GULFกำไรQ3ทำสถิติ ปี64จ่ายไฟ1.3พันเมก

GULFกำไรQ3ทำสถิติ ปี64จ่ายไฟ1.3พันเมก
ทันหุ้น
9 พฤศจิกายน 2563 ( 07:30 )
95
GULFกำไรQ3ทำสถิติ ปี64จ่ายไฟ1.3พันเมก

ทันหุ้น-สู้โควิด-GULF ใกล้แล้ว ปีหน้าจ่ายไฟฟ้าเข้าระบบอีกกว่า 1.3 พันเมกะวัตต์ กำลังการผลิตพุ่งพรวด แย้มเจราลงทุนโครงการต่างประเทศเพียบ ทั้งลาว เวียดนาม ยุโรป สหรัฐ เดินหน้าขยายโครงสร้างพื้นฐาน เชื่อโอกาสในประเทศมีอีกมาก จ่อขยายไลน์ธุรกิจเทคโนโลยี รับกองทุนสนใจ โบรกส่องกำไรปกติQ3/63นิวไฮที่ 1.3 พันล้านบาทเป้า 40.75 บาท

 

นางสาวยุพาพิน วังวิวัฒน์ กรรมการบริหารและประธานเจ้าหน้าที่บริหารด้านการเงิน บริษัท กัลฟ์ เอ็นเนอร์จี ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด (มหาชน) หรือ GULF เปิดเผยว่า บริษัทจะรายงานผลประกอบการไตรมาส 3/2563 ในวัน 13 พฤศจิกายน 2563 โดยผลประกอบการยังเติบโตต่อเนื่องจากดีมานด์การใช้ไฟฟ้าที่กลับมาปกติ

 

นอกจากนี้ในปี 2564 บริษัทจะมีกำลังการผลิตไฟฟ้าเพิ่มขึ้นจากการจ่ายไฟฟ้าเชิงพาณิชย์ (COD)โครงการโรงไฟฟ้า IPP คือ  Gulf SRC หน่วยที่ หนึ่ง และ สอง ในช่วงเดือนมีนาคมและเดือนตุลาคม 2564  ขนาดกำลังการผลิตแห่งละ 625 เมกะวัตต์ รวม 1,250 เมกะวัตต์ ซึ่งโครงการดังกล่าวเป็นไปตามแผนวางไว้

 

นอกจากนี้ยังมีโครงการโรงไฟฟ้าพลังงานลมแม่โขงในเวียดนามกำลังการผลิตราว 128 เมกะวัตต์ จะช่วยหนุนกำลังการผลิตของบริษัทให้เพิ่มขึ้น จากสิ้นปี 2563 มีกำลังการผลิตที่  6,409 เมกกะวัตต์ ทั้งนี้บริษัทจะมีการCOD ไฟฟ้าโครงการใหม่ๆ ต่อเนื่องทุกปี   และปีหน้าบริษัทจะรับรู้โครงการโรงไฟฟ้าพลังงานลมในทะเลเยอรมัน  เต็มปี คาดสร้างกำไรปีละ 1.5-2 พันล้านบาท

 

*ดีลโรงลงทุนโรงการเต็มมือ

 

ขณะเดียวกันบริษัทยังมีการเจรจาลงทุนโครงการใหม่ต่อเนื่องทั้งในส่วนในรูปแบบการลงทุนสร้างใหม่ (Greenfield) โครงการที่พัฒนาแล้ว (Brownfields) การเข้าซื้อกิจการใหม่ๆ ซึ่งมีทั้งโครงการในประเทศ และต่างประเทศ ทั้งนี้โครงการในต่างประเทศ ที่บริษัทมีความสนใจหลายโครงการ ทั้งในเวียดนาม ลาว ยุโรป สหรัฐอเมริกา และบริษัทจะผลักดันสัดส่วนรายได้จาก พลังงานทดแทน (Renewable Energy) ให้มีสัดส่วนรายได้ให้เพิ่มขึ้นจากปัจจุบันมีสัดส่วนเพียงเล็กน้อยราว 4%

 

พร้อมกันนี้บริษัทยังสนใจที่จะขยายพอร์ตรายได้ในกลุ่มโครงสร้างพื้นฐาน (Infrastructure) ปัจจุบันก็ดำเนินการอยู่หลายโครงการทั้ง โครงการมาบโครงการพัฒนาท่าเรืออุตสาหกรรมมาบตาพุด ระยะที่ 3 , โครงการพัฒนาท่าเรือแหลมฉบังเฟสที่ 3 และโครงการงานและบำรุงรักษา (O&M) โครงการทางหลวงพิเศษระหว่างเมือง สายบางปะอิน – นครราชสีมา (M6) และสายบางใหญ่ – กาญจนบุรี (M81) ซึ่งจะทยอยแล้วเสร็จตามแผน อย่างไรก็ดีบริษัทมองว่าโอกาสในการลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน ยังมีอีกมาก จากโครงการที่จะออกมา เช่น โครงการรถไฟรางคู่ โครงการรถไฟฟ้า โครงการทางด่วน เป็นต้น

 

ซึ่งบริษัทมีความพร้อมทางด้านการเงิน และมีศักยภาพในการทำงาน และบริษัทยังมองโอกาสที่จะนำเทคโนโลยีเข้ามาสนับสนุนการทำงานด้วย เพราะบริษัทเชื่อว่าเทคโนโลยีก็จะเป็นส่วนสำคัญที่ช่วยผลักดันการเติบโตของบริษัทด้วย ซึ่งจะทยอยได้เห็นการลงทุนด้านเทคโนโลยีด้วย

 

สำหรับปี 2564 บริษัทประมาณการรายได้ไว้ที่ 5.4-5.5 หมื่นล้านบาท โดยในอนาคตเชื่อว่าธุรกิจโรงไฟฟ้าจะยังเป็นธุรกิจหลักมีสัดส่วนรายได้กว่า 70-80% ส่วนกลุ่มธุรกิจอื่นๆ จะมาเข้ามาช่วยสนับสนุนการเติบโตให้ของบริษัทในระยะยาว ที่ผ่านมานักลงทุนสถาบันก็ให้ความสนใจในธุรกิจของบริษัท ซึ่งถือว่าเป็นธุรกิจที่มีความมั่นคง มีการเติบโตได้ต่อเนื่อง จากการลงทุนโครงการใหม่ๆ ส่วนประเด็นความกัวลเรื่องของสำรองไฟฟ้าเกินในประเทศไทยและจะกระทบต่อโรงฟ้าบริษัทยืนยันว่าโรงไฟฟ้าของบริษัทไม่ได้รับผลกระทบเพราะมีสัญญาซื้อขายไฟฟ้า(PPA)ที่ชัดเจน สามารถขายไฟฟ้าเข้าในระบบได้แน่นอน

 

*ลุ้นงบไตรมาส3ทำนิวไฮ

 

ด้านบริษัท หลักทรัพย์หยวนต้า (ประเทศไทย) จำกัด ระบุถึง GULF ว่า มีมุมมองเชิงบวกคาดกำไรปกติไตรมาส3/2563 ที่ราว 1,300 ล้านบาทเติบโต 7.0% จากไตรมาสก่อนหน้า และ 28.0% จากช่วงเดียวกันปีก่อน เป็นระดับสูงสุดใหม่ เนื่องจากรายได้จาก IU เริ่มฟื้นตัว และกลับมาเป็นปกติแล้วในเดือน กันยายน ต้นทุนค่าก๊าซธรรมชาติลดลง และมีเงินปันผลจาก INTUCH เข้ามาเป็นไตรมาสแรก  อีกทั้งต้นทุนราคาก๊าซธรรมชาติลดลงอีกในไตรมาส3/2563 หนุนอัตรากำไรขั้นต้น และเริ่มรับรู้รายได้ธุรกิจพลังงานลมในเยอรมันเป็นไตรมาสแรก เราประเมินเบื้องต้นที่ราว 200  300 ล้านบาท แม้ว่าจะเป็น High season ของลมในเยอรมัน แต่คาดว่าจะมีค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับธุรกรรมการซื้อกิจการเกิดขึ้นทำให้ยังรับรู้กำไรได้ไม่เต็มที่

 

โดยคำแนะนำ ยังให้ GULF เป็นหุ้นเด่นด้านการเติบโตสำหรับการลงทุนระยะยาว จะเริ่มเห็นการเติบโตอย่างมีนัยสำคัญ จากช่วงเดียวกันปีก่อน ตั้งแต่ ไตรมาส3/2563 เป็นต้นไป บนกำลังการผลิตที่มีอยู่ในปัจจุบัน ขณะที่ฐานทุนที่ใหญ่ขึ้น กระแสเงินสดจำนวนมากจากการเพิ่มทุน ทำให้คาดว่าจะเห็นโครงการใหม่ๆ ขนาดใหญ่ทั้งในประเทศและต่างประเทศต่อเนื่องในปี 2564 ทั้งที่ COD แล้ว และโครงการใหม่ ซึ่งจะทำให้การเติบโตของ GULF มากกว่าที่ Consensus คาด และจะทำให้ PER ลดลงอย่างรวดเร็ว

 

ข่าวที่เกี่ยวข้อง