รีเซต

ฝนตก-น้ำท่วม! เสี่ยง “โรคฉี่หนู-เมลิออยโดสิส” แนะวิธีป้องกัน

ฝนตก-น้ำท่วม! เสี่ยง “โรคฉี่หนู-เมลิออยโดสิส” แนะวิธีป้องกัน
TNN ช่อง16
25 สิงหาคม 2569 ( 09:49 )
6

นายแพทย์มณเฑียร คณาสวัสดิ์ อธิบดีกรมควบคุมโรค กล่าวถึงสถานการณ์ช่วงนี้ที่มีฝนตกหนัก น้ำท่วมขัง และบางพื้นที่มีน้ำเพิ่มสูง ประชาชนมีโอกาสสัมผัสน้ำและดินมากขึ้น ทั้งจากการเดินทาง ทำงาน หรือทำความสะอาดหลังน้ำลด 

จึงควรระมัดระวังเป็นพิเศษ โดยเฉพาะผู้ที่ต้องลุยน้ำหรือสัมผัสดินเป็นเวลานาน อาจเสี่ยงต่อการติดเชื้อโรคบางชนิดได้ ขอให้ประชาชนป้องกันตนเอง และหากมีอาการผิดปกติหลังสัมผัสน้ำหรือดิน ควรรีบพบแพทย์

โรคเลปโตสไปโรซิส หรือ โรคฉี่หนู 

เกิดจากเชื้อแบคทีเรียที่ปนเปื้อนในปัสสาวะของสัตว์ เช่น หนู โค กระบือ สุกร และสุนัข เชื้อสามารถปนเปื้อนในน้ำหรือดิน และเข้าสู่ร่างกายผ่านบาดแผล หรือเยื่อบุตา จมูก และปาก หลังรับเชื้อประมาณ 1 – 2 สัปดาห์ 

อาการโรคเลปโตสไปโรซิส หรือ โรคฉี่หนู

ผู้ป่วยจะมีไข้สูง ปวดศีรษะ ปวดเมื่อยกล้ามเนื้อ โดยเฉพาะบริเวณน่องและหลัง ตาแดง คลื่นไส้ อาเจียน หากรุนแรงอาจเกิดภาวะไตวาย ตับวาย เลือดออกในปอด และเสียชีวิตได้ 

โรคเมลิออยโดสิส 

เกิดจากเชื้อแบคทีเรียที่อยู่ในดินและน้ำ ติดต่อผ่านทางการสัมผัสทางผิวหนัง โดยการย่ำดิน ย่ำน้ำ การสูดดมฝุ่นละอองที่มีเชื้อ รวมถึงการดื่มน้ำที่ไม่สะอาดหรือกินอาหารที่ปนเปื้อนเชื้อ ระยะฟักตัวของโรคโดยเฉลี่ย 1 – 21 วัน แต่ในบางรายอาจใช้เวลานานเป็นเดือนถึงปี ขึ้นอยู่กับปริมาณเชื้อที่ได้รับ และภูมิต้านทานของผู้ป่วยแต่ละคน 

อาการโรคเมลิออยโดสิส

หลังได้รับเชื้อผู้ป่วยจะมีไข้สูง หายใจหอบเหนื่อย ไอเรื้อรัง และอาจมีฝีหนองบริเวณผิวหนังหรืออวัยวะภายใน หากรุนแรงอาจติดเชื้อในกระแสเลือดและเสียชีวิตได้ โดยเฉพาะในกลุ่มเสี่ยง เช่น เกษตรกร ผู้ป่วยโรคเบาหวาน โรคไตเรื้อรัง และผู้ที่มีภูมิคุ้มกันต่ำ ซึ่งมีโอกาสเกิดอาการรุนแรงและเสียชีวิตสูงกว่าคนทั่วไป

วิธีการป้องกัน

ประชาชนสามารถป้องกันโรคทั้งสองได้ โดยหลีกเลี่ยงการลุยน้ำหรือย่ำโคลนโดยไม่จำเป็น หากจำเป็นให้สวมรองเท้าบูตและถุงมือยาง หากมีบาดแผลควรปิดด้วยพลาสเตอร์กันน้ำให้มิดชิด และรีบอาบน้ำและทำความสะอาดร่างกายทันทีหลังสัมผัสน้ำหรือดิน 

รวมทั้งดื่มน้ำสะอาด หรือน้ำต้มสุก และหลีกเลี่ยงการอยู่กลางแจ้งขณะเกิดพายุ หรือฝนตกหนักลมแรง เพื่อลดความเสี่ยงจากการสูดดมละอองฝุ่นดินที่อาจปนเปื้อนเชื้อโรค

นายแพทย์มณเฑียร ย้ำว่า หากมีไข้สูง ปวดเมื่อยกล้ามเนื้อ ปวดน่อง ไอ หายใจเหนื่อย หรือมีแผลติดเชื้อ หลังจากลุยน้ำ สัมผัสดินหรือโคลน ไม่ควรซื้อยากินเอง ควรรีบพบแพทย์และแจ้งประวัติการสัมผัส

ด้าน นายแพทย์ดิเรก ขำแป้น รองอธิบดีกรมควบคุมโรค เตือนเพิ่มเติมให้ระวังไฟฟ้าดูดและไฟฟ้าช็อต ในพื้นที่น้ำท่วมขัง ห้ามสัมผัสปลั๊กไฟ เครื่องใช้ไฟฟ้า หรือสายไฟที่เปียกน้ำ และไม่ควรเข้าไปตรวจสอบหรือเปิด – ปิดระบบไฟฟ้าด้วยตนเอง หากพบว่ามีน้ำท่วมถึงอุปกรณ์ไฟฟ้า ควรแจ้งเจ้าหน้าที่หรือผู้รับผิดชอบให้ดำเนินการตัดกระแสไฟอย่างปลอดภัยก่อนเข้าพื้นที่

 สำหรับพื้นที่ที่มีฝนตกหนักต่อเนื่อง โดยเฉพาะบริเวณที่ลาดเชิงเขาและพื้นที่ที่มีความเสี่ยงดินโคลนถล่ม ขอให้ประชาชนติดตามประกาศจากหน่วยงานในพื้นที่ หากพบสัญญาณผิดปกติ เช่น ดินหรือหินร่วงหล่น น้ำในลำห้วยมีสีขุ่นผิดปกติหรือเพิ่มปริมาณอย่างรวดเร็ว ต้นไม้หรือเสาไฟเริ่มเอียง ให้รีบอพยพไปพื้นที่ปลอดภัยทันที และปฏิบัติตามคำแนะนำของเจ้าหน้าที่ 

พร้อมเฝ้าระวังระดับน้ำที่เพิ่มสูงขึ้นจากฝนตกหนัก อันตรายจากไฟฟ้ารั่วบริเวณน้ำท่วมขัง หลีกเลี่ยงพื้นที่โล่งแจ้ง หรืออยู่ใกล้ต้นไม้หรือเสาไฟฟ้า ช่วงมีลมแรงและฝนตกเพื่อป้องกันการถูกฟ้าผ่า และขับรถด้วยความระมัดระวัง หรือใช้ความเร็วตามที่กำหนด เพื่อความปลอดภัยของผู้ขับขี่และเพื่อนร่วมทาง

กรมควบคุมโรคขอให้ประชาชนป้องกันไว้ เพื่อลดเสี่ยงโรคและภัยสุขภาพจากน้ำ หลีกเลี่ยงลุยน้ำโดยไม่จำเป็น สวมอุปกรณ์ป้องกัน ดูแลความสะอาดร่างกาย และติดตามข่าวสารอย่างใกล้ชิด ทั้งนี้ หากประชาชนมีข้อสงสัย สามารถสอบถามเพิ่มเติมได้ที่ สายด่วนกรมควบคุมโรค โทร. 1422 เขียนโปรยข่าว

ยอดนิยมในตอนนี้

แท็กยอดนิยม

ข่าวที่เกี่ยวข้อง