รีเซต

เรือโดรนพลีชีพสหรัฐ-ยูเครน จุดเปลี่ยนเทคโนโลยีสงครามทะเล

เรือโดรนพลีชีพสหรัฐ-ยูเครน จุดเปลี่ยนเทคโนโลยีสงครามทะเล
TNN ช่อง16
14 กรกฎาคม 2569 ( 18:36 )
17

เหตุการณ์สำคัญทางทหารที่เพิ่งเกิดขึ้นในช่วงกลางเดือนกรกฎาคม 2026 ได้สร้างจุดเปลี่ยนครั้งประวัติศาสตร์ ในรูปแบบการทำสงครามทางทะเลอย่างสิ้นเชิง เมื่อมหาอำนาจอย่างสหรัฐฯ และกองทัพยูเครนได้นำระบบไร้คนขับมาใช้ในปฏิบัติการรบเชิงรุกที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อนบนโลก

โดยเมื่อวันที่ 12 กรกฎาคม 2026 หน่วยระบบไร้คนขับของกองกำลังรบเฉพาะกิจที่ 59 (Task Force 59) สังกัดกองเรือที่ 5 ของสหรัฐอเมริกา ได้สร้างประวัติศาสตร์หน้าใหม่ด้วยการใช้ยานผิวน้ำไร้คนขับ (USV) โจมตีเป้าหมายทางทหารของมหาอำนาจอื่นเป็นครั้งแรก กองบัญชาการกลางสหรัฐฯ (CENTCOM) ประกาศว่า โดรนเรืออัตโนมัติรุ่น Saronic Corsair จำนวน 3 ลำ ได้ปฏิบัติการจู่โจมพร้อมกันที่ฐานทัพเรือบันดาร์อับบาส (Bandar Abbas Naval Base) ในประเทศอิหร่าน 

เทคโนโลยีโดรนเรือ Corsair

โดรนเรืออัตโนมัติ Saronic Corsair เป็นเรือผิวน้ำไร้คนขับ (ASV) ตัวถังทำจากวัสดุผสม (Composite-hull) ความยาว 24 ฟุต  หรือ 7.3 เมตร ระบบขับเคลื่อนด้วยเครื่องยนต์ดีเซล สามารถแล่นได้ไกลกว่า 1,000 ไมล์ทะเล (nm) ด้วยความเร็วสูงสุดกว่า 35 นอต หรือประมาณ 65  กิโลเมตรต่อชั่วโมง และบรรทุกน้ำหนักได้ถึง 1,000 ปอนด์ หรือราว 453 กิโลกรัม รองรับการทำงานได้ทั้งกลางวันและกลางคืน 

โดยเรือโดรนรุ่นนี้ได้เดินทางมุ่งหน้าเข้าหาอู่ยกเรือที่อิหร่านใช้สำหรับซ่อมบำรุงเรือและเรือดำน้ำ โดยเรือทั้งสามลำแยกกันโจมตีจากทิศทางที่แตกต่างกันภายใต้การควบคุมระบบแบบอัตโนมัติ โดรนเรือได้เข้าประชิดเป้าหมายใกล้กับเรือดำน้ำขนาดเล็กชั้น Ghadir ของอิหร่านที่ปลดประจำการอยู่และทำการจุดชนวนระเบิดพลีชีพพร้อมกัน 

ปฏิบัติการครั้งนี้ถือเป็นก้าวสำคัญที่สหรัฐฯ ได้พลิกยุทธวิธีฝูงโดรนรบที่กองทัพเรืออิหร่านมักใช้เรือขนาดเล็กติดอาวุธโจมตีแบบฉาบฉวย กลับมาใช้โจมตีอิหร่านเองโดยไม่ต้องใช้ทหารแม้แต่คนเดียว สหรัฐฯ ได้เปรียบอย่างมากจากการใช้ตัวเรือที่สามารถหลบหลีกการตรวจจับได้ ผสานกับการใช้เซนเซอร์และปัญญาประดิษฐ์ (AI) นำวิถีระดับทหารที่มีความแม่นยำสูง 

ความสำเร็จในครั้งนี้ถือเป็นการเปลี่ยนสถานะของหน่วย Task Force 59 จากเดิมที่เป็นเพียงหน่วยโดรนลาดตระเวนเชิงทดลอง ให้กลายเป็นหน่วยรบเชิงรุกอย่างเต็มตัว ก่อนหน้านี้เมื่อเดือนมิถุนายน 2026 เรือโดรนรุ่น Corsair ของหน่วยนี้ก็เพิ่งสร้างประวัติศาสตร์ด้วยการทำภารกิจค้นหาและกู้ภัยแบบอัตโนมัติสำเร็จเป็นครั้งแรกของโลก โดยสามารถช่วยเหลือนักบินเฮลิคอปเตอร์ Apache ของกองทัพบกสหรัฐฯ 2 นายที่ตกบริเวณชายฝั่งโอมานได้ 

ยูเครนใช้เรือโดรนส่งหุ่นยนต์รบขึ้นฝั่งหลังแนวข้าศึก


ในขณะเดียวกัน สงครามโดรนแบบลูกผสม (Hybrid drone warfare) ก็ได้ถูกยกระดับขึ้นไปอีกขั้น กองพลน้อยป้องกันดินแดนอิสระที่ 123 ของยูเครน นำโดยพันเอก โอเลก มาคูคา (Oleg Makukha) ได้เปิดเผยปฏิบัติการรบที่ถือเป็นครั้งแรกของโลกเช่นกัน เมื่อยูเครนใช้โดรนเรือผิวน้ำ (USV) ขนส่งและปล่อยหุ่นยนต์รบติดอาวุธภาคพื้นดิน (UGV) ขึ้นฝั่งที่บริเวณแหลม Kinburn Spit ซึ่งถูกกองทัพรัสเซียยึดครองอยู่

วิดีโอจากปฏิบัติการแสดงให้เห็นถึงโดรนเรือผิวน้ำที่ใช้เครื่องยนต์ติดท้ายเรือ แล่นเข้ามาเกยชายหาดในความมืด จากนั้นได้ลดทางลาดด้านหน้าลงเพื่อให้หุ่นยนต์รบตระกูล Rys ขับขึ้นไปบนฝั่ง ทันทีที่ขึ้นฝั่ง หุ่นยนต์ซึ่งติดตั้งปืนกลขนาด 7.62 มม. ก็ได้ทำการยิงปะทะกับเป้าหมายของรัสเซีย โดยปฏิบัติการทั้งหมดนี้ไม่มีทหารทหารยูเครนต้องเสี่ยงชีวิตลงไปเหยียบบนชายหาดเลย ซึ่งหุ่นยนต์รบรุ่นนี้มีการติดตั้งคอมพิวเตอร์คำนวณวิถีกระสุนและระบบ AI เพื่อช่วยในการตรวจจับ ติดตาม และโจมตีเป้าหมายอย่างอิสระอยู่แล้ว

หลังจากนี้อาวุธประเภทโดรนไม่ได้จำกัดอยู่เพียงแค่เครื่องบินตรวจการณ์หรือโดรนขนาดเล็กที่ดัดแปลงผูกติดกับระเบิดอีกต่อไป ไม่ว่าจะเป็นการบุกโจมตีฐานทัพเรือที่มีการป้องกันแน่นหนาของสหรัฐฯ หรือการยกพลขึ้นบกด้วยเครื่องจักรสังหารล้วนๆ ของยูเครน ระบบอัตโนมัติเหล่านี้กำลังจะกลายมาเป็นองค์ประกอบหลักของกองทัพทั่วโลกทั้งทางบก ทางทะเล และทางอากาศในทศวรรษหน้าอย่างรวดเร็ว 

ยอดนิยมในตอนนี้

แท็กยอดนิยม

ข่าวที่เกี่ยวข้อง