รีเซต

การศึกษาไทยเริ่มฟื้น ขยับขึ้นที่ 52 ของโลก - อัตราการรู้หนังสือเพิ่มขึ้น

การศึกษาไทยเริ่มฟื้น ขยับขึ้นที่ 52 ของโลก - อัตราการรู้หนังสือเพิ่มขึ้น
TNN ช่อง16
22 มิถุนายน 2569 ( 08:34 )
10

หลังจากอันดับด้านการศึกษาของไทยในเวทีการแข่งขันระดับโลกปรับตัวลดลงต่อเนื่องตลอดหลายปีที่ผ่านมา ผลการจัดอันดับ World Competitiveness Ranking 2569 ของ World Competitiveness Center (WCC) ภายใต้ International Institute for Management Development (IMD) ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ ได้ส่งสัญญาณเชิงบวก เมื่อประเทศไทยสามารถยกระดับอันดับด้านการศึกษาขึ้นมาอยู่ที่ อันดับ 52 ของโลก เพิ่มขึ้น 3 อันดับจากปีก่อน

แม้อันดับดังกล่าวยังไม่ถือว่าอยู่ในระดับแนวหน้าของโลก แต่ถือเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญที่สะท้อนว่ามาตรการด้านการศึกษาเริ่มส่งผลเป็นรูปธรรม และอาจเป็นฐานสำคัญต่อการเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศในระยะยาว

IMD ชี้ไทยขยับอันดับแข่งขันโลกจาก 30 สู่อันดับ 26

ร้อยเอกหญิง ภัทร์ดารัสมิ์ ทองสลวยกร รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ผลการจัดอันดับขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศประจำปี 2569 พบว่า ประเทศไทยขยับจากอันดับ 30 มาอยู่ที่อันดับ 26 ของโลก โดยหนึ่งในปัจจัยที่มีพัฒนาการโดดเด่นคือ "ด้านการศึกษา" ซึ่งอยู่ในหมวดโครงสร้างพื้นฐานของประเทศ

การจัดอันดับของ IMD ได้รับการยอมรับในระดับสากล เนื่องจากใช้ทั้งข้อมูลสถิติจากองค์กรระหว่างประเทศ และผลสำรวจความคิดเห็นของผู้บริหารภาคธุรกิจทั่วโลกมาประกอบการประเมิน ทำให้ผลจัดอันดับสะท้อนทั้งศักยภาพเชิงโครงสร้างและความเชื่อมั่นของภาคธุรกิจต่อแต่ละประเทศ

ตัวเลขที่น่าสนใจ อัตราการรู้หนังสือพุ่งขึ้น 9 อันดับ

เมื่อพิจารณารายละเอียดด้านการศึกษา พบว่าหลายตัวชี้วัดปรับตัวดีขึ้นอย่างชัดเจน โดยเฉพาะอัตราการรู้หนังสือของประชากรอายุ 15 ปีขึ้นไป ซึ่งขยับขึ้นถึง 9 อันดับ มาอยู่ที่อันดับ 48 ของโลก สะท้อนผลของการขยายโอกาสทางการศึกษาและการส่งเสริมการเรียนรู้ตลอดชีวิต

ขณะที่งบประมาณรายจ่ายด้านการศึกษาต่อนักเรียนปรับดีขึ้น 5 อันดับ มาอยู่ที่อันดับ 50 ของโลก แสดงให้เห็นถึงประสิทธิภาพในการจัดสรรทรัพยากรด้านการศึกษาที่ดีขึ้น

นอกจากนี้ ผลสำรวจความคิดเห็นของภาคธุรกิจยังสะท้อนภาพลักษณ์เชิงบวกต่อระบบการศึกษาไทยมากขึ้น โดยการศึกษาขั้นพื้นฐานปรับขึ้น 3 อันดับ และการศึกษาระดับอุดมศึกษาปรับขึ้นอีก 2 อันดับ แสดงให้เห็นว่าภาคเอกชนเริ่มมีความเชื่อมั่นต่อคุณภาพของกำลังคนที่ระบบการศึกษาผลิตออกมามากกว่าที่ผ่านมา

“ภาษา-แรงงานคุณภาพสูง” ยังต้องปรับปรุง

แม้หลายตัวชี้วัดจะดีขึ้น แต่รัฐบาลยอมรับว่ายังมีประเด็นสำคัญที่ต้องเร่งแก้ไข

ข้อมูลของ IMD ระบุว่า ทักษะแรงงานระดับสูงของไทยกลับลดลงถึง 8 อันดับ ขณะที่ทักษะภาษาต่างประเทศลดลงอีก 5 อันดับ ซึ่งสะท้อนช่องว่างระหว่างระบบการศึกษากับความต้องการของภาคธุรกิจและตลาดแรงงานโลก

แผนเชิงรุก 4 ด้าน ยกระดับการศึกษาไทย

เพื่อแก้ไขข้อจำกัดดังกล่าว กระทรวงศึกษาธิการได้เร่งดำเนินมาตรการเชิงรุกใน 4 ด้าน ได้แก่

การพัฒนาฐานข้อมูลด้านการศึกษาให้มีความทันสมัยและเชื่อมโยงกับฐานข้อมูลระดับสากล เพื่อให้การจัดเก็บข้อมูลและการประเมินผลมีประสิทธิภาพมากขึ้น

การยกระดับทักษะแห่งอนาคต โดยมุ่งเน้นการเรียนรู้ด้าน STEM เทคโนโลยี การบริหารจัดการข้อมูล และภาษาอังกฤษ เพื่อให้ผู้เรียนมีสมรรถนะที่สอดคล้องกับตลาดแรงงานโลก

การสร้างความร่วมมือระหว่างภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคอุตสาหกรรม เพื่อให้การพัฒนาหลักสูตรและการผลิตกำลังคนตอบโจทย์ความต้องการของภาคเศรษฐกิจมากยิ่งขึ้น

รวมถึงการส่งเสริมการใช้ปัญญาประดิษฐ์ (AI) ในภาคการศึกษา ผ่านการสร้าง "AI Literacy" ให้ทั้งครูและผู้เรียนสามารถใช้เทคโนโลยีอย่างรู้เท่าทัน มีวิจารณญาณ และสามารถประยุกต์ใช้ AI เป็นเครื่องมือในการเรียนรู้ได้อย่างเหมาะสม

การยกระดับอันดับคือจุดเริ่มต้นของการปฏิรูป

ผลการจัดอันดับของ IMD ในปี 2569 จึงเป็นทั้งข่าวดีและความท้าทายในเวลาเดียวกัน แม้อันดับด้านการศึกษาจะพลิกกลับมาเป็นบวกครั้งแรกในรอบหลายปี แต่ตัวชี้วัดด้านภาษาอังกฤษและแรงงานทักษะสูงยังเป็นจุดอ่อนสำคัญที่ต้องเร่งพัฒนา

การรักษาโมเมนตัมของการปฏิรูปการศึกษา พร้อมผลักดัน AI Literacy การพัฒนาทักษะภาษา และการเชื่อมโยงการศึกษากับตลาดแรงงาน จะเป็นปัจจัยสำคัญที่กำหนดว่าประเทศไทยจะสามารถยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขันได้อย่างยั่งยืนในอนาคตหรือไม่

ยอดนิยมในตอนนี้

แท็กยอดนิยม

ข่าวที่เกี่ยวข้อง