รีเซต

"ไทยชนะ" ขอให้ช่วยกันประเมินร้านค้า หากคะแนนตก ชุดตรวจจะลงพื้นที่ทันที

"ไทยชนะ" ขอให้ช่วยกันประเมินร้านค้า หากคะแนนตก ชุดตรวจจะลงพื้นที่ทันที
มติชน
19 พฤษภาคม 2563 ( 12:42 )
500
6
"ไทยชนะ" ขอให้ช่วยกันประเมินร้านค้า หากคะแนนตก ชุดตรวจจะลงพื้นที่ทันที

 “ไทยชนะ” ขอให้ช่วยกันประเมินร้านค้า หากคะแนนตก ชุดตรวจจะลงพื้นที่ทันที

เมื่อวันที่ 19 พฤษภาคม ที่ ศูนย์แถลงข่าวรัฐบาล “โควิด-19” ทำเนียบรัฐบาล นพ.ทวีศิลป์ วิษณุโยธิน โฆษกศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) (ศบค.) แถลงข่าวความคืบหน้าของสถานการณ์โรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019

นพ.ทวีศิลป์ กล่าวว่า สรุปการใช้งานแพลตฟอร์ม www.ไทยชนะ.com ข้อมูลจากกรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข เมื่อวันที่ 18 พฤษภาคม เวลา 21:00 น. พบว่า ภาพรวมการใช้งานยอดสะสมตั้งแต่เริ่มโครงการ 1.จำนวนร้านค้าลงทะเบียนจำนวน 60,853 ร้าน 2.จำนวนผู้ใช้งาน 3,660,081 คน และ 3.จำนวนการเข้าใช้งาน การเช็กอิน 5,562,344 ครั้ง / เช็คเอาท์ 4,052,259 ครั้ง / ประเมินร้าน 2,617,781 ครั้ง

นพ.ทวีศิลป์ กล่าวต่อว่า โดย 10 จังหวัด ผู้ให้บริการที่ลงทะเบียน ร้านค้าสูงสุด ได้แก่ 1.กรุงเทพมหานคร 19,556 ร้าน 2.ชลบุรี 3,544 ร้าน 3.นนทบุรี 3,338 ร้าน 4.สมุทรปราการ 2,523 ร้าน 5.ปทุมธานี 2,403 ร้าน 6.เชียงใหม่ 2.152 ร้าน 7.นครราชสีมา 1,828 ร้าน 8.ภูเก็ต 1,574 ร้าน 9.ขอนแก่น 1,283 ร้าน และ 10.สุราษฎร์ธานี 1,228 ร้าน

นอกจากนี้ นพ.ทวีศิลป์ กล่าวต่อว่า โดย 10 ประเภทกิจการ ผู้ให้บริการที่ลงทะเบียนราคาสูงสุด ได้แก่ 1 ร้านอาหาร, เครื่องดื่ม, ภัตตาคาร, ศูนย์อาหาร 15,578 ร้าน 2.ห้างสรรพสินค้า, ศูนย์การค้า, คอมมูนิตี้มอลล์ 12,770 ร้าน 3.ซุปเปอร์มาร์เก็ต, ร้านสะดวกซื้อ, ร้านค้าปลีก/ค้าส่ง 10,225 ร้าน 4.ธนาคาร 4,178 ร้าน 5.การให้บริการ 3,954 ร้าน 6.การจำหน่ายสินค้าเพื่อการอุปโภคบริโภค 3,671 ร้าน 7.คลินิกเสริมความงาน, ร้านเสริมสวย 2.853 ร้าน 8.ร้านขายปลีกธุรกิจสื่อสารโทรคมนาคม 2,724 ร้าน 9.สินค้าเบ็ดเคล็ดที่จำเป็นต่อการใช้ชีวิต 2,148 ร้าน และ 10.ร้านขายยา 814 ร้าน

“อยากขอบคุณประชาชนทุกคนที่ให้ความร่วมมือ โดยมีจำนวนการเช็คอินมากที่สุดคือ ห้างสรรพสินค้า ที่เช็คอินถึง 2,860,095 ครั้ง แต่จำนวนการเช็กเอาท์น้อย ซึ่งอาจจะต้องนำมาพูดกันบ่อยๆ เพื่อให้ประชาชนคุ้นเคย และภาพของห้างสรรพสินค้าจากวันแรก เมื่อวันที่ 17 พฤษภาคม ที่มีประชาชนเข้าไปใช้จำนวนมากเนื่องจากเป็นวันหยุดวันอาทิตย์ แต่ภาพของวันที่ 18 พฤษภาคม ที่เป็นวันทำการปกติ ดูเรียบร้อยดี อย่างไรก็ตามแต่ ขอขอบคุณประชาชนคนไทยทุกท่านที่เป็นผู้ใช้บริการ และขอขอบคุณผู้ให้บริการทุกส่วนที่เข้ามาลงทะเบียน” นพ.ทวีศิลป์ กล่าว

นพ.ทวีศิลป์ กล่าวว่า ในส่วนของการประเมินร้านค้า 1-5 เรียงตามลำดับความเพิ่งพอใจ โดย 5 จะมีความพึงพอใจสูงสุด โดยส่วนใหญ่แล้วจะอยู่ตรที่จำนวน 5 คะแนน จึงต้องขอขอบพระคุณไปยังประชาชนคนไทยทุกคนที่ให้ความร่วมมือในการเปิดกิจการร้านค้า ซึ่งอาจจะมีคะแนน 1,2 บ้าง แต่คะแนนที่ต่ำเหล่านี้ไม่ได้ทิ้งหายไปไหน ทางศูนย์ปฏิบัติการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉินด้านความมั่นคง(ศปม.) โดยคณะกรรมการที่เป็นชุดตรวจตามมาตรการผ่อนคลาย จะลงพื้นที่ไปตรวจให้ ซึ่งจะมีการวางกำลังไว้ตั้งแต่ 1.กำลังชุดตรวจตามมาตรการหลัก ได้แก่ ชุดตรวจร่วม จำนวน 90 ชุดตรวจ ชุดตรวจทั่วไป จำนวน 1,896 ชุดตรวจ และชุดตรวจส่วนกลาง 74 ชุดตรวจ

2.กำลังชุดตรวจตามมาตรการเสริม ได้แก่ 1.ชุดตรวจจังหวัด คือ กรุงเทพมหานคร(กทม.) / ศูนย์ปฏิบัติการฉุกเฉินด้านการแพทย์และการสาธารณสุข(ศปก.)จังหวัด/ศปก.อำเภอ/ศปก.ตำบล/องค์การบริหารปกครองส่วนท้องถิ่น(อปท.) 2.ชุดตรวจเฉพาะ คือ กระทรวงสาธารณสุข กระทรวงพาณิชย์ กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา กระทรวงวัฒนธรรม และกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม

นพ.ทวีศิลป์ กล่าวต่อว่า การตรวจกิจการ/กิจกรรมที่ได้รับการผ่อนคลาย 1.การทำความสะอาดผิวสัมผัส 2.เจลแอลกอฮอล์และการตรวจวัดอุณหภูมิร่างกาย 3.การสวมหน้ากากอนามัยและการเว้นระยะห่าง และ 4.ลดความแออัดด้วยการสแกนคิวอาร์โค้ด

“การตรวจกิจการรถไฟฟ้า ในช่วงเวลาทำการที่มีความเร่งด่วนก็จะเห็นอีกภาพหนึ่ง ดังนั้นการเหลื่อมเวลาทำงานหรือการทำงานที่บ้านจะเป็นคำตอบที่ดีที่สุด เมื่อยืนรอที่สถานีมีความห่างกันดี แต่เมื่อพอเข้าไปในรถไฟฟ้าก็มีความแออัด เพราะพื้นที่ดีที่มีเหลืออยู่คนก็อยากจะขึ้นไป ซึ่งเป็นความยากลำบากในการจัดการบริหาร แต่อย่างน้อยสวมใส่หน้ากากอนามัยทุกครั้ง หรือถ้าไม่มีความจำเป็นก็อย่าออกไปในเวลาที่เร่งด่วน อย่าเอาตัวเองไปเสี่ยง” นพ.ทวีศิลป์ กล่าว

 

 

 

 

ข่าวที่เกี่ยวข้อง