คาดเป็น “เกาหลีเหนือ” ผู้โจมตี Binance มูลค่าความเสียหาย 6.3 พันล้าน USD

วันศุกร์ที่ 30 ตุลาคม สำนักข่าวรอยเตอร์รายงานว่า บริษัทวิเคราะห์บล็อกเชนของสหรัฐฯ 2 แห่ง ได้แก่ทีอาร์เอ็ม แล็บส์ (TRM Labs) และ ไชนาไลสิส (Chainalysis) ระบุว่ากลุ่ม แฮกเกอร์ที่อยู่เบื้องหลังการโจมตีไบแนนซ์ (Binance) ตลาดซื้อขายเงินดิจิทัลคริปโตรายใหญ่นั้นมาจากเกาหลีเหนือ โดยกลุ่มผู้โจมตีพุ่งเป้าไปที่กระเป๋าเงิน (Wallets) ของ Binance บน 10 บล็อกเชน และโยกย้ายเงินส่วนใหญ่ไปภายในเวลาประมาณ 20 นาที ตามแถลงการณ์ของทีอาร์เอ็ม แล็บส์ (TRM Labs)
การดำเนินการของไบแนนซ์
ไบแนนซ์ (Binance) เผยว่า กำลังร่วมมือกับพันธมิตรเพื่ออายัดสินทรัพย์ที่ได้รับผลกระทบ โดยสามารถระบุตำแหน่งและติดตามกลับมาได้แล้วประมาณ 3 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ 1 แสนล้านบาท ขณะที่ยี่ เฮ (Yi He) ผู้ร่วมก่อตั้งไบแนนซ์ (Binance) กล่าวว่า ทางกระดานเทรดจะชดเชยความเสียหายจากการถูกแฮกทั้งหมด
ทางไบแนนซ์ Binance ยังระบุด้วยว่าเงินฝากของผู้ใช้ไม่ได้รับผลกระทบ และคาดว่าจะกลับมาเปิดให้บริการถอนเงินได้ตามปกติภายใน 48 ชั่วโมง
เหตุการณ์มีความเชื่อมโยงกับรัฐบาลเกาหลีเหนือ
ทีอาร์เอ็ม (TRM) เปิดเผยว่า รูปแบบหลายอย่างของการโจมตีตรงกับการโจรกรรมครั้งก่อน ๆ ที่เชื่อมโยงกับเกาหลีเหนือ รวมถึงการแฮกกระดานเทรดบายบิต (Bybit) ในปี 2025 ซึ่งสำนักงานสอบสวนกลางสหรัฐฯ (FBI) สรุปว่าเชื่อมโยงกับรัฐบาลเปียงยาง
ด้านคณะผู้แทนของเกาหลีเหนือประจำเจนีวาและสถานเอกอัครราชทูตเกาหลีเหนือประจำประเทศจีน ยังไม่ได้ตอบกลับคำขอความคิดเห็นจากรอยเตอร์ในทันที
การตอบสนองของตลาด
เหตุการณ์การโจมตีไบแนนซ์ (Binance) ในครั้งนี้ส่งผลให้ราคาบิตคอยน์ (Bitcoin) ร่วงลงมากกว่า 3% สู่ระดับต่ำสุดในรอบ 6 สัปดาห์ที่ 76,368 ดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ 2.5 ล้านบาท และอีเทอร์ (Ether) ร่วงลงกว่า 3% สู่ระดับต่ำสุดในรอบ 2 เดือนที่ 2,178 ดอลลาร์ หรือประมาณ 73,000 บาท
ทั้งนี้ ข้อมูลบนเว็บไซต์ระบุว่า ไบแนนซ์ (Binance) มีกองทุนรักษาความปลอดภัยของสินทรัพย์สำหรับผู้ใช้ (Secure Asset Fund for Users - SAFU) ซึ่งเป็นเงินสำรองที่ถือครองในรูปบิตคอยน์ทั้งหมด โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อปกป้องสินทรัพย์ของผู้ใช้ในกรณีที่เกิดช่องโหว่ด้านความปลอดภัย
Tag
ยอดนิยมในตอนนี้
