Movendi ค้านยกเลิกภาษีเฉพาะ 2% ห่วงกระทบระบบสร้างเสริมสุขภาพไทย

องค์กรภาคประชาสังคมนานาชาติ Movendi International มีมติออกแถลงการณ์เรียกร้องรัฐบาลไทยทบทวนแนวทางยกเลิกระบบภาษีเฉพาะ (Earmarked Tax) ซึ่งเป็นกลไกจัดสรรรายได้จากภาษีสุราและยาสูบเพื่อสนับสนุนงานสร้างเสริมสุขภาพ โดยแสดงความกังวลว่าการเปลี่ยนแปลงระบบดังกล่าวอาจกระทบต่อความเป็นอิสระในการดำเนินงาน และเพิ่มความเสี่ยงต่อการแทรกแซงจากกลุ่มธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับผลิตภัณฑ์เสี่ยงต่อสุขภาพ
แถลงการณ์ดังกล่าวได้รับความเห็นชอบจากที่ประชุมใหญ่ระดับโลก (World Congress) ครั้งที่ 71 ของ Movendi International ซึ่งจัดขึ้นระหว่างวันที่ 3-6 ตุลาคม 2569 ณ เมืองครานสก้ากอรา ประเทศสโลวีเนีย โดยมีผู้แทนองค์กรสมาชิกเข้าร่วม 51 องค์กร จากเครือข่ายที่มีสมาชิกมากกว่า 140 องค์กร ครอบคลุมกว่า 50 ประเทศทั่วโลก
ที่ประชุมมีมติเรียกร้องให้รัฐบาลไทยยุติกระบวนการยกเลิกระบบภาษีเฉพาะ เพื่อรักษากลไกสนับสนุนงานป้องกันปัญหาสุขภาพและการมีส่วนร่วมของภาคประชาสังคม พร้อมเตรียมส่งแถลงการณ์ถึงนายกรัฐมนตรีและสื่อมวลชน
ชูระบบภาษี 2% ของไทยเป็นต้นแบบระดับโลก
นางจูเลียต เนมูกาซา (Juliet Namukasa) ประธาน Movendi International คนใหม่ กล่าวว่า ประเทศไทยได้รับการยอมรับในระดับนานาชาติจากการพัฒนาระบบจัดเก็บภาษีเพิ่มเติมในอัตรา 2% จากผลิตภัณฑ์สุราและยาสูบ เพื่อนำรายได้สนับสนุนสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) โดยตรง
กลไกดังกล่าวดำเนินงานมาเป็นระยะเวลา 25 ปี และได้รับการยอมรับจากองค์การอนามัยโลก (WHO) ในฐานะตัวอย่างนวัตกรรมทางการเงินด้านสุขภาพที่ประสบความสำเร็จ รวมถึงเป็นแนวทางให้ประเทศต่าง ๆ นำไปศึกษาและประยุกต์ใช้
นอกจากนี้ สสส. ยังได้รับรางวัล Nelson Mandela Award ประจำปี 2564 ซึ่งเป็นรางวัลสำคัญด้านการสร้างเสริมสุขภาพ โดย Movendi International ระบุว่า ความสำเร็จดังกล่าวเกิดจากการสนับสนุนงานป้องกันปัจจัยเสี่ยงด้านสุขภาพอย่างต่อเนื่อง
อย่างไรก็ตาม นางจูเลียตแสดงความกังวลต่อแนวทางนำรายได้จากภาษีเฉพาะกลับเข้าสู่ระบบงบประมาณปกติ โดยเห็นว่าอาจทำให้การจัดสรรงบประมาณสำหรับงานสร้างเสริมสุขภาพขึ้นอยู่กับการตัดสินใจเชิงนโยบายของรัฐบาลและพรรคการเมืองมากขึ้น รวมถึงมีความเสี่ยงด้านผลประโยชน์ทับซ้อนและการแทรกแซงจากอุตสาหกรรมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ยาสูบ และอาหาร
ห่วงปัญหา NCDs คนไทยเสียชีวิตกว่า 4 แสนรายต่อปี
ประธาน Movendi International กล่าวเพิ่มเติมว่า ปัญหาสุขภาพจากพฤติกรรมเสี่ยงยังเป็นความท้าทายของหลายประเทศ โดยเฉพาะโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง (NCDs) ซึ่งตามข้อมูลที่องค์กรนำเสนอ เป็นสาเหตุการเสียชีวิตของคนไทยมากกว่า 400,000 รายต่อปี
ขณะเดียวกัน การบริโภคเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ยังเกี่ยวข้องกับปัญหาอุบัติเหตุจากการดื่มแล้วขับ ความรุนแรง และปัญหาสุขภาพจิต ซึ่งองค์กรเห็นว่าการตลาดของธุรกิจที่เกี่ยวข้องมีส่วนกระตุ้นพฤติกรรมเสี่ยงเหล่านี้
Movendi International จึงสนับสนุนให้ภาครัฐให้ความสำคัญกับมาตรการป้องกันควบคู่กับการรักษาพยาบาล ทั้งการควบคุมการตลาดของผลิตภัณฑ์เสี่ยง การออกกฎหมายจำกัดการบริโภคสุราและยาสูบ ตลอดจนมาตรการด้านภาษีและการปรับราคาสูงขึ้น เพื่อลดการบริโภคตามหลักวิชาการขององค์การอนามัยโลก
องค์กรยังให้ความสำคัญกับเครือข่ายภาคประชาสังคมในฐานะกลไกร่วมกับรัฐบาลในการขับเคลื่อนมาตรการลดปัจจัยเสี่ยงด้านสุขภาพ โดยระบุว่าการป้องกันตั้งแต่ต้นทางมีความจำเป็นต่อการลดภาระโรคและผลกระทบทางสังคมในระยะยาว
เครือข่ายงดเหล้าไทยได้รับเลือกเป็นกรรมการบริหารระดับเอเชีย
ด้านนายธีระ วัชรปราณี กรรมการบริหาร Movendi International และผู้แทนเครือข่ายงดเหล้า (Stop Drink Network) เปิดเผยว่า เครือข่ายงดเหล้าของประเทศไทยเข้าเป็นสมาชิกองค์กรตั้งแต่ปี 2557 ในช่วงที่ยังใช้ชื่อ IOGT International และมีบทบาทร่วมผลักดันนโยบายควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ยาสูบ และยาเสพติดในระดับนานาชาติอย่างต่อเนื่อง
ล่าสุด นายธีระได้รับเลือกให้ดำรงตำแหน่งกรรมการบริหาร Movendi International ในฐานะผู้แทนภูมิภาคเอเชียอีกสมัย สำหรับวาระปี 2569-2573 หลังเคยดำรงตำแหน่งมาแล้ว 2 วาระ ได้แก่ ปี 2557-2561 และปี 2565-2569
นายธีระระบุว่า ผลงานของเครือข่ายงดเหล้าไทยได้รับการยอมรับจากองค์กรสมาชิกนานาชาติ โดยมีปัจจัยสำคัญจากการสนับสนุนของ สสส. ที่ดำเนินมาอย่างต่อเนื่อง
สำหรับ Movendi International เป็นองค์กรภาคประชาสังคมที่ก่อตั้งขึ้นตั้งแต่ปี ค.ศ. 1851 หรือมีประวัติการดำเนินงานยาวนาน 175 ปี และทำงานขับเคลื่อนนโยบายด้านสุขภาพและการลดปัจจัยเสี่ยงในหลายประเทศ
เปิดผลงาน สสส. สนับสนุนเครือข่ายงดเหล้าตั้งแต่ปี 2546
นายธีระกล่าวว่า เครือข่ายงดเหล้าได้รับงบประมาณสนับสนุนจาก สสส. ตั้งแต่ปี 2546 โดยเริ่มจากกิจกรรมรณรงค์งดเหล้าเข้าพรรษา ก่อนขยายการดำเนินงานไปสู่ชุมชน สถานศึกษา และกิจกรรมทางวัฒนธรรม
ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา เครือข่ายได้ดำเนินโครงการส่งเสริมงานเทศกาลและประเพณีปลอดภัยจากเครื่องดื่มแอลกอฮอล์มากกว่า 200 งาน รวมถึงสนับสนุนชุมชนสู้เหล้าและการช่วยเหลือผู้เลิกดื่มผ่านกิจกรรมคนหัวใจเพชร ครอบคลุมมากกว่า 300 ชุมชน
สำหรับการทำงานกับเด็กและเยาวชน เครือข่ายให้ความสำคัญกับการพัฒนาทัศนคติและบทบาทของผู้ใหญ่ โดยเฉพาะผู้บริหารสถานศึกษา ครู และผู้ฝึกสอนกีฬาฟุตซอล เพื่อเป็นแบบอย่างในการส่งเสริมพฤติกรรมสุขภาพที่เหมาะสม
ปัจจุบันมีครูเข้าร่วมกิจกรรมมากกว่า 2,000 คน และผู้ฝึกสอนกีฬาฟุตซอลมากกว่า 250 คน พร้อมดำเนินโครงการแข่งขันฟุตซอลเยาวชนชายอายุไม่เกิน 15 ปี ซึ่งมีทีมเข้าร่วมมากกว่า 1,100 ทีม
โครงการดังกล่าวมุ่งเปิดโอกาสให้เยาวชน โดยเฉพาะในพื้นที่ห่างไกล ได้เข้าร่วมกิจกรรมกีฬาและเรียนรู้การดำเนินชีวิตที่ห่างไกลจากเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ บุหรี่ ยาเสพติด และการพนัน
มีส่วนผลักดันกฎหมายควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์
นายธีระกล่าวเพิ่มเติมว่า เครือข่ายงดเหล้ายังมีส่วนร่วมในการผลักดันพระราชบัญญัติควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ พ.ศ. 2551 และกฎหมายฉบับแก้ไขในปี 2568 เพื่อยกระดับมาตรการคุ้มครองสุขภาพและความปลอดภัยของประชาชน
ตัวอย่างมาตรการสำคัญ ได้แก่ การห้ามจำหน่ายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์บนรถไฟและภายในสถานีรถไฟ ซึ่งมีการขับเคลื่อนภายหลังเหตุการณ์ผู้หญิงถูกผู้มึนเมาทำร้ายบนขบวนรถไฟ โดยนายธีระระบุว่า ภายหลังมีการบังคับใช้มาตรการดังกล่าว ปัญหาลดลงและมีความปลอดภัยมากขึ้น
นอกจากนี้ ยังมีการผลักดันมาตรการห้ามจำหน่ายเบียร์ผ่านเครื่องกดอัตโนมัติภายในร้านสะดวกซื้อ ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของการควบคุมช่องทางเข้าถึงเครื่องดื่มแอลกอฮอล์
เปิดผลรณรงค์งดเหล้าเข้าพรรษา 23 ปี งดดื่มเฉลี่ยปีละ 10 ล้านคน
ในการประชุม World Congress ครั้งที่ 71 นายธีระได้นำเสนอผลการดำเนินโครงการรณรงค์งดเหล้าเข้าพรรษาของประเทศไทย ซึ่งจัดต่อเนื่องมาแล้ว 23 ปี ให้ผู้แทนองค์กรสมาชิกจากนานาชาติรับทราบ
การรณรงค์ดังกล่าวส่งเสริมให้ประชาชนงดบริโภคเครื่องดื่มแอลกอฮอล์เป็นระยะเวลา 3 เดือนในช่วงเข้าพรรษา โดยมีการศึกษาเปรียบเทียบพฤติกรรมการดื่มก่อนเริ่มกิจกรรมและระหว่างดำเนินโครงการ
จากผลการศึกษาที่นายธีระนำเสนอต่อที่ประชุม พบว่าการรณรงค์สามารถทำให้ประชาชนงดดื่มได้ประมาณ 9-10% หรือคิดเป็นจำนวนเฉลี่ยราว 10 ล้านคนต่อปี
ผลการดำเนินงานดังกล่าวได้รับความสนใจจากองค์กรในประเทศตะวันตกที่มีกิจกรรมส่งเสริมการงดดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในลักษณะใกล้เคียงกัน เช่น Dry January, Dry July, Dry Midsummer และ Octsober
อย่างไรก็ตาม โครงการงดเหล้าเข้าพรรษาของประเทศไทยมีลักษณะเด่นด้านระยะเวลารณรงค์ที่ต่อเนื่องถึง 3 เดือน และมีการศึกษาประเมินผลพฤติกรรมการดื่มอย่างเป็นระบบ
ทั้งนี้ Movendi International ยืนยันจุดยืนสนับสนุนกลไกภาษีเฉพาะของประเทศไทย พร้อมเรียกร้องให้รัฐบาลพิจารณาผลกระทบต่อระบบสร้างเสริมสุขภาพและบทบาทของภาคประชาสังคม ก่อนดำเนินการเปลี่ยนแปลงรูปแบบการจัดสรรงบประมาณดังกล่าว
Tag
ยอดนิยมในตอนนี้
