ผู้ว่าฯตรังเยี่ยมผู้บริสุทธิ์ เหยื่อคมกระสุนตำรวจ ติง จนท.ทำงานไม่รอบคอบ ผู้บาดเจ็บเผยไม่ติดใจเอาเรื่องแล้ว

ผู้ว่าฯตรังเยี่ยมผู้บริสุทธิ์ เหยื่อคมกระสุนตำรวจ ติง จนท.ทำงานไม่รอบคอบ ผู้บาดเจ็บเผยไม่ติดใจเอาเรื่องแล้ว
มติชน
6 มกราคม 2564 ( 15:26 )
24
ผู้ว่าฯตรังเยี่ยมผู้บริสุทธิ์ เหยื่อคมกระสุนตำรวจ ติง จนท.ทำงานไม่รอบคอบ ผู้บาดเจ็บเผยไม่ติดใจเอาเรื่องแล้ว

จากรณีเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.ห้วยยอด ปฏิบัติการตั้งจุดสกัดคนร้ายก่อเหตุยิงเจ้าหน้าที่ตำรวจและผู้ใหญ่บ้าน ได้รับบาดเจ็บจำนวน 2 ราย จากพื้นที่กระบี่ และมีการหลบหนีเข้ามาพื้นที่ จ.ตรัง แต่ทำให้ตำรวจ สภ.ห้วยยอด ไล่สกัดรถเป้าหมายผิดคัน ซึ่งเป็นรถของชาวบ้านผู้บริสุทธิ์ จนมีผู้ได้รับบาดเจ็บจำนวน 1 ราย เพราะเห็นว่ายี่ห้อและสีรถตรงกันเท่านั้น เหตุเกิดบ่ายวันที่ 4 ม.ค.64 ที่ผ่านมา

 

กรณียิงผิดตัว >>> ยิงผิดตัว! ตร.รัวกระสุนใส่รถผู้ต้องสงสัย หญิงบาดเจ็บ 1 ราย พบเป็นผู้บริสุทธิ์ ญาติจ่อดำเนินคดี

 

เมื่อเวลา 09.00 น. วันที่ 6 มกราคม นายขจรศักดิ์ เจริญโสภา ผู้ว่าราชการจังหวัดตรัง พร้อมด้วย นายณัฐวุฒิ สังข์สุข ป้องกันจังหวัดตรัง นายสำคัญ อรทัย นายอำเภอห้วยยอด โดยมีนายแพทย์ปิยวิทย์ เนกขพัฒน์ ผอ.รพ.ห้วยยอด เดินทางเข้าเยี่ยมและมอบกระเช้าให้กับนางสาวหนึ่งฤทัย วงศ์ประเสริฐ ผู้ป่วยที่ประสบเหตุถูกยิง หลังจากเจ้าหน้าที่ยิงสกัดรถผิดคัน มีสีหน้ายิ้มแย้มแจ่มใส โดยมีแพทย์และพยาบาลดูแลอย่างใกล้ชิด รวมทั้งนางสุรางค์ ใจดี อายุ 56 ปี และน้องๆ คอยดูแลเฝ้าอาการ

 

ต่อมา ที่ สภ.ห้วยยอด นายขจรศักดิ์เดินทางมาตรวจดูความเสียหายของรถเก๋งที่ถูกยิง อย่างไรก็ตาม ช่วงเวลาประมาณ 15.00 น.ของวันนี้ เจ้าหน้าที่จะนำรถผู้เสียหายไปซ่อมแซม

 

นายขจรศักดิ์กล่าวว่า ในการเข้าจับกุม หรือสกัดตรวจจับจะต้องมีความรอบคอบ และต้องมีการเช็กข้อมูลให้ชัดเจนอย่างละเอียดมากกว่านี้ ซึ่งที่ผ่านมาอาจจะขาดการประสานงานหรือความละเอียดที่จะจับกุมก่อน ตอนนี้อยู่ที่ผู้เสียหาย หากผู้เสียหายต้องการที่จะแจ้งความดำเนินคดีหรือฟ้องศาลก็เป็นสิทธิของผู้เสียหาย และสามารถดำเนินการได้ทั้งคดีอาญาและคดีแพ่ง เพราะอาจเป็นการกระทำที่อาจจะประมาท แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น จะต้องมีการสืบสวนว่าสถานการณ์จริงๆ หรือข้อเท็จจริงเป็นอย่างไร ซึ่งจะต้องให้ความเป็นธรรมทั้ง 2 ฝ่าย

 

นายขจรศักดิ์กล่าวว่า คดีที่เกิดขึ้นนี้ เจ้าหน้าที่จะต้องละเอียดรอบคอบมากกว่านี้ สิ่งสำคัญคือข้อมูลของคนร้ายจะต้องชัดเจน คนร้ายอาจจะมีอาวุธปืนสงครามอยู่ก็จริง แต่ข้อมูลป้ายทะเบียนจะต้องชัดเจน ไม่ใช่แค่สีหรือยี่ห้อแค่นั้น

 


“ผมได้รับรายงานเรื่องนี้แล้ว และได้รายงานไปยังกระทรวงมหาดไทย ซึ่งเป็นต้นสังกัดเรียบร้อยแล้วว่ามีเหตุการณ์เช่นนี้เกิดขึ้น และทาง พล.ต.ต.สันทัด วินสน ผบก.ภ.จว.ตรัง ได้รายงานอธิบดีกรมตำรวจเรียบร้อยแล้ว ผมคิดว่าในกระบวนการเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นอาจจะไม่ละเอียดรอบคอบเท่าที่ควร แต่ทั้งหมดจะอยู่ที่กระบวนการสอบสวนว่าในการกระทำนั้นเกินกว่าเหตุ หรือผู้เสียหายติดใจ หรือต้องการเรียกร้อง หรือต้องการฟ้องร้อง โดยทางผู้เสียหายนั้น หลังจากที่ผมไปเยี่ยมแล้วก็เข้าใจในเหตุการณ์นี้ และพอใจในระดับหนึ่งที่ทางตำรวจมารับผิดชอบ รวมทั้งรับผิดชอบค่ารักษาพยาบาลทั้งหมดด้วย

 

ในส่วนของเจ้าหน้าที่ที่ปฏิบัติงานก็ต้องเน้นย้ำว่า ทางตำรวจจะต้องมีแนวทางการปฏิบัติอย่างรอบคอบ ซึ่งเคสต่อไป หรือเหตุการณ์ต่อไปที่จะเกิดขึ้น เหตุการณ์นี้ถือเป็นบทเรียนที่เราจะปฏิบัติการจับกุมคนร้าย หรือสกัดจับคนร้ายได้เป็นอย่างดี” นายขจรศักดิ์กล่าว

 

ด้าน น.ส.หนึ่งฤทัย ผู้บาดเจ็บ กล่าวว่า ตอนนี้อาการดีขึ้นแล้ว ส่วนเจ้าหน้าที่ตำรวจก็รับผิดชอบทุกอย่าง ไม่ว่าจะเป็นคนป่วย หรือรถยนต์ที่พังเสียหาย รู้สึกตกใจมาก เพราะไม่เคยเจอแบบนี้ เหมือนในหนังในละคร ตอนนั้นก็ไม่คิดอะไร เพราะช็อก ส่วนตัวโกธรตำรวจมาก เพราะเราไม่ได้มีความผิดอะไร ไม่ได้รู้เรื่องอะไรเลย และช่วงจังหวะที่มาทำกับแฟนเรารุนแรงแบบนั้นก็โกธรมาก แต่ทางตำรวจก็เข้ามาขอโทษ พร้อมยอมรับผิดทุกอย่าง ยอมชดใช้ให้ทุกอย่าง ทางเราก็รู้สึกดีขึ้น ส่วนการทำงานของตำรวจขอบอกตรงๆ ว่าสะเพร่ามาก เพราะว่าป้ายทะเบียนกับรุ่นรถก็คนละเรื่องกัน และน่าจะฟังคำพูดของเราบ้างในตอนนั้น

 

“ตอนนี้จะไม่เอาเรื่องกับทางตำรวจแล้ว เพราะเขายินยอมชดใช้ให้เราทุกอย่าง ถือว่าฟาดเคราะห์ไป ไม่ต้องคิดอะไรมาก ตอนนี้ก็ปลอดภัยแล้ว ไม่มีเรื่องคาใจอะไรแล้ว ตำรวจก็เต็มที่กับเรามาก ขวัญกำลังใจดีขึ้น แค่กลับมาเดินได้ก็ดีมากแล้วตอนนี้

 

“วันนี้ผู้ว่าฯมาเยี่ยมก็ดีใจ แฟนก็กลับไปทำงานตามเดิม ส่วนการพักรักษาตัวก็จะต้องอยู่จนกว่าจะหายเป็นปกติดี” น.ส.หนึ่งฤทัยกล่าว

ข่าวที่เกี่ยวข้อง