กกร.ชี้โควิดระบาดใหม่ทุบศก.พังยาว 3ด. แนะ "บิ๊กตู่"ต่ออายุ "คนละครึ่ง" อัดฉีดหัวละ 5 พัน-ลดค่าไฟ 5%

กกร.ชี้โควิดระบาดใหม่ทุบศก.พังยาว 3ด. แนะ "บิ๊กตู่"ต่ออายุ "คนละครึ่ง" อัดฉีดหัวละ 5 พัน-ลดค่าไฟ 5%
มติชน
7 มกราคม 2564 ( 07:50 )
35
กกร.ชี้โควิดระบาดใหม่ทุบศก.พังยาว 3ด. แนะ "บิ๊กตู่"ต่ออายุ "คนละครึ่ง" อัดฉีดหัวละ 5 พัน-ลดค่าไฟ 5%

เมื่อวันที่ 6 มกราคม ที่มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย คณะกรรมการร่วมภาคเอกชน 3 สถาบัน (กกร.) จัดการประชุมประจำเดือนมกราคม 2564 โดยมี นายกลินท์ สารสิน ประธานสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย นายสุพันธุ์ มงคลสุธี ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย(ส.อ.ท.) และนายผยง ศรีวณิช ประธานสมาคมธนาคารไทย เป็นประธานร่วม

 

นายกลินท์ กล่าวว่า ที่ประชุม กกร. มีความเห็นว่า การแพร่ระบาดของโควิด-19 ขณะนี้ จะทำให้การฟื้นตัวของเศรษฐกิจไทยหยุดชะงัก การท่องเที่ยวในประเทศ ซึ่งเป็นเครื่องยนต์หลักของการฟื้นตัวทางเศรษฐกิจตลอดครึ่งหลังของปี 2564 ไม่สามารถเดินต่อได้ชั่วคราว หลังจากมีมาตรการเข้มงวดจำกัดการเดินทางในหลายจังหวัด ที่มีประชากรมาก หรือเป็นจุดหมายของการท่องเที่ยวในประเทศ คาดว่าจะใช้เวลา 2-3 เดือน และยังส่งผลลบต่อความเชื่อมั่นของผู้บริโภคและนักลงทุน

 

“เบื้องต้น คาดการณ์ว่าเศรษฐกิจไทยปี 2564 จะขยายตัวได้ในกรอบ 1.5% ถึง 3.5% หากควบคุมการแพร่ระบาดได้ภายในระยะเวลา 3 เดือน ลดลงจากประมาณการเดิมที่คาดว่าขยายตัวได้ 2.0% ถึง 4.0% เช่นเดียวกับประมาณการการส่งออกในปี 2564 ที่คาดว่าจะขยายตัวเพียง 3.0% ถึง 5.0% ส่วนอัตราเงินเฟ้อทั่วไปจะอยู่ในกรอบ 0.8% ถึง 1.0%”นายกลินท์ กล่าว

 

นายกลินท์ กล่าวว่า ภาครัฐควรเร่งหามาตรการ ควบคุมโรคระบาดและช่วยเหลือผู้ประกอบการและแรงงานที่ได้รับผลกระทบ ประกอบด้วย 1.ต้องเร่งควบคุมการแพร่ระบาดและบังคับใช้มาตรการต่างๆ ที่ประกาศออกมาอย่างเคร่งครัด 2.ขอให้ภาครัฐเร่งดำเนินการเรื่องงบประมาณช่วยเหลือจากผลกระทบโควิด 2 แสนล้านบาท กำหนดวิธีการให้ชัดเจนปฏิบัติได้เร็วให้ส่งผลได้อย่างมีประสิทธิภาพ เพื่อพยุงเศรษฐกิจได้ อาจนำมาต่ออายุโครงการคนละครึ่งและเพิ่มงบประมาณการใช้จ่ายต่อบุคคลเป็น 5,000 บาท ลดภาระค่าใช้จ่ายให้ประชาชนและผู้ประกอบการที่ได้รับผลกระทบ อาทิ ลดค่าไฟ 5% รวมถึงการใช้เครื่องมือทางการเงินอย่างมีประสิทธิภาพ

 

3.เร่งรัดเรื่องวัคซีนให้สามารถได้มาตามกำหนดเวลาและมีปริมาณที่เพียงพอ และ 4.เร่งรัดการใช้และการเจรจาการค้าทวิภาคี รวมถึงการให้สัตยาบันลงนามข้อตกลงความตกลงหุ้นส่วนทางเศรษฐกิจระดับภูมิภาค(อาร์เซป)ในการประชุมรัฐสภา เพื่อให้ข้อตกลงที่ลงนามไปเมื่อเดือนพฤศจิกายน2563 มีผลบังคับใช้กลางปีนี้ เป็นแรงส่งช่วยเศรษฐกิจฟื้นตัวช่วงปีหลัง

 

นายสุพันธุ์ กล่าวว่า จากข้อเสนอดังกล่าวเพื่อให้ถึง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม โดยตรง จะขอให้มีการจัดประชุมศูนย์บริหารสถานการณ์เศรษฐกิจจากผลกระทบจากโควิด-19 (ศบศ.) ภายในเดือนมกราคมนี้ และจะเสนอ 4 มาตรการจากภาคเอกชนดังกล่าว ขณะเดียวกันจะเสนอให้ธนาคารแห่งประเทศไทย(ธปท.) และธนาคารพาณิชย์ เพิ่มมาตรการช่วยเหลือกลุ่มธุรกิจที่ต้องปิดกิจการตามคำสั่งรัฐ อาทิ สถานบันเทิง ฟิตเนส โดยอาจหยุดดอกเบี้ยให้กับกลุ่มดังกล่าว

ข่าวที่เกี่ยวข้อง