รีเซต

"เสพข่าว" อย่างไรไม่ให้ "จิตตก"? คู่มือรู้เท่าทัน "ความเครียด"สำหรับทุกวัยในบ้าน

"เสพข่าว" อย่างไรไม่ให้ "จิตตก"? คู่มือรู้เท่าทัน "ความเครียด"สำหรับทุกวัยในบ้าน
TNN ช่อง16
20 สิงหาคม 2569 ( 16:05 )
7

ในยุคที่ข่าวสารสามารถเข้าถึงได้ตลอด 24 ชั่วโมง เราทุกคน ตั้งแต่เด็กเยาวชนไปจนถึงผู้สูงอายุ มีโอกาสได้รับข้อมูลเกี่ยวกับความขัดแย้ง ภัยพิบัติ หรือเหตุการณ์ความรุนแรงทั้งในและต่างประเทศอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะเมื่อภาพข่าวหรือสถานการณ์มีความตึงเครียด ความวิตกกังวล และความหดหู่ จึงกลายเป็นผลกระทบที่เกิดขึ้นอย่างเงียบๆ โดยที่เราไม่ทันรู้ตัว 


พญ.เต็มหทัย นาคเทวัญ (ว.55098) จิตแพทย์ แผนกส่งเสริมสุขภาพจิต โรงพยาบาลนวเวช ได้ถ่ายทอดเกร็ดความรู้เกี่ยวกับผลกระทบต่อจิตใจ สัญญาณเตือน และแนวทางการรับมือ เพื่อให้คนทุกช่วงวัยสามารถรู้เท่าทันอารมณ์และดูแลสุขภาพจิตของตนเองและคนใกล้ชิดได้อย่างมีประสิทธิภาพ


1. เข้าใจผลกระทบของข่าวสารต่อจิตใจในแต่ละช่วงวัย

การรับข่าวสารร้ายแรงต่อเนื่อง อาจก่อให้เกิด ภาวะเครียดจากการรับรู้ภัยพิบัติ (Vicarious Trauma) หรือพฤติกรรม "Doomscrolling" ที่เป็นการไถหน้าจอหาแต่ข่าวร้ายโดยไม่รู้ตัว ซึ่งส่งผลกระทบต่อแต่ละวัยต่างกัน ดังนี้

ผู้สูงอายุ: มักรับข่าวสารผ่านทีวีหรือโซเชียลมีเดียเป็นเวลานานตลอดวัน ประกอบกับมีเวลาว่างมาก จึงมีโอกาสหมกมุ่นกับข่าวสาร จนเกิดความรู้สึกสิ้นหวัง กังวลเกี่ยวกับอนาคตของลูกหลาน หรือรู้สึกว่าโลกไม่ปลอดภัย

เด็กและวัยรุ่น: เด็กอาจได้รับภาพหรือคลิปความรุนแรงโดยตรงผ่านสื่อออนไลน์ โดยยังขาดความเข้าใจบริบทที่แท้จริง ส่งผลให้เกิดความหวาดกลัว สับสน หรือหวาดระแวงว่าจะเกิดเหตุร้ายกับตนเองและครอบครัว

วัยทำงาน: เสี่ยงต่อภาวะซึมเศร้า วิตกกังวล และรู้สึกผิดที่ตนเองยังใช้ชีวิตสุขสบายในขณะที่ผู้อื่นกำลังเผชิญความทุกข์

2. สัญญาณเตือนว่าคุณหรือคนในครอบครัวกำลังเครียดจากข่าว

สัญญาณทั่วไป

    รู้สึกกังวล ใจสั่น ตื่นตระหนกตลอดเวลา

    หลับยาก ฝันร้าย สะดุ้งตื่น หรือนอนหลับไม่สนิท

    อารมณ์หงุดหงิดง่าย ซึมเศร้า หรือหมดพลังในการทำกิจกรรมประจำวัน

สัญญาณเฉพาะในผู้สูงอายุ

    มีอาการทางกายเพิ่มขึ้นโดยไม่ทราบสาเหตุ เช่น ความดันโลหิตสูงขึ้น ปวดศีรษะ แน่นหน้าอก

พูดคุยหรือวนเวียนอยู่แต่เรื่องข่าวร้ายเดิม ๆ ตลอดวัน

    แยกตัว เก็บตัว ไม่ยอมทำกิจกรรมที่เคยชอบ

สัญญาณเฉพาะในเด็ก

    มีพฤติกรรมถดถอย เช่น งอแงผิดปกติ ติดพ่อแม่มากเกินไป หรือกลับมาปัสสาวะรดที่นอน

    กลัวการอยู่คนเดียว กลัวความมืด หรือหวาดระแวงสิ่งรอบตัว

    มีปัญหาเรื่องการเรียน หรือไม่มีสมาธิ


3. วิธีบริหารความเครียดและ "รู้เท่าทันจิตใจ" จากการเสพข่าว

จำกัดเวลาเสพข่าว: กำหนดช่วงเวลาที่แน่นอนในการติดตามข่าว เช่น วันละ 15-30 นาที

เลือกแหล่งข่าวที่เชื่อถือได้: หลีกเลี่ยงข่าวปลอมหรือสื่อที่เน้นการกระตุ้นอารมณ์

สร้างสมดุลด้วยเนื้อหาบวก: สลับไปดูข่าวดี เรื่องสร้างแรงบันดาลใจ หรือคลิปเบาสมอง

ฝึกสติและการหายใจลึก: เทคนิคง่ายๆ เช่น หายใจเข้า-ออกช้าๆ 5 นาที ช่วยให้ใจสงบ

ใช้พลังไปในทางที่ดี: หากรู้สึกอยากช่วยเหลือ อาจบริจาคเงิน หรือสนับสนุนองค์กรช่วยเหลือผู้ได้รับผลกระทบ

พญ.เต็มหทัย นาคเทวัญ (ว.55098) จิตแพทย์ แผนกส่งเสริมสุขภาพจิต โรงพยาบาลนวเวช

4. หมั่นดูแลตัวเอง

    พักผ่อนให้เพียงพอ ออกกำลังกายสม่ำเสมอ

    พูดคุยกับคนที่ไว้ใจ ไม่เก็บทุกอย่างไว้คนเดียว

    หากความเครียดกระทบการใช้ชีวิตประจำวัน ควรปรึกษานักจิตวิทยาหรือผู้ชำนาญการเฉพาะทาง


การเสพข่าวสารเป็นสิ่งสำคัญ แต่การดูแลใจตัวเองก็สำคัญไม่แพ้กันในสถานการณ์ที่เต็มไปด้วยความไม่แน่นอน อย่าลืมให้ความสำคัญกับสุขภาพจิตของคุณเองด้วยความเข้าใจและเมตตาต่อตนเอง


ข่าวที่เกี่ยวข้อง