ดราม่าบอลโลก สหรัฐฯ คุมวีซ่าเข้มเกิน กระทบหลายทีมเดินทางไปแข่ง

การแข่งขันฟุตบอลโลกที่คนทั่วโลกรอคอย กำลังจะเริ่มต้นขึ้นในวันพฤหัสบดีที่ 11 มิถุนายนนี้แล้ว ซึ่งการแข่งขันฟุตบอลโลกครั้งนี้ ที่มีสนามแข่งขันในสหรัฐฯ ที่เป็นเจ้าภาพร่วมกับแคนาดา และเม็กซิโก ในยุคที่ โดนัลด์ ทรัมป์ เป็นประธานาธิบดีสหรัฐฯ สมัยที่ 2 ที่มีนโยบายบริหารประเทศสุดโต่งหลายอย่าง ที่ส่งผลกระทบมาถึงการแข่งขันฟุตบอลโลก จนทำให้เกิดดราม่าหลายเรื่องและกลายเป็นข่าวใหญ่ไปทั่วโลก แม้การแข่งขันจะยังไม่เริ่มต้น
การแข่งขันฟุตบอลโลกครั้งนี้ นับว่าเป็นการแข่งขันที่ใหญ่ที่สุดเท่าที่เคยจัดมา ในแง่ของทีมที่เข้าร่วมการแข่งขันที่มีมากถึง 48 ทีม และหนึ่งในทีมที่ผ่านการคัดเลือกมาร่วมการแข่งขันด้วยก็คืออิหร่าน ที่กำลังสู้รบกับสหรัฐฯ อยู่ในตะวันออกกลาง นี่จึงเป็นการจัดการแข่งขันฟุตบอลโลกครั้งแรกในประวัติศาสตร์ ที่ประเทศเจ้าภาพ นั่นก็คือสหรัฐฯ และหนึ่งในประเทศที่เข้าร่วมการแข่งขัน นั่นก็คืออิหร่าน กำลังทำสงครามกันอยู่ในระหว่างการแข่งขัน
สงครามระหว่างสหรัฐฯ กับอิหร่าน ทำให้มีการจับตามองว่า ทีมอิหร่านจะได้รับอนุญาตให้เดินทางมาร่วมการแข่งขันที่สหรัฐฯ หรือไม่ ซึ่งทางทีมอิหร่านยืนยันว่าจะเดินทางมาร่วมการแข่งขันอย่างแน่นอน ในส่วนของ โดนัลด์ ทรัมป์ ก็บอกว่าไม่มีปัญหาอะไร หากอิหร่านจะมาร่วมการแข่งขัน แต่ก็มีความกังวลเรื่องความปลอดภัยเล็กน้อย ซึ่งก็ทำให้มีการเปลี่ยนแปลงสถานที่ฝึกซ้อมของทีมอิหร่าน จากเดิมที่ทีมอิหร่านจะซ้อมกันในรัฐแอริโซนา ก็ต้องย้ายไปที่เม็กซิโก และพวกเขาจะเดินทางเข้าสหรัฐฯ ได้ในวันที่มีการแข่งขันเท่านั้น
แม้ทีมชาติอิหร่านจะเดินทางมาร่วมการแข่งขันฟุตบอลโลกคราวนี้ ตามกำหนด แต่ก็มีรายงานที่ระบุจากทางทีมอิหร่านว่า มีผู้บริหารทีมและเจ้าหน้าที่ของทีมรวม 15 คน ที่ถูกปฏิเสธวีซ่า ทำให้เดินทางเข้ามาในสหรัฐฯ ไม่ได้
นอกจากนี้ ทางสมาคมฟุตบอลของอิหร่าน เปิดเผยว่าถูกทาง FIFA เพิกถอนโควตาตั๋วเข้าชมฟุตบอลโลกของกองเชียร์อิหร่าน เพียงไม่กี่วันก่อนการแข่งขันจะเริ่ม ซึ่งปกติแล้ว แต่ละทีมที่ลงแข่งจะได้รับตั๋วเข้าชมในอัตรา 8% ของจำนวนที่นั่งในแต่ละแมตช์ แต่ทีมชาติอิหร่านยังไม่ได้รับตั๋วในส่วนนี้ ทำให้กองเชียร์อิหร่านที่วางแผนจะไปเชียร์ทีมของตัวเองถึงในสนามแข่งยังไม่มีตั๋วเข้าสนามแข่งขัน โดยทางสมาคมฟุตบอลของอิหร่านเชื่อว่า สหรัฐฯ ตั้งใจกีดกันกองเชียร์อิหร่านไม่ให้เข้าสนามแข่งขัน เพราะเรื่องสงครามที่ยังดำเนินอยู่
นอกจากอิหร่านที่กำลังทำสงครามกับสหรัฐฯ แล้ว นโยบายกีดกันคนผู้อพยพที่เข้มงวดของทรัมป์ ยังทำให้แฟนบอลและเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องกับการแข่งขันฟุตบอลโลก ไม่สามารถเดินทางเข้าสหรัฐฯ ได้ เพราะถูกปฏิเสธวีซ่า
หากดูจากรายชื่อประเทศที่ผ่านการคัดเลือกเข้าร่วมการแข่งขันฟุตบอลโลกในคราวนี้ จะเห็นว่ามีประเทศมากกว่า 1 ใน 4 ที่ถูกสหรัฐฯ เพิ่มความเข้มงวดในการตรวจคำร้องขอวีซ่า เช่น อัลจีเรีย, เซเนกัล, ไอโวรีโคสต์ หรือตูนิเซีย ทำให้แฟนบอล เจ้าหน้าที่ และนักข่าวจากประเทศเหล่านี้ ประสบปัญหาในการขอซีซ่าเดินทางเข้าสหรัฐฯ ในช่วงการแข่งขันฟุตบอลโลก
ที่เป็นข่าวใหญ่ที่สุดก็คือ โอมาร์ อาร์ตัน หนึ่งในกรรมการผู้ตัดสินในสนามฟุตบอลโลกชาวโซมาเลีย ถูกสหรัฐฯ ปฏิเสธการเข้าประเทศ แม้ว่าเขาจะนั่งเครื่องบินเดินทางมาถึงสนามบินไมอามีแล้ว และมีวีซ่าการเดินทางที่ถูกต้องแล้วก็ตาม แม้จะไม่มีการเปิดเผยรายละเอียดว่าเพราะอะไรเขาถึงถูกห้ามเข้าสหรัฐฯ แต่โซมาเลียเป็นหนึ่งในประเทศที่ถูกแบนห้ามเดินทางเข้าสหรัฐฯ ตามนโยบายของโดนัลด์ ทรัมป์
นอกจากนี้ ก็มีทีมชาติเซเนกัล ที่ถูกตรวจค้นที่สนามบินเป็นเวลานาน ทีมชาติอุซเบกิสถานที่ถูกตรวจค้นโดยใช้สุนัขดมกลิ่นระเบิด นักเตะของทีมชาติอิรักที่ถูกกักตัวที่สนามบินนานกว่า 7 ชั่วโมง เรื่องพวกนี้ รวมทั้งแฟนบอลจากประเทศที่ถูกสหรัฐฯ ขึ้นบัญชีดำ ที่ถูกปฏิเสธไม่ให้เดินทางเข้าสหรัฐฯ ทั้งที่พวกเขาตั้งใจเดินทางมาเชียร์ทีมชาติตัวเอง ทำให้มีการตั้งคำถามเกี่ยวกับการเลือกปฏิบัติที่อาจเข้าข่ายเหยียดเชื้อชาติ
เรื่องการกีดกันแฟนบอล นักเตะ และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องไม่ให้เดินทางเข้าประเทศจึงถูกวิพากษ์วิจารณ์จากคนทั่วโลก ที่การกีฬาอย่างการแข่งขันฟุตบอลโลก ควรจะส่งเสริมเรื่องความเท่าเทียม ที่ก่อให้เกิดความเข้าใจกัน มากกว่าที่จะแบ่งแยก และเลือกปฏิบัติ อย่างที่กำลังเกิดขึ้นในสหรัฐฯ อยู่ในขณะนี้
Tag
ยอดนิยมในตอนนี้
