วิจัยกสิกรฯ ชี้ส่งออกไทยปี 69 เสี่ยงโตไม่ถึง 1% ศึกตะวันออกกลางยืดเยื้อ

ศูนย์วิจัยกสิกรไทย ระบุว่า การส่งออกไทยในปี 2569 มีความเสี่ยงจะขยายตัวได้ต่ำกว่า 1% ขึ้นอยู่กับความรุนแรง และความยืดเยื้อของสถานการณ์ในตะวันออกกลาง ซึ่งจากเดิมที่ยังไม่เกิดเหตุการณ์ความตึงเครียดนี้ ศูนย์วิจัยกสิกรไทย เคยประมาณการภาพรวมการส่งออกของไทยในปีนี้ว่าจะขยายตัวได้ 1.6% โดย 5 ปัจจัยเสี่ยงต่อการส่งออกของไทย ได้แก่
1. การส่งออกไปตะวันออกกลางเสี่ยงชะงักรุนแรง การส่งออกไปตะวันออกกลางมีสัดส่วน 3-4% ของการส่งออกไทยทั้งหมด โดยกลุ่มรถยนต์ ข้าว และอาหารทะเลแปรรูป คาดว่าจะได้รับผลกระทบอย่างมีนัยสำคัญ เนื่องจากพึ่งพาตลาดนี้สูงกว่า 10% ท่ามกลางการขนส่งผ่านช่องแคบฮอร์มุซ และคลองสุเอซ ที่ชะงักงันจากความเสี่ยงด้านความปลอดภัย
2. ภาพรวมค่าขนส่งสินค้าปรับสูงขึ้น ค่าระวางเรือ และค่าประกันภัย ปรับเพิ่มขึ้นอย่างมากจากช่วงก่อนเกิดการโจมตีอิหร่านเมื่อวันที่ 28 ก.พ. 69 โดยเฉพาะค่าระวางเรือจากไทยไปยุโรป ปรับเพิ่มขึ้นราว 14-17% โดยการส่งออกไปยุโรป อาจได้รับผลกระทบจากการเปลี่ยนเส้นทางเดินเรือไปอ้อมทวีปแอฟริกา ส่งผลให้ระยะเวลาขนส่งเพิ่มขึ้น 10-15 วัน
3. แนวโน้มเศรษฐกิจโลกชะลอลง กองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) ประเมินว่าหากสถานการณ์ในตะวันออกกลางยืดเยื้อ และส่งผลให้ราคาพลังงาน โดยเฉพาะราคาน้ำมันดิบ อยู่ระดับเหนือกว่า 100 ดอลลาร์ฯ/บาร์เรลต่อเนื่อง จะกระทบอัตราเงินเฟ้อ และการเติบโตทางเศรษฐกิจทั่วโลกอย่างมีนัยสำคัญ
4. รัฐบาลออกมาตรการระงับการส่งออกน้ำมันเชื้อเพลิง และก๊าซหุงต้ม การระงับส่งออกน้ำมันเชื้อเพลิง และก๊าซหุงต้ม เพื่อรักษาความมั่นคงด้านพลังงานในประเทศ ยกเว้นการส่งออกไปยัง สปป.ลาว และเมียนมา โดยมูลค่าการส่งออกเชื้อเพลิงที่ถูกระงับคิดเป็นเกือบ 80% ของการส่งออกเชื้อเพลิงทั้งหมดของไทย อย่างไรก็ตาม การนำเข้าเชื้อเพลิงมีแนวโน้มลดลงเช่นกัน จากการชะงักของอุปทานจากตะวันออกกลาง ขณะที่ระดับราคาที่สูงขึ้น อาจทำให้มูลค่าการค้าปรับเพิ่มขึ้น
5. การขาดแคลนวัตถุดิบ กระทบการผลิตและการส่งออก ตะวันออกกลาง เป็นแหล่งผลิตปุ๋ยยูเรียราว 1 ใน 3 ของโลก การปิดช่องแคบฮอร์มุซกระทบการขนส่งสินค้า โดยราคาปุ๋ย ณ วันที่ 20 มี.ค. 69 ปรับเพิ่มขึ้นราว 23% จากช่วงก่อนที่อิหร่านจะถูกโจมตี ขณะเดียวกัน วัตถุดิบที่เกี่ยวเนื่องกับน้ำมัน อาทิ เม็ดพลาสติก บรรจุภัณฑ์ ได้รับผลกระทบจากการขนส่งที่ล่าช้า และมีราคาสูงขึ้น ซึ่งจะส่งผลกระทบต่อไปยังภาคการผลิต และภาคการเกษตร ตลอดจนการส่งออกของไทย
อนึ่ง ข้อมูลล่าสุดจากกระทรวงพาณิชย์ รายงานว่า การส่งออกไทยเดือนก.พ.69 ขยายตัวที่ 9.9% ชะลอลงจากเดือนม.ค.69 ที่ขยายตัวสูงถึง 24.4% โดยเป็นผลจากการส่งออกสินค้าอิเล็กทรอนิกส์ที่แม้จะขยายตัวสูง แต่เป็นอัตราที่ชะลอลง นอกจากนี้ การส่งออกสินค้าที่เคยถูกสหรัฐฯ จัดเก็บภาษี Reciprocal Tariffs เติบโตชะลอลง เช่น อาหารสัตว์เลี้ยง ตู้เย็น เครื่องปรับอากาศ รวมทั้งการส่งออกอัญมณีและเครื่องประดับ (ไม่รวมทองคำ) ปรับลดลง 30%