รีเซต

TCAP โชว์ฟอร์มแกร่งปี 68 กำไรโตสองหลัก 16.5% ใจป้ำจ่ายปันผล 3.50 บาท/หุ้น

TCAP โชว์ฟอร์มแกร่งปี 68 กำไรโตสองหลัก 16.5% ใจป้ำจ่ายปันผล 3.50 บาท/หุ้น
TNN ช่อง16
20 กุมภาพันธ์ 2569 ( 14:49 )
10

บริษัท ทุนธนชาต จำกัด (มหาชน) หรือ TCAP รายงานผลการดำเนินงานปี 2568 มีกำไรสุทธิส่วนของบริษัทฯ จำนวน 7,750 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 1,095 ล้านบาท หรือร้อยละ 16.45 จากปีก่อน สะท้อนผลการดำเนินงานที่แข็งแกร่งของบริษัทย่อยและบริษัทร่วมหลัก รวมถึงการบริหารคุณภาพสินทรัพย์และความเสี่ยงด้านเครดิตอย่างมีประสิทธิภาพ ท่ามกลางสภาวะเศรษฐกิจที่ยังมีความท้าทาย


นายพีระพัฒน์ เมฆสิงห์วี กรรมการผู้จัดการใหญ่ TCAP เปิดเผยว่า “ในปี 2568 บริษัทฯและบริษัทย่อยมีกำไรสุทธิรวมจำนวน 8,264 ล้านบาท โดยมีแรงขับเคลื่อนหลักจากผลการดำเนินงานของธุรกิจสำคัญในกลุ่มธนชาต ได้แก่


*บริษัท ราชธานีลิสซิ่ง จำกัด (มหาชน) มีกำไรสุทธิตามงบการเงินรวม 1,148 ล้านบาท

บริษัท ธนชาตประกันภัย จำกัด (มหาชน) มีกำไรสุทธิ 1,077 ล้านบาท

ส่วนแบ่งกำไรจากเงินลงทุนในบริษัทร่วม มีจำนวน 5,707 ล้านบาท

การเติบโตของกำไรในปี 2568 มีปัจจัยสนับสนุนหลักจาก รายได้จากการรับประกันภัยสุทธิที่ปรับเพิ่มขึ้น รายได้เงินปันผลจากการลงทุนที่เพิ่มขึ้นตามนโยบายการลงทุนในธุรกิจการเงิน รวมถึง ส่วนแบ่งกำไรจากเงินลงทุนในบริษัทร่วมที่สูงขึ้น ตามผลการดำเนินงานที่ดีขึ้นของบริษัทร่วม ขณะเดียวกัน ค่าใช้จ่ายจากการด้อยค่ารถยึดและผลขาดทุนด้านเครดิตที่คาดว่าจะเกิดขึ้นปรับลดลง สอดคล้องกับคุณภาพสินทรัพย์ของบริษัทย่อยที่ปรับตัวดีขึ้นอย่างต่อเนื่อง


จากความสำเร็จของผลการดำเนินงานในปีที่ผ่านมา คณะกรรมการบริษัทฯ ได้มีมติอนุมัติการจ่ายเงินปันผลระหว่างกาลให้แก่ผู้ถือหุ้นของบริษัทฯ ในอัตราหุ้นละ 1.30 บาท และมีมติให้เสนอที่ประชุมผู้ถือหุ้นอนุมัติการจ่ายเงินปันผลจากผลการดำเนินงานครึ่งปีหลังของปี 2568 เพิ่มเติมในอัตราหุ้นละ 2.20 บาท  ส่งผลให้บริษัทฯ จะจ่ายเงินปันผลรวมจากผลการดำเนินงานปี 2568 ทั้งปี ในอัตราหุ้นละ 3.50 บาท เพิ่มขึ้นจากปีก่อนที่จ่ายในอัตราหุ้นละ 3.30 บาท สะท้อนความสามารถในการสร้างผลตอบแทนอย่างสม่ำเสมอและยั่งยืนในระยะยาวให้กับผู้ถือหุ้น

สำหรับปี 2569 เศรษฐกิจไทยยังเผชิญความท้าทายจากทั้งปัจจัยภายนอกและปัจจัยภายในประเทศ เช่น การชะลอตัวของเศรษฐกิจประเทศคู่ค้า ความไม่แน่นอนทางภูมิรัฐศาสตร์ ปัญหาหนี้ภาคครัวเรือน และการเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศ 


บริษัทฯ จึงยังคงดำเนินธุรกิจอย่างระมัดระวัง ให้ความสำคัญกับการลงทุนในธุรกิจการเงินและธุรกิจประกันภัย การบริหารคุณภาพสินทรัพย์และความเสี่ยงด้านเครดิตอย่างรอบคอบ รวมทั้งการรักษาความแข็งแกร่งของฐานะเงินทุนและสภาพคล่อง เพื่อรองรับความผันผวนในอนาคต บริษัทฯ เชื่อมั่นว่า โครงสร้างรายได้ที่หลากหลายจากธุรกิจการเงินต่าง ๆ ธุรกิจประกันภัย/ประกันชีวิต และเงินลงทุนในบริษัทร่วม จะยังคงเป็นปัจจัยสำคัญที่ช่วยสนับสนุนเสถียรภาพและความสามารถในการทำกำไรของกลุ่มธนชาตในปี 2569 ให้เติบโตอย่างต่อเนื่องต่อไป

ข่าวที่เกี่ยวข้อง