รีเซต

คนที่เคยเป็นอีสุกอีใส จะเป็นพาหะนำโรคมาติดคนอื่นได้หรือไม่?

คนที่เคยเป็นอีสุกอีใส จะเป็นพาหะนำโรคมาติดคนอื่นได้หรือไม่?
TNN ช่อง16
10 มีนาคม 2569 ( 14:26 )
1

ดร.อนันต์ จงแก้ววัฒนา นักวิทย์ไบโอเทค ให้ความรู้ผ่านเพจ "Anan Jongkaewwattana" โดยระบุว่า

เคยเป็นอีสุกอีใสมาแล้วไปสัมผัสเชื้อ แม้จะไม่มีอาการใดๆจะแพร่เชื้อต่อได้หรือไม่?

อีสุกอีใสเป็นแล้ว ร่างกายจะสร้างภูมิคุ้มกัน

โรคอีสุกอีใสเมื่อใครก็ตามเคยป่วยและหายดีแล้ว ร่างกายจะสร้างภูมิคุ้มกันที่ดีมากและจดจำเชื้อไวรัสตัวนี้ไว้ตลอดชีวิต กระบวนการนี้เกิดขึ้นจากการที่ระบบภูมิคุ้มกันสร้างสิ่งที่เรียกว่า Memory B cell และ Memory T cell ซึ่งเปรียบเสมือนทหารที่ผ่านสนามรบมาแล้ว รู้จักหน้าตาของศัตรูเป็นอย่างดี และพร้อมตอบสนองได้ทันทีเมื่อพบเชื้อชนิดเดิมอีกครั้ง 

นอกจากนี้ร่างกายยังคงมีแอนติบอดีชนิด IgG ที่จำเพาะต่อเชื้อไวรัส หมุนเวียนอยู่ในกระแสเลือดตลอดเวลา ซึ่งแอนติบอดีเหล่านี้ทำหน้าที่เหมือนกับด่านตรวจที่คอยดักจับและทำให้ไวรัสเป็นกลางก่อนที่มันจะสามารถเข้าไปในเซลล์ได้   

ซึ่งหมายความว่าหากเชื้อเข้าสู่ร่างกายอีกครั้ง ระบบภูมิคุ้มกันจะกำจัดมันออกไปได้อย่างรวดเร็ว ก่อนที่เชื้อจะมีโอกาสแบ่งตัวและสะสมในปริมาณมากพอที่จะแพร่ออกไปสู่คนอื่นได้ 

เกิดอะไรขึ้นเมื่อร่างกายได้สัมผัสเชื้ออีกครั้ง

การที่เชื้อไวรัสจะแพร่จากคนหนึ่งไปสู่อีกคนหนึ่งได้ จำเป็นต้องผ่านกระบวนการแบ่งตัวของไวรัสในปริมาณมาก จนถึงระดับที่เรียกว่า Viral Load ที่สูงพอ และไวรัสต้องสามารถออกจากร่างกายได้ผ่านทางเดินหายใจหรือของเหลวจากตุ่มน้ำ แต่ในร่างกายของคนที่มีภูมิคุ้มกันแล้ว กระบวนการแบ่งตัวของไวรัสจะถูกหยุดยั้งตั้งแต่ต้น 

ดังนั้น แม้คนที่เคยติดแล้วเมื่อสัมผัสเชื้อ ก็ไม่ได้หมายความว่าพวกเขากำลังแบกเชื้อเอาไว้และรอแพร่ให้คนอื่น เพราะในความเป็นจริง เชื้อไม่ได้อยู่ในสภาวะที่จะแพร่กระจายออกไปได้เลย การไม่มีอาการในกรณีนี้จึงแตกต่างจากโรคติดเชื้ออื่น ๆ บางชนิดที่ผู้ป่วยสามารถไม่มีอาการแต่ยังคงแพร่เชื้อได้ เช่น ไทฟอยด์ หรือ HIV ในระยะแฝง เพราะในโรคเหล่านั้นเชื้อยังคงแบ่งตัวและดำรงอยู่ในร่างกายในระดับที่สามารถแพร่ได้ แต่สำหรับอีสุกอีใสในคนที่มีภูมิคุ้มกันสมบูรณ์แล้ว เชื้อแทบไม่มีโอกาสได้แบ่งตัวเลย

ไม่สามารถเป็นพาหะได้

พูดให้เข้าใจง่ายขึ้นก็คือ การจะเป็น "พาหะ" หรือ carrier ได้นั้น ร่างกายต้องมีเชื้อในปริมาณที่มากพอและเชื้อต้องสามารถออกจากร่างกายได้ผ่านทางการไอ จาม หรือของเหลวจากตุ่มน้ำ 

แต่ในคนที่มีภูมิคุ้มกันแล้ว ร่างกายจะกำจัดเชื้อเสียก่อนที่จะถึงขั้นตอนนั้น จึงไม่มีเชื้อเหลืออยู่ให้แพร่ต่อได้  

ดังนั้น ไม่ต้องกังวลว่าคนใกล้ชิดที่เคยเป็นอีสุกอีใสมาแล้วจะแอบนำเชื้อมาติดให้โดยไม่รู้ตัว เพราะสิ่งนั้นแทบจะไม่สามารถเกิดขึ้นได้ กลุ่มที่ควรระวังและเฝ้าระวังอย่างแท้จริงคือผู้ที่ยังไม่เคยติดเชื้อและยังไม่ได้รับวัคซีน เพราะพวกเขาคือกลุ่มที่เสี่ยงทั้งต่อการรับเชื้อและการแพร่เชื้อต่อไปยังผู้อื่น

ยอดนิยมในตอนนี้

แท็กยอดนิยม

ข่าวที่เกี่ยวข้อง