งมีความจำเป็นมากขึ้นในช่วงที่เศรษฐกิจของประเทศได้รับผลกระทบจากโควิด-19 ซึ่งอาจทำให้เด็กจบใหม่ในพื้นที่จำนวนหลายหมื่นคนไม่มีงานทำ

ส่วนผลกระทบต่อชุมชนและสิ่งแวดล้อมที่กลุ่มผู้คัดค้านกังวลนั้น รองเลขาธิการ ศอ.บต.บอกว่าหากมีการจัดการที่ดี การพัฒนาเศรษฐกิจกับสิ่งแวดล้อมและชุมชนย่อม "อยู่ร่วมกันได้" เหมือนเช่นที่เขาเคยพาชาวบ้านไป "ดูงาน" ที่ท่าเรือน้ำลึกและเขตอุตสาหกรรมในประเทศมาเลเซีย

"ช่วงที่ผ่านมา ศอ.บต.ให้ข้อมูลโครงการและรับฟังความคิดเห็นของประชาชนในหลายช่องทาง ทั้งทางเว็บไซต์ การจัดเวทีย่อย และเดินเคาะประตูบ้านซึ่งข้อมูลที่มีตอนนี้พบว่า 80% ของประชาชนที่เราสอบถามความเห็น เห็นด้วยกับโครงการเขตพัฒนาเศรษฐกิจ 10% ไม่คัดค้านและไม่สนับสนุน ส่วนอีกประมาณ 10% ไม่เห็นด้วย"

นายชนธัญยังได้ปฏิเสธข้อกล่าวหาที่ว่า ศอ.บต.สกัดผู้เห็นต่างออกไปจากการรับฟังความเห็นที่ผ่านมา อย่างไรก็ตาม ศอ.บต.ย่อมต้องให้ความสำคัญกับผู้มีส่วนได้ส่วนเสียในพื้นที่ ซึ่งก็คือคนที่มีภูมิลำเนาอยู่ในจะนะเป็นลำดับแรก

เขายืนยันว่า ศอ.บต.จะจัดเวทีรับฟังความเห็นในวันที่ 11 ก.ค.นี้ตามเดิม และขอเชิญชวนให้ประชาชนที่คัดค้านมาร่วมเวทีด้วยเพื่อแสดงความคิดเห็นและรับฟังข้อมูล

เขากล่าวว่าโครงการนี้ยังต้องผ่านกระบวนการอีกมาก รวมทั้งต้องนำเสนอ ครม. อีกครั้งหลังจากรับฟังความคิดเห็น เพราะมติ ครม.เมื่อวันที่ 7 พ.ค. 2562 นั้นเป็นเพียงการ "เห็นชอบในหลักการ" และยังจะต้องมีการทำรายงานผลกระทบสิ่งแวดล้อมและสุขภาพซึ่งต้องใช้เวลาอีกไม่ต่ำกว่า 2-3 ปี

ยอดนิยมในตอนนี้

แท็กยอดนิยม

ข่าวที่เกี่ยวข้อง