รีเซต

นักวิชาการห่วงแก้ พ.ร.บ.สสส. กระทบงานป้องกันโรค จี้รับฟังทุกฝ่าย

นักวิชาการห่วงแก้ พ.ร.บ.สสส. กระทบงานป้องกันโรค จี้รับฟังทุกฝ่าย
TNN ช่อง16
13 ตุลาคม 2569 ( 15:58 )

นักวิชาการด้านสาธารณสุขและกฎหมายแสดงความกังวลต่อการเสนอแก้ไขพระราชบัญญัติกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) โดยเฉพาะผลกระทบต่อกลไกการป้องกันปัญหาสุขภาพก่อนเข้าสู่กระบวนการรักษาพยาบาล พร้อมยืนยันว่า ระบบจัดสรรรายได้จากภาษีสรรพสามิตสุราและยาสูบ หรือ Earmarked Tax มีกระบวนการกำกับและตรวจสอบตามกฎหมายอยู่แล้ว เสนอให้การพิจารณาแก้ไขกฎหมายเปิดรับความคิดเห็นจากทุกภาคส่วนอย่างรอบด้าน

ประเด็นดังกล่าวเกิดขึ้นภายหลังมีการเสนอร่างพระราชบัญญัติกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (ฉบับที่ ..) พ.ศ. …. โดยนายอนุทิน ชาญวีรกูล กับคณะ ผ่านกลไกการเสนอร่างกฎหมายของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ซึ่งนักวิชาการมองว่า การปรับปรุงกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการจัดสรรงบประมาณด้านสุขภาพควรพิจารณาทั้งประสิทธิภาพการใช้จ่าย ความเป็นอิสระของหน่วยงาน และบทบาทภาคประชาสังคมในการดำเนินงานระยะยาว

ชี้ Earmarked Tax เป็นกลไกสำคัญในการสร้างเสริมสุขภาพ

รศ.ภก.ดร.วิทยา กุลสมบูรณ์ กรรมการกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ และกรรมการบริหารแผนคณะที่ 1 อธิบายว่า Earmarked Tax คือการจัดเก็บภาษีเพื่อนำรายได้ไปใช้ตามวัตถุประสงค์เฉพาะ ซึ่งหลายประเทศนำมาใช้เป็นเครื่องมือทางนโยบาย โดยเฉพาะสินค้าที่มีความเสี่ยงต่อสุขภาพ เพื่อช่วยลดการบริโภคควบคู่กับการนำรายได้ไปสนับสนุนมาตรการสร้างเสริมสุขภาพ

สำหรับประเทศไทย มีการจัดเก็บเงินบำรุงจากภาษีสรรพสามิตยาสูบและสุราเพื่อนำไปสนับสนุนการดำเนินงานของสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ หรือ สสส. ซึ่งทำหน้าที่สนับสนุนการลดปัจจัยเสี่ยงและพัฒนาสุขภาวะของประชาชนอย่างต่อเนื่อง

รศ.ภก.ดร.วิทยา ระบุว่า ปัจจุบัน สสส. มีกลไกตรวจสอบหลายระดับตามที่กฎหมายกำหนด ทั้งการตรวจสอบภายใน การตรวจสอบด้านการเงิน การรายงานผลการดำเนินงานต่อฝ่ายนิติบัญญัติ รวมถึงการประเมินผลโดยคณะกรรมการที่คณะรัฐมนตรีแต่งตั้งตามข้อเสนอแนะของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง

นอกจากนี้ ยังอธิบายว่า เป้าหมายของการจัดเก็บภาษีลักษณะดังกล่าวมีความเกี่ยวข้องกับพฤติกรรมการบริโภคสินค้าที่เป็นปัจจัยเสี่ยง หากประชาชนลดการบริโภคลง รายได้จากภาษีส่วนนี้ย่อมมีแนวโน้มลดลงตามไปด้วย

โดยยกตัวอย่างว่า หากวันหนึ่งประชาชนเลิกบริโภคสินค้าที่เป็นปัจจัยเสี่ยงได้ทั้งหมด ความจำเป็นของกองทุนในรูปแบบเดิมก็อาจเปลี่ยนแปลงไป ขณะที่ปัจจุบันรายได้จาก Earmarked Tax ของ สสส. มีแนวโน้มลดลง ซึ่งควรนำข้อมูลดังกล่าวมาพิจารณาประกอบการกำหนดนโยบาย

ทั้งนี้ เห็นว่าการจัดเก็บ Earmarked Tax สามารถดำเนินการควบคู่กับหลักการตามพระราชบัญญัติวินัยการเงินการคลังของรัฐได้ โดยต้องพิจารณาวัตถุประสงค์ของการจัดเก็บและประโยชน์ด้านสุขภาพของประชาชนประกอบกัน

ย้อน 25 ปี สสส. เน้นลดปัจจัยเสี่ยงก่อนเกิดโรค

รศ.ภก.ดร.วิทยา กล่าวเพิ่มเติมว่า ตลอดระยะเวลา 25 ปีที่ผ่านมา มีหลักฐานทั้งในประเทศและต่างประเทศเกี่ยวกับผลการดำเนินงานด้านการสร้างเสริมสุขภาพของ สสส. โดยยกตัวอย่างแนวโน้มการสูบบุหรี่และการบริโภคเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ที่ลดลง รวมถึงประชาชนมีการออกกำลังกายเพิ่มขึ้น

อย่างไรก็ตาม การสร้างเสริมสุขภาพไม่สามารถดำเนินการผ่านการให้ความรู้เพียงอย่างเดียว แต่จำเป็นต้องอาศัยมาตรการเชิงระบบควบคู่กัน ทั้งนโยบายภาษี มาตรการควบคุมการบริโภค การพัฒนาสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อสุขภาพ และการสนับสนุนให้ชุมชนมีส่วนร่วมแก้ไขปัญหาสุขภาวะในพื้นที่

โดยมองว่า การดำเนินงานด้านสุขภาพควรให้ความสำคัญกับการป้องกันปัจจัยเสี่ยงตั้งแต่ต้นทาง เพื่อลดโอกาสเกิดโรคและลดความจำเป็นในการเข้าสู่ระบบรักษาพยาบาลในระยะยาว

ส่วนแนวโน้มรายได้จากภาษีสุราและยาสูบที่ลดลง เป็นอีกประเด็นที่ควรนำมาศึกษาความสัมพันธ์ระหว่างรายได้ของกองทุนกับพฤติกรรมการบริโภคของประชาชน ก่อนพิจารณาปรับเปลี่ยนโครงสร้างการจัดสรรงบประมาณ โดยคำนึงถึงหลักวินัยการเงินการคลังควบคู่กับความต่อเนื่องของภารกิจสร้างเสริมสุขภาพ

นักกฎหมายเสนอชี้แจงเหตุผลแก้ พ.ร.บ.สสส. ให้ชัดเจน

ด้าน ผศ.อุดม งามเมืองสกุล คณบดีคณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยพะเยา ให้ความเห็นเกี่ยวกับกระบวนการเสนอร่างแก้ไขกฎหมายว่า การเสนอร่างพระราชบัญญัติผ่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเป็นช่องทางที่รัฐธรรมนูญรับรองไว้

อย่างไรก็ตาม กฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการจัดสรรงบประมาณและกลไกสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพมีความสำคัญต่อการดำเนินงานของหน่วยงานและภาคประชาชน การเสนอแก้ไขจึงควรมีคำอธิบายที่ชัดเจนถึงเหตุผล ความจำเป็น ตลอดจนผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นจากการเปลี่ยนแปลงข้อกฎหมาย

ผศ.อุดม ตั้งข้อสังเกตว่า การใช้กลไกการเสนอร่างผ่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรและดำเนินกระบวนการรับฟังความคิดเห็นตามมาตรา 77 ของรัฐธรรมนูญ แม้เป็นกระบวนการที่กฎหมายกำหนดไว้ แต่ควรพิจารณาความเหมาะสมของขั้นตอนดำเนินการให้รอบคอบ

โดยเฉพาะร่างกฎหมายที่มีลักษณะเกี่ยวข้องกับการเงิน ซึ่งหากเสนอโดยภาคประชาชนหรือสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จำเป็นต้องได้รับคำรับรองจากนายกรัฐมนตรีตามหลักเกณฑ์ของรัฐธรรมนูญ

ผศ.อุดม จึงตั้งข้อสังเกตต่อกรณีที่นายกรัฐมนตรีมีบทบาททั้งในการผลักดันร่างกฎหมายผ่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรและการให้คำรับรองร่างกฎหมาย พร้อมเสนอให้มีการชี้แจงถึงความจำเป็นของกระบวนการดังกล่าว รวมถึงเหตุผลที่ต้องดำเนินการในช่วงเวลานี้

นอกจากนี้ ยังเห็นว่าควรเปิดโอกาสให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง นักวิชาการ ภาคประชาสังคม และประชาชนทั่วไป ได้ร่วมแสดงความคิดเห็นอย่างทั่วถึง เพื่อให้กระบวนการพิจารณากฎหมายเป็นไปอย่างโปร่งใส รอบคอบ และยึดประโยชน์สาธารณะเป็นหลัก

ห่วงรวมศูนย์อำนาจ กระทบความเป็นอิสระภาคประชาสังคม

ขณะที่ ผศ.ภญ.ดร.นิยดา เกียรติยิ่งอังศุลี ผู้จัดการศูนย์วิชาการเฝ้าระวังและพัฒนาระบบยา (กพย.) แสดงความคิดเห็นว่า ความพยายามแก้ไขกฎหมาย สสส. ทำให้เกิดข้อกังวลเกี่ยวกับการรวมศูนย์อำนาจและความเป็นอิสระของกลไกสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ

โดยมองว่า แม้ระบบบริการสุขภาพภาครัฐจะมีงบประมาณรองรับการรักษาพยาบาลจำนวนมาก แต่การมุ่งแก้ไขปัญหาที่ปลายทางอย่างเดียวอาจไม่เพียงพอต่อการจัดการปัจจัยเสี่ยงด้านสุขภาพที่มีความซับซ้อน

ดังนั้น การมีหน่วยงานที่สนับสนุนการทำงานเชิงป้องกันอย่างต่อเนื่องจึงมีความสำคัญ โดยเฉพาะการส่งเสริมให้ประชาชนสามารถดูแลสุขภาพตนเอง ลดพฤติกรรมเสี่ยง และร่วมกันแก้ไขปัญหาด้านสุขภาวะภายในชุมชน

ผศ.ภญ.ดร.นิยดา อธิบายว่า การสร้างเสริมสุขภาพไม่ได้จำกัดอยู่เฉพาะการจัดอบรม ให้ความรู้ หรือจัดกิจกรรมเป็นครั้งคราว แต่ต้องสนับสนุนให้ชุมชนและองค์กรภาคประชาสังคมมีความเข้มแข็ง สามารถรวมกลุ่ม จัดการปัญหา และนำเสนอความต้องการของตนเองต่อหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้

แนวทางดังกล่าวสอดคล้องกับหลักการ Ottawa Charter ซึ่งให้ความสำคัญกับการสร้างเสริมสุขภาพผ่านการพัฒนาศักยภาพประชาชน การมีส่วนร่วมของชุมชน และการปรับเปลี่ยนปัจจัยแวดล้อมในระดับระบบ

ย้ำบทบาทองค์การอนามัยโลก หนุนชุมชนเข้มแข็ง

ผศ.ภญ.ดร.นิยดา กล่าวถึงประสบการณ์การทำงานร่วมกับองค์การอนามัยโลก (WHO) ว่า องค์การอนามัยโลกให้ความสำคัญกับบทบาทของภาคประชาสังคมในการดำเนินงานด้านสุขภาพ เพราะเครือข่ายภาคประชาชนจำนวนมากไม่ได้มีรายได้ประจำสำหรับขับเคลื่อนภารกิจ จึงจำเป็นต้องได้รับการสนับสนุนอย่างเหมาะสม

การสนับสนุนดังกล่าวควรมุ่งเสริมศักยภาพให้ประชาชนสามารถรวมกลุ่มและสร้างเครือข่ายความร่วมมือ เพื่อพัฒนาความเข้มแข็งของชุมชน และมีบทบาทกำหนดทิศทางการแก้ไขปัญหาสุขภาพที่เกี่ยวข้องกับตนเอง

โดยหลักการ Ottawa Charter ให้ความสำคัญกับการสร้างเสริมสุขภาพที่เชื่อมโยงกับปัจจัยด้านสังคม ชุมชน และสภาพแวดล้อม มากกว่าการมุ่งให้ความรู้ด้านสุขภาพเพียงอย่างเดียว

ทั้งนี้ ผศ.ภญ.ดร.นิยดา เชิญชวนประชาชนร่วมกันศึกษารายละเอียดของร่างกฎหมายที่เกี่ยวข้อง ติดตามข้อมูลจากหน่วยงานต่าง ๆ และตรวจสอบข้อกล่าวอ้างทางการเมืองกับข้อเท็จจริง ก่อนเสนอความคิดเห็นหรือข้อเสนอแนะต่อผู้มีอำนาจตัดสินใจ เพื่อให้การพิจารณากฎหมายครอบคลุมผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นกับภาคประชาชน

เสนอรับฟังทุกภาคส่วน ก่อนเดินหน้าแก้กฎหมาย สสส.

นักวิชาการทั้งสามมีข้อเสนอร่วมกันว่า การพิจารณาปรับปรุงพระราชบัญญัติกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ ควรดำเนินการโดยคำนึงถึงหลักวินัยการเงินการคลัง ประสิทธิภาพการใช้จ่ายงบประมาณ และความต่อเนื่องของภารกิจป้องกันปัจจัยเสี่ยงด้านสุขภาพ

พร้อมให้ความสำคัญกับกลไกตรวจสอบที่มีอยู่ตามกฎหมาย รวมถึงความเป็นอิสระของหน่วยงานและเครือข่ายภาคประชาสังคมที่มีบทบาทสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพในระดับชุมชน

นอกจากนี้ ยังเสนอให้เปิดกระบวนการรับฟังความคิดเห็นที่ครอบคลุมหน่วยงานภาครัฐ ภาควิชาการ ภาคประชาสังคม และประชาชน เพื่อให้ข้อมูลประกอบการพิจารณากฎหมายมีความรอบด้าน ทั้งด้านการบริหารงบประมาณ ประโยชน์ต่อสุขภาพ และผลกระทบต่อการดำเนินงานในระยะยาว

ทั้งนี้ การปรับปรุงกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับระบบสร้างเสริมสุขภาพจำเป็นต้องพิจารณาความสมดุลระหว่างการบริหารจัดการเงินภาครัฐอย่างมีประสิทธิภาพ กับการรักษากลไกสนับสนุนการป้องกันโรคและลดปัจจัยเสี่ยง เพื่อให้การดำเนินนโยบายสุขภาพสามารถตอบสนองความต้องการของประชาชนได้อย่างต่อเนื่อง

ข่าวที่เกี่ยวข้อง