เตือนภัยหน้าฝน! เปิด 9 โรคติดต่อ 3 ภัยสุขภาพที่พบบ่อย พร้อมวิธีป้องกัน

เตือนภัยโรคหน้าฝน 2569
นายแพทย์มณเฑียร คณาสวัสดิ์ อธิบดี กรมควบคุมโรค กล่าวว่า ขณะนี้ประเทศไทยเข้าสู่ช่วงฤดูฝน โดยเริ่มตั้งแต่กลางเดือนพฤษภาคมไปจนถึงประมาณกลางเดือนตุลาคม ส่งผลให้หลายพื้นที่มีฝนตกต่อเนื่อง สภาพอากาศชื้นแฉะ และอาจเกิดพายุฝนฟ้าคะนองในหลายพื้นที่ ซึ่งสภาพอากาศที่เปลี่ยนแปลงดังกล่าวเอื้อต่อการแพร่ระบาดของโรคติดต่อ
รวมถึงเพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดภัยสุขภาพต่าง ๆ กรมควบคุมโรคจึงได้ออก ประกาศกรมควบคุมโรค เรื่อง การป้องกันโรคและภัยสุขภาพที่เกิดในช่วงฤดูฝนของประเทศไทย พ.ศ. 2569 ทั้งนี้ ขอให้ประชาชนดูแลสุขภาพอนามัยของตนเองอย่างต่อเนื่อง
โรคและภัยสุขภาพที่ควรเฝ้าระวังในช่วงฤดูฝน แบ่งเป็น 4 กลุ่ม ดังนี้
1. โรคติดต่อทางเดินหายใจ
ได้แก่ โรคไข้หวัดใหญ่ โรคปอดอักเสบ โรคติดเชื้อไวรัสอาร์เอสวี และโรคโควิด 19 ซึ่งมักแพร่กระจายได้ง่ายในช่วงอากาศชื้นและในสถานที่แออัด อาการสำคัญ ได้แก่ ไข้ ไอ เจ็บคอ มีน้ำมูก บางรายเหนื่อยหอบ หรือหายใจลำบาก
โดยเฉพาะกลุ่มเด็กเล็ก ผู้สูงอายุ และผู้มีโรคประจำตัวควรเฝ้าระวังเป็นพิเศษ ควรสวมหน้ากากอนามัยเมื่ออยู่ในสถานที่แออัด ล้างมือบ่อย ๆ ด้วยน้ำและสบู่หรือแอลกอฮอล์ หลีกเลี่ยงใกล้ชิดผู้ป่วย หากมีอาการป่วยควรหยุดพักรักษาตัว และเข้ารับวัคซีนตามคำแนะนำของแพทย์
2. โรคติดต่อจากการสัมผัส
ได้แก่ โรคเลปโตสไปโรสิส (โรคฉี่หนู) โรคเมลิออยโดสิส (โรคไข้ดิน) และโรคมือเท้าปาก ซึ่งมักพบในช่วงฝนตกและน้ำท่วมขัง โดยโรคฉี่หนูและโรคเมลิออยโดสิสเกิดจากการติดเชื้อผ่านบาดแผลหรือการสัมผัสน้ำและดินที่ปนเปื้อนเชื้อ ประชาชนโดยเฉพาะผู้ที่ต้องลุยน้ำย่ำโคลนควรหลีกเลี่ยงการแช่น้ำด้วยเท้าเปล่าหรือเดินลุยน้ำเป็นเวลานาน
หากจำเป็นควรสวมรองเท้าบูทหรืออุปกรณ์ป้องกัน และรีบอาบน้ำ ทำความสะอาดร่างกายหลังสัมผัสน้ำหรือดินทันที ส่วนโรคมือเท้าปากมักพบมากในกลุ่มเด็กเล็ก ติดต่อผ่านน้ำลาย น้ำมูก หรือการใช้สิ่งของร่วมกัน ควรล้างมือบ่อย ๆ และดูแลความสะอาดของของเล่นหรือพื้นที่ส่วนรวมในศูนย์เด็กเล็กและโรงเรียนอย่างสม่ำเสมอ
3. โรคติดต่อที่มียุงลายเป็นพาหะ
ได้แก่ โรคไข้เลือดออก โรคไข้ปวดข้อยุงลาย หรือโรคชิคุนกุนยา และโรคติดเชื้อไวรัสซิกา ซึ่งมักพบผู้ป่วยเพิ่มขึ้นในช่วงฤดูฝน เนื่องจากมีน้ำขังเป็นแหล่งเพาะพันธุ์ยุงลาย อาการสำคัญ ได้แก่ ไข้สูง ปวดศีรษะ ปวดเมื่อยตามร่างกาย มีผื่น หรือปวดข้ออย่างรุนแรง
ควรกำจัดแหล่งเพาะพันธุ์ยุงลายตามมาตรการ “3 เก็บ ป้องกัน 3 โรค” ได้แก่ เก็บบ้านให้สะอาด เก็บขยะ ไม่ให้เป็นแหล่งน้ำขัง และเก็บน้ำปิดฝาภาชนะให้มิดชิด รวมทั้งนอนในมุ้ง ทายากันยุง และสวมเสื้อผ้ามิดชิดเพื่อป้องกันยุงกัด
4.ภัยสุขภาพที่ควรระวัง
ได้แก่ อันตรายจากการถูกงูพิษกัด การบาดเจ็บและเสียชีวิตจากการถูกฟ้าผ่า และอันตรายจากการกินเห็ดพิษ โดยในช่วงฤดูฝนมักพบสัตว์มีพิษออกจากที่หลบซ่อน รวมถึงเกิดพายุฝนฟ้าคะนองบ่อยครั้ง และประชาชนนิยมเก็บเห็ดป่ามารับประทาน ซึ่งอาจเสี่ยงต่อการได้รับเห็ดพิษที่เป็นอันตรายถึงชีวิต ควรหลีกเลี่ยงอยู่ในพื้นที่โล่งแจ้งขณะเกิดพายุฝนฟ้าคะนอง ไม่หลบฝนใต้ต้นไม้ใหญ่
ควรหลีกเลี่ยงการใช้และควรถอดปลั๊กเครื่องใช้ไฟฟ้าทุกชนิด ป้องกันความเสียหายจากไฟกระชากหรือฟ้าผ่าที่อาจวิ่งมาตามสายไฟระมัดระวังการเดินในพื้นที่รกชื้น และไม่เก็บเห็ดป่าที่ไม่รู้จักมารับประทานอย่างเด็ดขาด หากถูกงูพิษกัดหรือมีอาการผิดปกติหลังรับประทานเห็ด ควรรีบไปพบแพทย์ทันที
ด้าน นายแพทย์ดิเรก ขำแป้น รองอธิบดีกรมควบคุมโรค กล่าวเพิ่มเติมว่า กรมควบคุมโรคได้แจ้งเตือนไปยังสำนักงานป้องกันควบคุมโรคทั้ง 12 แห่ง และสถาบันป้องกันควบคุมโรคเขตเมือง ให้เตรียมความพร้อมในการเฝ้าระวัง ป้องกัน และควบคุมโรคในพื้นที่อย่างใกล้ชิด
รวมทั้งเตรียมทีมเฝ้าระวังสอบสวนเคลื่อนที่เร็ว (SRRT) เพื่อรองรับกรณีเกิดการระบาด และดำเนินการสื่อสารความเสี่ยงเพื่อให้ประชาชนได้รับข้อมูลที่ถูกต้องและเหมาะสม ทั้งนี้ หากประชาชนมีข้อสงสัยเกี่ยวกับโรคและภัยสุขภาพในช่วงฤดูฝน สามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ สายด่วนกรมควบคุมโรค โทร. 1422
Tag
ยอดนิยมในตอนนี้
