คนไทยในมาเลเซียแห่กลับไทย หลังรัฐบาลประกาศปิดด่าน 3-15 เม.ย.

คนไทยในมาเลเซียแห่กลับไทย หลังรัฐบาลประกาศปิดด่าน 3-15 เม.ย.
มติชน
3 เมษายน 2563 ( 08:27 )
104
คนไทยในมาเลเซียแห่กลับไทย หลังรัฐบาลประกาศปิดด่าน 3-15 เม.ย.

คนไทยในประเทศมาเลเซียแห่กลับไทย หลังรัฐบาลประกาศปิดด่าน 3-15 เม.ย.

นายณรงค์ ศศิธร เอกอัครราชทูต สถานเอกอัครราชทูตไทย ณ กรุงกัวลาลัมเปอร์ ประเทศมาเลเซีย ออกประกาศ ฉบับที่ 17/2563 โดยกล่าวถึงข้อสั่งการในที่ประชุมศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 ของพลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ที่มีมติให้กระทรวงการต่างประเทศชะลอคนต่างชาติ และคนไทยที่จะเดินทางเข้าประเทศไทยตั้งแต่วันที่ 3-15 เมษายน 2563 โดยในประกาศระบุว่า สำหรับผู้ที่ได้รับใบรับรองแพทย์และหนังสือรับรองจากสถานเอกอัครราชทูตฯ สถานกงสุลใหญ่ ณ เมืองโกตาบารู และสถานกงสุลใหญ่ ณ เมืองปีนัง แล้ว และมีกำหนดเดินทางกลับประเทศไทยในห้วงดังกล่าว ขอให้ชะลอการเดินทางออกไปหลังวันที่ 15 เมษายน 2563 และเน้นย้ำว่าสถานเอกอัครราชทูตฯ จะพยายามบรรเทาความเดือดร้อนของพี่น้องคนไทยในมาเลเซียอย่างเต็มที่

ต่อมานายเอกรัฐ หลีเส็น ผู้ว่าราชการจังหวัดนราธิวาส ได้ออกประกาศจังหวัดนราธิวาส สอดคล้องกับประกาศของเอกอัครราชทูต ณ กรุงกัวลาลัมเปอร์ ประเทศมาเลเซีย ส่งผลให้มีการประกาศปิดจุดผ่านแดนถาวรด่านสุไหงโก-ลก อำเภอสุไหงโก-ลก จังหวัดนราธิวาส ตั้งแต่วันที่ 3-15 เมษายน จากประกาศดังกล่าว ทำให้นายจักรกฤช อุเทนสุต นายด่านศุลกากรสุไหงโก-ลก ขอขยายเวลาเปิดด่าน เป็นเวลา 21.00 น.เพื่อรองรับการเดินทางเข้ามาของคนไทยในมาเลเซียที่รีบดำเนินการเดินเรื่องเพื่อให้สามารถเข้ามาในคืนนี้ ป้องกันการตกค้างที่บริเวณด่านพรมแดนรันตูปันยัง รัฐกลันตัน ประเทศมาเลเซีย

ด้านนายปรีชา นวลน้อย นายอำเภอสุไหงโก-ลก/ประธาน ศูนย์เฝ้าระวังและตอบโต้ภาวะฉุกเฉิน (EOC.COVID-19) อำเภอสุไหงโก-ลก มอบหมายให้นายเชาวลิต สิทธิฤทธิ์ ปลัดอำเภอหัวหน้าฝ่ายความมั่นคงในฐานะเจ้าพนักงานควบคุมโรค พร้อมคณะทำงานฯ ดำเนินการตรวจคัดกรองซักประวัติและออกใบอนุญาตการเดินทางข้ามเขตจังหวัดให้กับผู้มีภูมิลำเนาอยู่ในพื้นที่จังหวัดยะลา และจังหวัดปัตตานีซึ่งตั้งแต่เวลา 07.00-21.00น.มีคนไทยจากประเทศมาเลเซียเดินทางกลับเข้ามาจำนวน 138 คน และได้ส่งกลับภูมิลำเนาโดยไม่มีตกค้างอยู่ในพื้นที่ ซึ่งบรรยากาศบริเวณจุดคัดกรองเต็มไปด้วยคนไทยที่เดินทางกลับมาจากประเทศมาเลเซีย โดยต่างมีอาการอิดโรยจากการเดินทางไกล เพราะการเดินทางในห้วงการประกาศล็อคดาวน์ของประเทศมาเลเซียทำให้ไม่สามารถเดินทางโดยรถโดยสารสาธารณะปกติได้ ต้องมีการว่าจ้างรถตู้มาส่ง จึงถูกตรวจสอบตลอดเส้นทาง

นายรอมซี สามะ ภูมิลำเนาอยู่ที่อำเภอบันนังสตา จังหวัดยะลา กล่าวว่า เพิ่้งเดินทางเข้าไปทำงานในประเทศมาเลเซียก่อนจะมีการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 โดยเป็นกุ๊กร้านต้มยำกุ้ง มีรายได้ต่อเดือนประมาณ 4,500 บาท ความเป็นอยู่ในช่วงที่มาเลเซียประกาศล็อคดาวน์ลำบากมาก อาหารมื้อหลักคือ บะหมี่กึ่งสำเร็จรูป และข้าวไข่เจียว รู้สึกดีใจที่เดินทางกลับมาได้ทันก่อนที่จะมีการประกาศปิดด่าน แต่ก็ยังเป็นห่วงคนไทยที่ยังตกค้างอยู่ในประเทศมาเลเซีย เพราะการใช้ชีวิตต่างแดนในช่วงวิกฤติโดยไม่มีรายได้มีความลำบากมาก

ด้านนางสาวนูริยะ สามะอาลี ภูมิลำเนาอำเภอเมือง จังหวัดปัตตานี กล่าวว่า ตนเองเป็นลูกจ้างอยู่ร้านต้มยำกุ้ง ที่กรุงกัวลาลัมเปอร์ ทำมาแล้ว7 ปี ทางร้านจ้างเป็นรายวัน วันละประมาณ 370 บาทไทย เมื่อทางการมาเลเซียประกาศล็อคดาวน์ทางร้านต้องปิดตัวจึงขาดรายได้ทันที กระทั่งจังหวัดนราธิวาสประกาศเปิดด่านรับคนไทยในประเทศมาเลเซียกลับมา จึงรีบทำเอกสารทั้งใบรับรองแพทย์และหนังสือรับรองจากสถานกงสุลใหญ่ เมืองโกตาบารู รัฐกลันตันแล้วรีบเดินทางกลับมา ซึ่งการดำเนินการเรื่องเอกสารและค่าเดินทางมีค่าใช้จ่ายประมาณ 1,500 บาท

ทั้งนี้สำหรับในวันที่ 3-15 เมษายน 2563 จุดผ่านแดนถาวรด่านสุไหงโก-ลกจะปิดรับการเดินทางเข้าราชอาณาจักรของคนไทยและชาวต่างชาติจากประเทศมาเลเซียในทุกกรณี

ข่าวที่เกี่ยวข้อง