รีเซต

รัฐบาลสหรัฐฯ สั่งแบนเร้าเตอร์ Wi-Fi ต่างประเทศอ้างเหตุผลด้านความมั่นคงของชาติ

รัฐบาลสหรัฐฯ สั่งแบนเร้าเตอร์ Wi-Fi ต่างประเทศอ้างเหตุผลด้านความมั่นคงของชาติ
TNN ช่อง16
24 มีนาคม 2569 ( 15:43 )
9

คณะกรรมการกลางกำกับดูแลกิจการสื่อสารของสหรัฐฯ (FCC) ประกาศคำสั่งแบนการจำหน่ายเราเตอร์ Wi-Fi หรือ Wi-Fi router รุ่นใหม่ที่ไม่ได้ผลิตในสหรัฐอเมริกา โดยให้เหตุผลหลักในด้าน ความเสี่ยงต่อความมั่นคงของชาติ คำสั่งดังกล่าวพุ่งเป้าไปที่เราเตอร์ระดับผู้บริโภคทั้งหมดที่ผลิตในต่างประเทศ ซึ่งอุปกรณ์เหล่านี้จะถูกนำไปบรรจุไว้ในบัญชีดำของอุปกรณ์โทรคมนาคมที่มีความเสี่ยงต่อสหรัฐฯ 

อย่างไรก็ตาม ผู้บริโภคที่กำลังตื่นตระหนกอาจเบาใจลงได้บ้าง เนื่องจาก FCC ได้ออกมายืนยันอย่างชัดเจนว่า มาตรการนี้จะไม่มีผลย้อนหลังกับเราเตอร์ที่ผู้บริโภคได้ซื้อไปใช้งานแล้ว หรือเราเตอร์รุ่นที่เคยผ่านกระบวนการรับรองและอนุมัติจาก FCC ไปก่อนหน้านี้

คำสั่งแบนนี้จะมีผลบังคับใช้เฉพาะกับเร้าเตอร์รุ่นใหม่ที่กระบวนการหลัก ๆ เช่น การพัฒนา การออกแบบ การประกอบ หรือการผลิต เกิดขึ้นภายนอกสหรัฐอเมริกา ซึ่งอุปกรณ์รุ่นใหม่เหล่านี้จะไม่สามารถขอรับการรับรองจาก FCC ได้อีกต่อไป และจะถูกห้ามนำเข้าหรือห้ามวางจำหน่ายในตลาดสหรัฐอเมริกาโดยเด็ดขาด

สาเหตุสำคัญที่นำมาสู่การตัดสินใจครั้งประวัติศาสตร์นี้ สืบเนื่องมาจากข้อกำหนดด้านความมั่นคงแห่งชาติที่ออกโดยทำเนียบขาวในสมัยรัฐบาลของอดีตประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์

เอกสารดังกล่าวระบุถึงความกังวลอย่างยิ่งยวดเกี่ยวกับช่องโหว่ของห่วงโซ่อุปทาน (Supply chain vulnerabilities) โดยทางการสหรัฐฯ เกรงว่าผู้ผลิตในต่างประเทศอาจสร้างช่องโหว่หรือ แบ็คดอร์ (Backdoor) ที่เปิดทางให้ผู้ไม่หวังดีสามารถเจาะเข้าสู่ระบบเครือข่ายอินเทอร์เน็ตของบ้านเรือน ภาคธุรกิจ โครงสร้างพื้นฐานที่สำคัญ ตลอดจนบริการฉุกเฉินต่างๆ ของประเทศได้

นอกจากนี้ FCC ยังได้อ้างอิงถึงประวัติศาสตร์การโจมตีทางไซเบอร์ โดยระบุว่ากลุ่มแฮกเกอร์ ซึ่งรวมถึงกลุ่มที่เชื่อว่าได้รับการสนับสนุนจากรัฐบาลจีน เช่น กลุ่ม Volt, Flax และ Salt Typhoon ได้เคยฉวยโอกาสเจาะช่องโหว่ของเราเตอร์ที่ผลิตในต่างประเทศ เพื่อใช้เป็นฐานในการแฮกโครงสร้างพื้นฐานด้านโทรคมนาคมที่สำคัญของสหรัฐฯ มาแล้ว

มาตรการขั้นเด็ดขาดนี้ส่งผลกระทบอย่างรุนแรงและเป็นวงกว้างต่ออุตสาหกรรมเราเตอร์ในสหรัฐฯ เนื่องจากในปัจจุบัน แทบจะไม่มีเราเตอร์แบรนด์ใดเลยที่ผลิตในสหรัฐอเมริกาทั้งหมด แบรนด์ชั้นนำระดับโลกที่ได้รับความนิยมสูงในตลาดต่างก็มีฐานการผลิตและกระบวนการประกอบหลักอยู่ในภูมิภาคเอเชียแทบทั้งสิ้น ไม่ว่าจะเป็นในประเทศจีน ไต้หวัน หรือเวียดนาม

แม้ว่าคำสั่งแบนจะดูครอบคลุมและเข้มงวด แต่รัฐบาลสหรัฐฯ ก็ยังเปิดช่องทางผ่อนปรนให้กับผู้ผลิต โดยบริษัทต่าง ๆ สามารถยื่นเรื่องขอข้อยกเว้น (Exemption) ได้จากกระทรวงกลาโหม (Pentagon) หรือกระทรวงความมั่นคงแห่งมาตุภูมิ (Department of Homeland Security)

ในกระบวนการขอข้อยกเว้นนี้ ผู้ผลิตจะต้องชี้แจงเหตุผลความจำเป็นที่ยังไม่สามารถผลิตในสหรัฐฯ ได้ พร้อมทั้งต้องนำเสนอแผนงานที่มีกรอบเวลาชัดเจน (Time-bound plan) ในการย้ายหรือขยายฐานการผลิตเราเตอร์เข้ามาตั้งในประเทศสหรัฐอเมริกา เพื่อขอรับการอนุมัติแบบมีเงื่อนไข (Conditional Approval)

อย่างไรก็ตาม จนถึงขณะนี้ยังไม่มีบริษัทผู้ผลิตรายใดที่ได้รับการอนุมัติข้อยกเว้นดังกล่าวบนเว็บไซต์ของ FCC การเคลื่อนไหวในครั้งนี้ของรัฐบาลสหรัฐฯ ถือเป็นการส่งสัญญาณเตือนครั้งใหญ่ถึงการจัดระเบียบห่วงโซ่อุปทานทางเทคโนโลยีโลก ซึ่งจะบังคับให้บริษัทยักษ์ใหญ่ต้องเร่งปรับตัวและอาจนำไปสู่การย้ายฐานการผลิตครั้งมโหฬาร เพื่อรักษาฐานลูกค้าในตลาดที่สำคัญที่สุดแห่งหนึ่งของโลกเอาไว้ในอนาคต 

ยอดนิยมในตอนนี้

แท็กยอดนิยม

ข่าวที่เกี่ยวข้อง