ดราม่าเจ็ตสกีช่วยลูกเรือฮอร์มุซ แผน “กัน จอมพลัง” จุดถกเถียง

ดราม่าเจ็ตสกีช่วยลูกเรือฮอร์มุซ แผน “กัน จอมพลัง” จุดถกเถียง
เหตุการณ์เรือสินค้าไทย “มยุรี นารี” ถูกโจมตีใกล้ช่องแคบฮอร์มุซ กลายเป็นประเด็นที่สังคมไทยติดตามอย่างใกล้ชิด หลังเกิดเพลิงไหม้บนเรือและมีลูกเรือสูญหาย 3 ราย แม้ว่าลูกเรือส่วนใหญ่จะได้รับการช่วยเหลือขึ้นฝั่งแล้ว แต่ภารกิจค้นหาและช่วยเหลือผู้สูญหายยังคงดำเนินต่อไป
ท่ามกลางความกังวลของครอบครัวลูกเรือ ได้เกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์อย่างกว้างขวาง เมื่อ “กัน จอมพลัง” หรือ กัณฐัศว์ พงศ์ไพบูลย์เวชย์ เสนอแนวคิดใช้เจ็ตสกีเข้าไปช่วยเหลือผู้สูญหายในพื้นที่ดังกล่าว
ข้อเสนอดังกล่าวถูกตั้งคำถามอย่างหนักในสังคมออนไลน์ บางส่วนมองว่าเป็นแนวคิดที่เสี่ยงและแทบเป็นไปไม่ได้ในพื้นที่ที่ถือเป็นหนึ่งในจุดยุทธศาสตร์ที่ตึงเครียดที่สุดของโลก
จุดเริ่มต้นของแนวคิดเจ็ตสกี
เหตุการณ์เริ่มต้นเมื่อวันที่ 12 มีนาคม 2569 กัน จอมพลัง ได้พาญาติของหนึ่งในลูกเรือที่ยังสูญหาย เข้าประสานข้อมูลกับกองทัพเรือไทย เพื่อให้ข้อมูลของลูกเรือและครอบครัวแก่หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
ข้อมูลดังกล่าวจะถูกนำไปใช้ประกอบการวิเคราะห์ของกองทัพเรือโอมาน ซึ่งกำลังดำเนินภารกิจค้นหาในพื้นที่ทะเลบริเวณช่องแคบฮอร์มุซ
ระหว่างการติดตามสถานการณ์ กัน จอมพลัง เสนอแนวคิดว่าหากมีโอกาสลงพื้นที่จริง อาจใช้เจ็ตสกีเป็นพาหนะเข้าไปช่วยเหลือผู้สูญหาย โดยให้เหตุผลว่าเรือขนาดใหญ่มีโอกาสถูกโจมตีมากกว่า ขณะที่เจ็ตสกีมีขนาดเล็ก เคลื่อนที่เร็ว และอาจลดความเสี่ยงในการถูกโจมตีได้
เหตุผลที่ผู้เสนอแผนมองว่า “เป็นไปได้”?
กัน จอมพลัง อธิบายว่า จากการประเมินข้อมูลเบื้องต้น เรืออาจอยู่ห่างจากฝั่งประมาณ 30 กิโลเมตร หากเดินทางไปกลับจะอยู่ที่ราว 60 กิโลเมตร ซึ่งอยู่ในระยะที่เจ็ตสกีสามารถเดินทางได้
จากภาพสภาพทะเลช่วงแรก คลื่นลมไม่รุนแรงมาก โดยคาดว่าการเดินทางจากฝั่งโอมานไปยังจุดเกิดเหตุอาจใช้เวลาประมาณ 40 นาที
แผนดังกล่าวยังระบุว่า หากไปถึงจุดเกิดเหตุ อาจใช้ทีมกู้ภัยหรือหน่วยปฏิบัติการพิเศษเข้าไปนำตัวผู้ประสบเหตุออกจากเรือ จากนั้นจึงใช้เจ็ตสกีลำเลียงกลับฝั่ง
กัน จอมพลัง ยังย้ำว่าแนวคิดดังกล่าวเป็นเพียงข้อเสนอหนึ่ง และหากมีการดำเนินการจริงก็ต้องทดลองแผนก่อน รวมถึงทำงานร่วมกับหน่วยงานรัฐ โดยทีมของตนพร้อมรับผิดชอบค่าใช้จ่ายทั้งหมด
กระแสวิจารณ์จากสังคมออนไลน์
หลังข้อเสนอนี้เผยแพร่ออกไป ได้เกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์อย่างรวดเร็ว
ชาวเน็ตจำนวนมากมองว่าแนวคิดดังกล่าวไม่สอดคล้องกับสถานการณ์จริงของพื้นที่ช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งเป็นเส้นทางยุทธศาสตร์ด้านพลังงานและการทหารของโลก
บางความเห็นระบุว่า การใช้พาหนะขนาดเล็กอย่างเจ็ตสกีในพื้นที่ที่มีความตึงเครียดทางทหาร อาจทำให้ผู้ปฏิบัติภารกิจตกอยู่ในความเสี่ยงมากกว่าเดิม
เจ้าตัวโต้กลับ ถูกด้อยค่าแนวคิด
กัน จอมพลัง ตอบโต้เสียงวิจารณ์ผ่านโซเชียลมีเดีย โดยระบุว่าการเสนอแนวคิดใหม่มักถูกตั้งคำถามหรือถูกมองว่าเป็นเรื่องแปลก
เจ้าตัวอ้างถึงประสบการณ์ในอดีตที่เคยใช้แนวคิดที่ถูกมองว่า “แปลก” ในการช่วยเหลือผู้ประสบภัย เช่น การใช้เจ็ตสกีเข้าไปช่วยผู้ประสบภัยน้ำท่วม การใช้โดรน หรือการสร้างอุปกรณ์ป้องกันภัยในพื้นที่เสี่ยง
กัน จอมพลัง ระบุว่าทีมงานของตนเคยนำผู้บาดเจ็บหรือผู้ที่เดินไม่ได้ออกจากพื้นที่เสี่ยงหลายครั้ง และมองว่าการคิดหลายแนวทางเป็นส่วนหนึ่งของการหาวิธีช่วยเหลือผู้ประสบภัย
เหตุผลที่ 'เจ็ตสกี' คือของต้องห้ามในช่องแคบฮอร์มุซ
เพจ Drama-addict ให้ข้อมูลว่า ช่องแคบฮอร์มุซถือเป็นหนึ่งในพื้นที่ยุทธศาสตร์ทางทะเลที่มีความตึงเครียดสูงที่สุดของโลก โดยมีการลาดตระเวนอย่างเข้มงวดจากทั้งกองทัพเรืออิหร่าน โดยเฉพาะกองกำลังพิทักษ์การปฏิวัติอิสลาม หรือ IRGC รวมถึงกองกำลังผสมนานาชาติอย่างสหรัฐอเมริกา ทำให้พาหนะขนาดเล็กที่เคลื่อนที่เร็ว เช่น เจ็ตสกี อาจถูกตีความว่าเป็นภัยคุกคามหรือเรือโจมตีพลีชีพ และมีความเสี่ยงถูกยิงสกัดทันทีโดยไม่ต้องมีการเตือนล่วงหน้า
โดยยกตัวอย่างเหตุการณ์ในปี 2023 ที่นักท่องเที่ยวชาวฝรั่งเศสและโมร็อกโกขับเจ็ตสกีจากชายหาดในโมร็อกโกแต่หลงทางจนลอยเข้าสู่น่านน้ำแอลจีเรีย ก่อนถูกหน่วยยามฝั่งยิงใส่จนเสียชีวิต 2 ราย และจับกุมอีก 1 ราย นอกจากนี้ยังมีรายงานการใช้เจ็ตสกีในปฏิบัติการทางทหารในคาบสมุทรไครเมียระหว่างยูเครนและรัสเซีย ซึ่งทำให้หลายประเทศเพิ่มความระแวงต่อพาหนะประเภทนี้ โดยเพจระบุว่า หากมีการนำเจ็ตสกีเข้าไปแล่นในพื้นที่ช่องแคบฮอร์มุซ ก็มีความเป็นไปได้สูงที่จะถูกตีความว่าเป็นภัยคุกคามและถูกยิงตอบโต้ทันที
Tag
ยอดนิยมในตอนนี้
