เทพเจ้าแห่งท้องทุ่ง จ.พิจิตร ! แห่กราบไหว้ ขอพร หลวงปู่นวลอัคคธัมโม

เทพเจ้าแห่งท้องทุ่ง  จ.พิจิตร ! แห่กราบไหว้ ขอพร หลวงปู่นวลอัคคธัมโม
TNN ช่อง16
23 พฤษภาคม 2564 ( 14:15 )
112
เทพเจ้าแห่งท้องทุ่ง  จ.พิจิตร ! แห่กราบไหว้ ขอพร หลวงปู่นวลอัคคธัมโม

หลวงปู่นวล อัคคธัมโม หรือพระครูพิเศษสุทธิคุณ อายุ 94 ปี พระมหาเถระผู้มีปฏิปทาน่าเลื่อมใส เป็นพระสุปฏิปันโนที่น่ากราบไหว้ซึ่งหายากยิ่งในปัจจุบัน ท่านพำนักอยู่ที่วัดศรีสุทธาวาส หรือชาวบ้านเรียกกันติดปากว่า “วัดหนองจอก” ตำบลท้ายทุ่ง อำเภอทับคล้อ จังหวัดพิจิตร  วัดตั้งอยู่กลางทุ่งนาอยู่ห่างไกลเมืองห่างไกลผู้คน ปราศจากความวุ่นวาย ซึ่งสอดคล้องกับวัตรปฏิบัติของหลวงปู่นวล ที่เป็นพระที่มีจริยวัตรสมถะ เรียบง่ายสันโดษ และชอบปฏิบัติวิปัสสนากรรมฐานอยู่อย่างสม่ำเสมอเป็นปกติวิสัยมาตั้งแต่วัยเด็ก หลวงปู่ปฏิบัติสมณกิจของสงฆ์อย่างมิได้ขาดตกบกพร่อง ปัจจุบันแม้อายุ 90 กว่า ยังสวดมนต์ทำวัตรได้อย่างคล่องแคล่วเสียงดังฟังชัด ถือไม้กวาดทำความสะอาดวัดได้เหมือนคนปกติ ทั้งท่านยังมีความเมตตาสูงทั้งต่อมนุษย์และสัตว์ให้ทานเลี้ยงนกเลี้ยงหมาแมวในวัดมากมาย  จึงไม่แปลกที่หลวงปู่เป็นที่เคารพศรัทธาของชาวบ้านหนองจอกและพื้นที่ข้างเคียงมาอย่างยาวนาน ตั้งแต่สมัยไม่มีถนนต้องเดินลัดทุ่งนาไปวัด ท่านยังเป็นพระนักพัฒนาได้นำพาศาสนิกชนร่วมกันพัฒนาวัดหนองจอก ให้มีความเจริญบูรณะก่อสร้างสร้างศาสนสถานที่สำคัญได้แก่ พระอุโบสถ ศาลาการเปรียญ วิหาร และอื่นๆรวมระยะเวลากว่า 40 ปี







                      

ในปัจจุบัน มีผู้คนหลั่งไหลเข้ามากราบไหว้ขอพรหลวงปู่นวลเป็นจำนวนมาก ซึ่งหลายคนเชื่อว่าหลวงปู่ท่านบำเพ็ญบารมีมามาก เป็นผู้มีบุญญาบารมีมาจุติ จะเห็นได้จากกิริยาอาการและลักษณะผู้มีบุญที่น่าเลื่อมใสศรัทธาของตัวท่าน หลวงปู่มีใบหน้าที่ประดุจผุดผ่องไม่เหมือนกับคนที่อายุ 94 ปี  หลายคนยังคิดว่าท่านอายุเพียงแค่ประมาณ 60 ปีเท่านั้น จมูกยาว ใบหูยาว นิ้วเท้านิ้วมือยาว ใบหน้ายาว ผิวพรรณผุดผ่อง นัยน์ตาดำเป็นประกายและคม หากท่านใดได้มากราบไหว้แค่เห็นตัวท่านจะเกิดความศรัทธาปลื้มปิติทันที ชาวบ้านจึงเชื่อกันว่าหากได้มาทำบุญเสริมบารมีกับพระที่มีบุญบารมีมากจะได้อานิสงส์ผลบุญมาก ประกอบกับหลวงปู่ท่านยังเป็นที่เลื่องลือในการสงเคราะห์ช่วยเหลือผู้ที่เดือดร้อนมีความทุกข์เข้าไปกราบขอพรให้ท่านประพรมน้ำมนต์เพื่อความเป็นสิริมงคลเป่าปัดเสนียดจัญไร หรือบางท่านก็อาบน้ำมนต์ขจัดปัดเป่าความทุกข์ร้อนได้สมหวังจนเป็นที่เลื่องลือปากต่อปากกันไป บางคนจะไปสอบเข้าทำงานเข้ารับราชการ ก็มาให้ท่านลงนะหน้าทองให้เจิมกระหม่อมบ้าง เป่ากระหม่อมบ้าง บางคนออกรถยนต์ใหม่ก็มาให้ท่านเมตตาเจิมให้ ใช้ไปแล้วเกิดความสิริมงคล หรือสมหวังดังใจ โดยเฉพาะอย่างยิ่งสิ่งเป็นที่เลื่องลือว่าท่านเป็นยอดในเรื่องของเจิมแล้วเกิดความเมตตามหานิยม พ่อค้าแม่ค้าที่ประกอบธุรกิจการค้ามักจะให้ท่านไปเจิมบริษัทห้างร้าน หรือนำป้ายร้านมาให้เจิมที่วัดหลายคนประสบความสำเร็จ ตรงตามความหวังเป็นอันมาก ชื่อเสียงของท่านจึงได้ขจรขจายไปทั้งคนใกล้และคนไกล มีความเคารพศรัทธาในตัวหลวงปู่มาก  ด้วยความที่หลวงปู่เป็นคนสันโดษ และปฏิบัติวิปัสสนากรรมฐานเป็นนิจตั้งแต่เด็ก  จึงไม่ค่อยได้เห็นวัตถุมงคลของท่านสักเท่าไหร่หายากมาก เพราะลูกศิษย์ที่ได้ไปต่างเก็บไว้ ไม่อยากให้ใครเห็น ที่ผ่านมาสร้างวัตถุมงคลตามวาระโอกาสพิเศษเท่านั้น จึงเป็นที่ตามหาของกลุ่มศิษย์เป็นอย่างยิ่งในปัจจุบัน



                     

ในเรื่องของวัตถุมงคลที่ท่านอธิษฐานจิตปลุกเสก ท่านจะตั้งใจอธิษฐานจิตด้วยพลังจิตและบริกรรมคาถาปลุกเสกอยู่ภายในกุฏิของท่านเอง ด้วยที่เป็นพระนักวิปัสสนากรรมฐานหมั่นปฏิบัติภาวนาอยู่เป็นนิจ ประกอบกับที่เชื่อกันว่าท่านมีบุญบารมีมาก และเชื่อว่าท่านมีพลังจิตสูงมาก เนื่องจากมีเรื่องเล่าว่าท่านวาจาสิทธิ์ (แอดจะเล่าให้ฟังในโอกาสถัดไป) วัตถุมงคลที่หลวงปู่ท่าน ได้อธิษฐานจิตเสก จึงมีความเข้มขลังศักดิ์สิทธิ์มาก และมีประสบการณ์ ของคนที่นำไปบูชาติดตัวทั้งในเรื่องของแคล้วคลาดปลอดภัย รอดพ้นจากภยันอันตรายอย่างน่าอัศจรรย์ ทั้งยัง เมตตามหานิยม คงกระพัน ป้องกันคุณไสย์ โดยเฉพาะอย่างยิ่งมีกล่าวกันว่าได้เกิดอุบัติเหตุอย่างหนักรถเละแล้วยังรอดชีวิตมาได้โดยไม่เป็นอะไรมาก ก็เคยได้เกิดขึ้นมาแล้ว ( จะนำเรื่องราวมานำเสนอต่อไป) แม้ท่านจะไม่ค่อยได้ทำวัตถุมงคลให้ลูกศิษย์ได้บูชาสักเท่าไหร่ แต่ท่านก็มักจะได้รับนิมนต์ไปนั่งปรกอธิษฐานจิตปลุกเสกอยู่บ่อยครั้งในการสร้างวัตถุมงคลพิธีสำคัญๆ และยังมีผู้ที่นิยมชมชอบเครื่องรางของขลัง วัตถุมงคลนำวัตถุมงคลไปให้ท่านอธิษฐานจิตอยู่ไม่ขาดสาย เพราะมีความเชื่อว่าท่านมีพลังจิตที่แก่กล้า แค่เพียงอธิษฐานด้วยพลังจิตของท่านก็มีพลังสูงแล้วไม่ต้องสวดบริกรรมก็ยังได้

                        

โดยในสภาวการณ์ปัจจุบันที่สภาพเศรษฐกิจ บอบช้ำด้วย ด้วยพิษโรคร้ายเข้ามากล้ำกรายเมืองไทย สาธุชนจึงหลั่งไหลเข้าไปกราบไหว้ขอพรเพื่อเสริมดวงชีวิตให้มีสิริมงคลขจัดปัดสิ่งไม่ดี และขอให้สมหวังในเรื่องของ การประกอบอาชีพ การทำงาน ธุรกิจการค้า เฮงๆรวยๆ ให้ผ่านพ้นวิกฤตโควิดในช่วงนี้เป็นจำนวนมาก ด้วยเหตุนี้ที่ท่านได้สงเคราะห์ดับทุกข์ร้อนและบันดาลความสุขสมหวังเรื่องงานเรื่องเงินเป็นที่พึ่งทางใจให้แก่สาธุชนทุกคนทุกชนชั้น อยู่ในวัดที่อยู่กลางทุ่งนาอันห่างไกลเมืองเปรียบประดุจได้กับวลีที่ว่า "#เทพเจ้าแห่งท้องทุ่ง"




#เรื่องราวประวัติหลวงปู่นวล

                        

พื้นเพของหลวงปู่นวลเป็นคนบ้านลาด ตำบลหนองเต่า อำเภอบ้านหมี่ จังหวัดลพบุรี ในวัยเด็กนั้นเกิดมาในครอบครัวยากจน ประกอบกับวัยเด็กเจ็บป่วยออดๆแอดๆ ไม่หาสักที  บิดาพ่อรอด และมารดาแม่น้อย จึงได้นำไปฝากเป็นบุตรบุญธรรมกับหลวงพ่อเอ้บ หรือพระครูพรหมธรรมาจารย์ วัดบ้านลาด อำเภอบ้านหมี่ จังหวัดลพบุรี เกจิอาจารย์ชื่อดังของเมืองลพบุรีในยุคกึ่งพุทธกาล หลวงปู่นวล ได้ศึกษาเล่าเรียน ทั้งทางโลกและทางธรรม และบวชเป็นสามเณร โดยมีหลวงพ่อเอ้บ หรือพระครูพรหมธรรมาจารย์ ผู้เป็นพ่อบุญธรรม เป็นพระอุปัชฌาย์ อยู่ที่วัดบ้านลาด จนจบการศึกษา ป.4 และได้ศึกษาพุทธเวทย์โดยความเมตตาจากหลวงพ่อเอ้บมาโดยตลอด ซึ่งในวัยเด็กนั้น หลวงปู่นวลได้มีความสนิทสนมเป็นเพื่อนกับหลวงพ่อเพี้ยน อัคคธัมโม วัดเกริ่นกฐิน ซึ่งในวัยเด็กเกิดในปีเดียวกันอายุเท่ากัน หลวงพ่อเพี้ยนอยู่ที่วัดเกริ่นกฐินมาแต่เดิม ห่างจากวัดบ้านลาดเดินเท้าประมาณ 6 กิโลเมตรก็ถึง หลวงปู่กับหลวงพ่อเพี้ยนที่มีความสนิทสนมกันมากตั้งแต่อดีต มีความสนใจในพุทธาคม และเรื่องเกี่ยวกับธรรมะเหมือนกัน จนเมื่อก่อนที่หลวงพ่อเพี้ยนจะมรณภาพ ท่านก็ยังไปมาหาสู่กันอย่างสม่ำเสมอ ทั้งยังมีความบังเอิญ คือ คนบ้านเดียวกัน เกิดในปีเดียวกันคือ 2470 บวชในปีเดียวกัน 2519 ที่แปลกไปกว่านั้นคือได้รับฉายาเดียวกัน คือ อัคคธัมโม แปลว่า ผู้มีธรรมอันยอดเยี่ยม  ในช่วงเวลาต่อมาบ้านเมืองอยู่ในภาวะสงครามโลกครั้งที่ 2 ชาวบ้านลพบุรี สระบุรี ได้ถูกเกณฑ์มาเป็นแรงงานเพื่อเตรียมสร้างเมืองหลวงแห่งใหม่ที่เพชรบูรณ์ จึงทำให้ชาวบ้านแถบนั้นอพยพย้ายถิ่นฐานมาจับจองที่ทำกินใหม่ในเขตอำเภอตะพานหิน จังหวัดพิจิตรเป็นจำนวนมาก โยมบิดามารดาหลวงปู่ได้ย้ายมาอยู่ที่จังหวัดพิจิตร หลวงปู่ในขณะที่ยังเป็นเณรจึงได้มีโอกาสมาฝากตัวเป็นศิษย์ท่านเจ้าคุณพระเทพญาณเวที (หลวงพ่อบุญมา) อดีตเจ้าคณะจังหวัดพิจิตรและรองเจ้าคณะภาค 4  พระนักพัฒนาและเกจิอาจารย์ชื่อดังของเมืองชาละวัน ผู้สืบสายวิชาหลวงพ่อเงินแห่งวัดบางคลาน ต่อจากหลวงพ่อพิธ วัดฆะมัง 

                      

หลวงปู่อุปสมบทครั้งแรก เมื่อปี พ.ศ.  2492 โดยมีพระครูวิบูลย์สีลคุณ เป็นพระอุปัชฌาย์ ณ วัดตะพานหิน อำเภอตะพานหิน จังหวัดพิจิตร และกลับไปอยู่กับหลวงพ่อเอ้บที่วัดบ้านลาด 1 พรรษา แล้วกลับมาอยู่ที่วัดศรีสุทธาวาส 1 พรรษา และได้ลาสึกออกมาภายหลังเพื่อดูแลบุพการี  หลวงปู่บวชครั้งที่ 2 เมื่อ พ.ศ. 2519 โดยมี ท่านเจ้าคุณพระเทพวิมลเมธี(หลวงพ่อประเสริฐ) เป็นพระอุปัชฌาย์ พระปลัดบุญมี ฐานะจาโร เป็นพระกรรมวาจาจารย์ และพระอาจารย์เชื่อม ปัญญาสาโร เป็นพระอนุสาวนาจารย์  ณ พระอุโบสถวัดพระพุทธบาทเขาทราย อำเภอทับคล้อ จังหวัดพิจิตร ท่านได้มาอยู่ที่วัด ศรีสุทธาวาส(วัดหนองจอก) จนถึงปัจจุบัน ประพฤติปฏิบัติตนชอบ ชอบสันโดษชอบวิปัสสนากรรมฐานอยู่เนืองนิตย์ ตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบันอย่างสม่ำเสมอ 


หลวงปู่ได้ไปกราบขอพึ่งบารมีฝากตัวเป็นศิษย์พระเกจิเถราจารย์ชื่อดังในอดีตหลายรูป เช่น หลวงพ่อเขียน เทพเจ้าวาจาสิทธิ์แห่งวัดสำนักขุนเณร หลวงพ่อเขียนท่านได้ให้ปริศนาธรรมกลับมาปฏิบัติ หลวงปู่ได้แก้ปริศนาธรรมและปฏิบัติธรรมรวมถึงหมั่นภาวนาฝึกจิตแตกฉาน และได้ไปมาหาสู่หลวงปู่อยู่บ่อยครั้ง เพราะจากวัดหนองจอกไปวัดสำนักขุนเณรระยะทางไม่ไกลมาก  หลวงปู่นวลยังไปกราบพึ่งบารมีฝากตัวเป็นศิษย์ของหลวงพ่อทบ วัดพระพุทธบาทชนแดน จังหวัดเพชรบูรณ์ โดยได้เจริญรอยตามถือวัตรปฏิบัติตามแนวทางของหลวงพ่อทบจนมีพลังจิตที่แก่กล้า  ท่านยังเป็นหลานแท้ๆ ของหลวงพ่อพระครูคำภีร์ วัดหนองตะโก ต.จันเสน อ.ตาคลี นครสวรรค์  ซึ่งเป็นเกิเถราจารย์ที่ มีชื่อเสียงของย่านจันเสนในอดีต ที่เชี่ยวชาญในเวทย์พุทธาคมการตัดเหล็กไหล  พุทธคุณเด่นทางด้านเมตตามหานิยมคงกระพันชาตรี  ที่ท่านได้รับถ่ายทอดมาจากหลวงน้าแท้ๆ ของท่านมาไม่น้อย ท่านเป็นศิษย์ของหลวงปู่ศรีนวล จันทโชโต วัดศรีนวลสิทธาราม เกจิอาจารย์สายหลวงพ่อเดิมวัดหนองโพ  และยังเป็นสหธรรมิกกับหลวงพ่อพัน วัดหนองจิก หลวงพ่อหวั่น วัดคลองคูณ เกจิอาจารย์ชื่อดังของจังหวัดพิจิตรในอดีต


                    

โดยเฉพาะอย่างยิ่ง หลวงปู่นวลท่านมีความเคารพในธรรมะและปฏิปทาของหลวงปู่ดู่ พรหมปัญโญ แห่งวัดสะแก จังหวัดอยุธยา ที่หลายท่านเชื่อว่าเป็นพระโพธิสัตว์ที่บำเพ็ญบารมีธรรมอันยิ่งใหญ่ เนื่องจากหลังจากที่ท่านหมั่นภาวนาสวดมนต์ถือวัตรปฏิบัติอย่างเคร่งครัด  จะเห็นได้จากการที่ท่านถือปฏิบัติในการสวดภาวนาคาถาพระมหาจักรพรรดิ จนท่านได้สัมผัสพลังทางจิตผ่านการปฏิบัติภาวนาสื่อกระแสจิตต่อหลวงปู่ดู่ แม้จะไม่เคยได้พบได้ฝากตัวเป็นศิษย์เลยก็ตาม ปัจจุบันบางครั้งศิษย์จะได้ยินหลวงปู่สวดคาถาสมเด็จพระมหาจักรพรรดิ และกล่าวถึงหลวงปู่ดู่อยู่บ่อยครั้ง และบริเวณโต๊ะหมู่บูชาของท่านจะมีรูปหลวงปู่ดู่อยู่เสมอเหมือนครูบาอาจารย์ที่ท่านเคารพนับถือมาก 

                 

ศิษย์ผู้ใกล้ชิดเล่าว่าเคยมีผู้ที่สามารถสัมผัสพลังจิตได้เคยเล่าให้ฟังว่าหลวงปู่นวลนั้น มีพลังจิตที่สูงและแก่กล้ามาก เพราะเกิดจากการถือวัตรปฏิบัติตามพระธรรมวินัยและถือวิปัสสนากรรมฐาน เพียงแค่อธิษฐานให้วัตถุมงคลสิ่งใดสิ่งนั้นก็จะมีพลังอำนาจโดยไม่ต้องปลุกเสกด้วยคาถาอาคมก็ได้ เพราะฉะนั้นจึงเชื่อกันว่าถ้าหากหลวงปู่นวลได้เจิมหรือได้ลงคาถาให้กับผู้ใด หรือวัตถุใดๆ ก็จะเป็นการเสริมพลังที่มีความเข้มขลังศักดิ์สิทธิ์แก่วัตถุหรือบุคคลนั้นเป็นพลังเสริมที่สูงยิ่ง โดยเฉพาะพลังทางด้านเมตตามหานิยมชั้นสูง ถึงไม่แปลกใจเลยว่าท่ามกลางสถานการณ์โควิคทำไมจึงมีกลุ่มศิษย์ยานุศิษย์มาพึ่งบารมีกราบขอพรหลวงปู่เจิมเพื่อเสริมสิริมงคลแก่ชีวิตในช่วงนี้เป็นจำนวนมาก 

                

สำหรับสาธุชนที่มีความเคารพศรัทธาในหลวงปู่สามารถมากราบขอพรหลวงปู่ได้ทุกวัน ที่วัดศรีสุทธาวาส หรือวัดหนองจอก ห่างจากถนนทางหลวงหมายเลข 11 สี่แยกเขาทราย ประมาณ 6 กม.  หลวงปู่มีความเมตตาสูงสามารถเข้าพบได้ง่ายไม่เลือกชนชั้นวรรณะ



cr ชมรมศิษย์หลวงปู่นวล วัดศรีสุทธาวาส(หนองจอก)

ข่าวที่เกี่ยวข้อง