รีเซต

กยศ. เปิดให้ปรับสัญญาหนี้ใหม่ เริ่มได้ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป

กยศ. เปิดให้ปรับสัญญาหนี้ใหม่ เริ่มได้ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป
TNN ช่อง16
27 มกราคม 2567 ( 10:58 )
90
กยศ. เปิดให้ปรับสัญญาหนี้ใหม่ เริ่มได้ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป

วันนี้ ( 27 ม.ค. 67 )นายชัยณรงค์ กัจฉปานันท์ ผู้จัดการกองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา (กยศ.) กล่าวว่า ขณะนี้กองทุนฯ ได้เตรียมดำเนินการทำสัญญาปรับโครงสร้างหนี้ เพื่อช่วยเหลือและแบ่งเบาภาระของผู้กู้ยืมที่อยู่ระหว่างการชำระเงินคืนให้เป็นไปตามประกาศหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขเกี่ยวกับการปรับโครงสร้างหนี้เงินกู้ยืมเพื่อการศึกษา และตามพระราชบัญญัติกองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2566 


สำหรับผู้กู้ยืมที่มีสิทธิ์เข้าทำสัญญาปรับโครงสร้างหนี้ ได้แก่ กลุ่มก่อนฟ้องคดี กลุ่มที่บอกเลิกสัญญาแล้วแต่ยังไม่ฟ้องคดี กลุ่มที่ฟ้องคดีแล้วแต่ศาลยังไม่มีคำพิพากษา กลุ่มที่ศาลมีคำพิพากษาถึงที่สุดแล้วแต่ยังไม่บังคับคดีและได้บังคับคดีแล้ว รวมทั้งกลุ่มอื่น ๆ ทั้งหมด 


กำหนดเงื่อนไขให้ผู้กู้ยืมจะต้องผ่อนชำระเงินคืนกองทุนฯ เป็นรายเดือนในอัตราเท่ากันทุกเดือน ผู้กู้ยืมต้องชำระภายในวันที่ 5 ของทุกเดือนให้เสร็จสิ้นภายใน 15 ปี และในการชำระเงินงวดสุดท้าย ผู้กู้ยืมต้องมีอายุไม่เกิน 65 ปีบริบูรณ์ ให้ส่วนลดเบี้ยปรับทั้งหมด ปลดภาระผู้ค้ำประกันหลังจากทำสัญญาปรับโครงสร้างหนี้ ปรับเปลี่ยนลำดับการตัดชำระใหม่


ทั้งนี้ ผู้กู้ยืมสามารถลงทะเบียนนัดหมายเข้าทำสัญญาปรับโครงสร้างหนี้ได้ ตั้งแต่วันที่ 27 มกราคม 2567 ทางเว็บไซต์สติวเด้นท์โลน ดอทโออาร์ ดอททีเอช ( www.studentloan.or.th) และจะเริ่มทำสัญญาได้ตั้งแต่วันที่ 15 กุมภาพันธ์ 2567 เป็นต้นไป  ที่สำนักงานของกองทุนฯ หลังจากนั้นจะเริ่มเปิดให้ผู้กู้เข้าทำสัญญาได้ตามจังหวัดต่าง ๆ ทั่วประเทศ ซึ่งกองทุนฯจะได้ประกาศให้ทราบต่อไป 


อย่างไรก็ดี ในช่วงแรกคาดว่าจะมีลูกหนี้เข้ามาทำสัญญาจำนวนมาก ดังนั้น ในช่วง 3 เดือนแรกกองทุนฯ จะเปิดให้เข้ามาทำสัญญาทุกวันไม่เว้นวันหยุดเวลา 09.00 - 20.00 น. ซึ่งการปรับโครงสร้างหนี้ดังกล่าว จะส่งผลให้ผู้กู้สามารถกลับมาชำระหนี้ได้ตามปกติ ปลดภาระผู้ค้ำประกัน รวมถึงลดกระบวนการดำเนินคดี, บังคับคดี และคาดจะมีเงินกลับเข้ามาที่กองทุนฯ อย่างต่อเนื่อง ทำให้มีเงินหมุนเวียนเพื่อส่งต่อโอกาสทางการศึกษาให้แก่นักเรียน นักศึกษา รุ่นน้องต่อไป



ภาพจากAFP 

ยอดนิยมในตอนนี้

แท็กยอดนิยม

ข่าวที่เกี่ยวข้อง