ยินดีต้อนรับสู่ ทรูไอดี

เปิดราคา 'มาสด้า บีที-50' ใหม่ เริ่มต้น 5.5 แสน จับมือ 'อีซูซุ' ผลิตปิกอัพ รับประกันอะไหล่

เปิดราคา 'มาสด้า บีที-50' ใหม่ เริ่มต้น 5.5 แสน จับมือ 'อีซูซุ' ผลิตปิกอัพ รับประกันอะไหล่
มติชน
21 มกราคม 2564 ( 15:36 )
72
เปิดราคา 'มาสด้า บีที-50' ใหม่ เริ่มต้น 5.5 แสน จับมือ 'อีซูซุ' ผลิตปิกอัพ รับประกันอะไหล่

เมื่อวันที่ 21 มกราคม ผู้สื่อข่าวรายงานว่า บริษัท มาสด้า เซลส์ ประเทศไทย จำกัด จัดงานเปิดตัว รถปิกอัพ บีที-50 ใหม่ เป็นความร่วมมือระหว่างมาสด้าและอีซูซู มอเตอร์ ในการร่วมมือผลิตปิกอัพ โดยมาสด้า บีที-50 ใหม่ จะใช้เครื่องยนต์และช่วงล่าง รถปิกอัพ อีซูซุ ยกเว้นส่วนตัวถังและการออกแบบภายใน มีให้เลือก 3 รูปแบบตัวถัง ได้แก่ รุ่น สแตนดาร์ด แค็บ (Standard Cab -STD) หรือกระบะตอนเดียว รุ่น ฟรีสไตล์แค็บ (Freestyle Cab -FSC) หรือกระบะตอนครึ่งรุ่นแค็ปเปิดได้ และรุ่นดับเบิล แค็บ (Double Cab -DBL) หรือรุ่น 4 ประตู

 

นายชาญชัย ตระการอุดมสุข ประธานบริหาร บริษัท มาสด้า เซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า ตลาดรถปิกอัพถือเป็นตลาดใหญ่ที่สุดเกือบ 50% ของอุตสาหกรรมรถยนต์ในประเทศไทย มีอัตราการเติบโตอย่างต่อเนื่อง และมีความสำคัญต่อเศรษฐกิจของประเทศเพราะเป็นหนึ่งในโปรดักซ์แชมป์เปี้ยนที่ผลิตและส่งออกไปจำหน่ายทั่วโลก แม้ว่าปี 2563 ที่ผ่านมา ทุกภาคส่วนต่างเผชิญกับวิกฤตโคโรน่าไวรัส จนส่งผลให้ยอดขายรวมของอุตสาหกรรมยานยนต์ลดลงกว่า 20%

 

 

แต่เมื่อเจาะลึกข้อมูลรายละเอียดของยอดขายรถยนต์ในแต่ละประเภทพบว่าสัดส่วนการขายรถปิกอัพในปี 2563 อยู่ที่ 45% เติบโตขึ้นจากปี 2562 ซึ่งมีสัดส่วนอยู่ที่ 43% ดังนั้นการเปิดตัว All-New Mazda BT-50 จึงเป็นอีกหนึ่งตัวแปรสำคัญที่จะเข้ามาเปลี่ยนทุกมุมมองเกี่ยวกับรถปิกอัพโดยสิ้นเชิง Revolutionary Change รวมถึงการสร้างประวัติศาสตร์หน้าใหม่ด้วยความแตกต่างไม่เหมือนใคร อีกทั้งจะเป็นกลไกสำคัญในการสร้างยอดขายและชิงส่วนแบ่งทางการตลาดของมาสด้า

 

มาสด้าเริ่มเข้ามาบุกเบิกตลาดปิกอัพในประเทศไทยอย่างจริงจังเมื่อ 20 ปี ที่ผ่านมา ด้วยการสร้างโรงงานที่เม็ดเงินมูลค่ามหาศาล เพื่อขึ้นไลน์ผลิตปิกอัพในประเทศไทย ณ โรงงานออโต้อัลลายแอนซ์ จังหวัดระยอง โดยผลิต มาสด้า ไฟเตอร์ ซึ่งเป็นกระบะฝีมือคนไทยรุ่นแรก ที่เริ่มผลิตและจำหน่ายในปี 2541 มียอดขายเฉพาะในประเทศไทยกว่า 50,000 คัน

 

ต่อด้วยรุ่นที่สอง มาสด้า บีที-50 มียอดขายสะสมกว่า 52,000 คัน และ มาสด้า บีที-50 โปร มียอดขายสะสม 120,000 คัน ส่งผลให้มีรถปิกอัพพันธุ์แกร่งของมาสด้าอยู่ในการครอบครองของแฟนมาสด้ากว่า 222,000 คัน ลูกค้ากลุ่มนี้ถือเป็นหนึ่งในกลุ่มลูกค้าเป้าหมายของมาสด้า

 

สำหรับ All-New Mazda BT-50 ถูกวางให้เป็นรถรุ่นใหม่ที่จะเปิดตัวเป็นรุ่นแรกในปี 2564 โดยใส่ความโดดเด่นของ “โคโดะ ดีไซน์” (KODO Design) ที่มีเอกลักษณ์เฉพาะ มุ่งเน้นให้เกิดความเรียบง่าย แต่งดงาม ภายใต้คอนเซ็ปต์ “Less is More” เฉกเช่นเดียวกับรถยนต์นั่งและรถเอสยูวีตระกูล CX Series เจเนอเรชั่นใหม่ของมาสด้า โดยผนวกรวมจุดเด่นทั้งหมดของมาสด้าและความต้องการของลูกค้าที่อยากจะเห็นจากรถปิกอัพในปัจจุบัน คือการออกแบบที่สง่างามสไตล์ปิกอัพยุคใหม่ การเลือกใช้วัสดุคุณภาพสูง อัดแน่นด้วยเทคโนโลยีความปลอดภัย ให้ความสะดวกสบายที่เทียบเท่ากับรถเอสยูวี

 

อีกทั้งยังเป็นปิกอัพที่มีความอเนกประสงค์ ตอบโจทย์การใช้งานได้หลากหลายรูปแบบมากขึ้น การเปิดตัว All-New Mazda BT-50 เจเนอเรชั่นใหม่นี้จะเป็นการปรับภาพลักษณ์ครั้งใหญ่ให้กับตลาดรถปิกอัพ ที่สามารถใช้งานได้ทุกโอกาส หรือ “Built for Dress and Jeans” ซึ่งจะเป็นการขยายกลุ่มลูกค้าเป้าหมายให้กว้างมากขึ้น และช่วยเพิ่มโอกาสทางการขายให้มากขึ้นตามไปด้วย

 

 

 

” ทางมาสด้าได้ตกลงกับทางอีซูซุ มอเตอร์ แล้วว่าการป้อนอะไหล่ให้ปิกอัพ บีที-50 ใหม่ ให้กับ มาสด้า เซลส์ ประเทศไทย จะเหมือนกับที่ป้อนให้กับ อีซูซุ ดีแมกซ์ ที่มี บริษัท ตรีเพชร อีซูซุ เซลส์ จำกัด เป็นผู้ทำตลาด ดังนั้นลูกค้าบีที-50 ใหม่ จะได้รับอะไหล่เป็นไปตามมาตรฐานมาสด้า เซลส์ ทุกประการ ไม่มีการล่าช้าอย่างแน่นอน” นายชาญชัย กล่าว

 

ด้าน นายธีร์ เพิ่มพงศ์พันธ์ รองประธานบริหารฝ่ายการตลาดและรัฐกิจสัมพันธ์ มาสด้า เซลส์ ประเทศไทย กล่าวเพิ่มเติมว่า จากความตั้งใจที่เราต้องการพัฒนารถปิกอัพให้สามารถเติมเต็มทุกมิติของชีวิต เสมือนเป็น Life-Partner จึงเกิดเป็นคอนเซ็ปต์ “All-New Mazda BT-50 พร้อม…กับทุกด้านของชีวิต” ซึ่งจะพาคุณไปสู่ทุกเป้าหมายเคียงคู่ไปในทุกมิติของการใช้ชีวิต ประกอบด้วย

 

“ปัจจุบันผู้ซื้อรถปิกอัพ ไม่ได้มองเพียงแค่ความแข็งแกร่ง ความทนทานในการใช้งาน หรือประหยัดน้ำมันเท่านั้น วันนี้ลูกค้าใส่ใจในทุกรายละเอียด ให้ความสำคัญกับภาพลักษณ์และดีไซน์มากขึ้น แนวคิดการออกแบบ คือ การผสมผสานความแข็งแกร่ง อึด ทน ในสไตล์รถปิกอัพเข้ากับ โคโดะ ดีไซน์ ที่เน้นความเรียบง่าย แต่งดงาม จึงเกิดเป็นความโดดเด่น แตกต่างไม่เหมือนใคร แต่บ่งบอกได้ว่า นี่คือ ปิกอัพสายพันธุ์ใหม่ของมาสด้า ไม่ว่าจะเป็นกระจังหน้าที่ออกแบบด้วย Signature Wing ขนาดใหญ่ รูปทรงด้านหน้าที่สง่างามในสไตล์รถเอสยูวี ดีไซน์ไฟหน้าและไฟท้ายทรงสปอร์ต โฉบเฉี่ยว รวมถึงมิติตัวถังขนาดใหญ่ผนวกกับสัดส่วนของรถ เกิดเป็นความแข็งแกร่งควบคู่กับความสง่างามของรถปิกอัพยุคใหม่” นายธีร์ กล่าวเพิ่มเติม

 

โดยเฉพาะภายในห้องโดยสารที่เน้นความประณีตใส่ใจในทุกรายละเอียด และการคัดสรรเลือกใช้เฉพาะวัสดุคุณภาพสูงเท่านั้น ผสมผสานกับโทนสีภายในรวมถึงองค์ประกอบอื่นๆ อย่างลงตัว คอนโซลหน้าถูกตกแต่งด้วยวัสดุสีเงิน เสาภายในและเพดานเลือกใช้โทนสีดำตัดกับหนังสีน้ำตาลเข้มของเบาะนั่งที่ออกแบบให้นั่งสบายในทุกตำแหน่ง และแผงประตูที่เพิ่มความหรูหราด้วยการตกแต่งสไตล์เดียวกับรถเอสยูวี

 

สัมผัสกับห้องโดยสารที่กว้างขวาง การจัดวางตำแหน่งอุปกรณ์โดยให้ผู้ขับขี่เป็นศูนย์กลางตามหลักการ Human Machine Interface ทุกฟังก์ชันจึงง่ายต่อการใช้งาน การรับรู้ข้อมูลการขับขี่รวมถึงสายเรียกเข้าหรือชื่อเพลงบนหน้าจอแบบสี MID (Multi-Information Display) ขนาด 4.2 นิ้ว ที่แสดงข้อมูลได้หลายรูปแบบ อ่านง่าย มองเห็นชัดเจนยิ่งขึ้นด้วยเทคโนโลยีหน้าจอแบบ TFT (Thin-film Transistor Technology)

 

 

ผู้ขับขี่สะดวกสบายมากยิ่งขึ้นด้วยพวงมาลัยปรับได้มากถึง 4 ทิศทาง มาพร้อมกับเบาะไฟฟ้าปรับได้ 8 ทิศทางและระบบดันหลัง ควบคุมอุณหภูมิภายในห้องโดยสารได้ดียิ่งขึ้นด้วยระบบปรับอากาศแบบ Dual Zone ที่สามารถแยกปรับด้านซ้ายและขวาได้อย่างอิสระพร้อมช่องแอร์สำหรับผู้โดยสารด้านหลัง ยกระดับความสุนทรีย์ด้วยห้องโดยสารที่เงียบยิ่งขึ้น และลำโพงที่มากถึง 8 ตำแหน่ง นับรวมถึงลำโพงที่ติดตั้งบนหลังคา ผู้โดยสารสะดวกสบายตลอดการเดินทางด้วยที่พักแขนพร้อมที่วางแก้ว 2 ตำแหน่ง และช่องเสียบ USB มีช่องเก็บของภายในห้องโดยสารสำหรับผู้ขับขี่และผู้โดยสารทุกตำแหน่ง

 

All-New Mazda BT-50 มาพร้อมกุญแจรีโมทอัจฉริยะ สามารถสตาร์ทเครื่องยนต์ได้ด้วยรีโมท เปิดระบบปรับอากาศก่อนขึ้นรถ และมีระบบไฟในห้องโดยสารส่องสว่างอัตโนมัติในทันทีเมื่อจับสัญญาณจากกุญแจรีโมท อีกทั้งตอบโจทย์รูปแบบการเชื่อมต่อการสื่อสารในยุคปัจจุบันได้มากยิ่งขึ้น ด้วยระบบ Infotainment ที่มาพร้อมหน้าจอแบบสัมผัสความละเอียดสูงขนาด 9 นิ้ว ที่สามารถตั้งค่า Home Screen ได้หลายรูปแบบ รองรับการเชื่อมต่อได้ทั้ง Apple CarPlay? แบบไร้สาย และ Android Auto?* ซึ่งสามารถใช้งาน Miracast แบบไร้สายผ่าน Wifi และรองรับการเชื่อมต่อแบบ MirrorLink อีกทั้งยังมีระบบนำทางที่ติดตั้งมาให้พร้อมใช้งานโดยไม่ต้องเชื่อมต่ออินเตอร์เน็ต

 

 

All-New Mazda BT-50 มีให้เลือก 2 เครื่องยนต์

 

เครื่องยนต์ดีเซล ขนาด 3 ลิตร ให้กำลังสูงสุด 190 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 450 นิวตัน-เมตร มาพร้อมระบบหัวฉีดน้ำมันแรงดันสูง 250 MPa ให้ละอองน้ำมันละเอียด และการเผาไหม้ที่สมบูรณ์ ถูกวางอยู่ในรุ่นขับเคลื่อน 4 ล้อ ที่สามารถปรับเปลี่ยนจากการขับเคลื่อนแบบ 2 ล้อ เป็นระบบขับเคลื่อนแบบ 4 ล้อ


เครื่องยนต์ดีเซล ขนาด 1.9 ลิตร ให้กำลังสูงสุด 150 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 350 นิวตัน-เมตร มาพร้อมระบบควบคุมการฉีดน้ำมันเชื้อเพลิงที่ทำงานได้อย่างแม่นยำ ให้แรงบิดสูงตั้งแต่รอบเครื่องยนต์ต่ำ โดดเด่นด้วยอัตราประหยัดน้ำมันที่ดีที่สุดในคลาสกับตัวเลข 16.1 กิโลเมตร/ลิตร* จึงเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ถูกวางอยู่ในรุ่นขับเคลื่อน 2 ล้อ ซึ่งเครื่องยนต์ทั้ง 2 ขนาด รองรับน้ำมันได้ถึง B20

 

ระบบส่งกำลังของ All-New Mazda BT-50 มีให้ 2 ทางเลือก กับเกียร์อัตโนมัติ 6 สปีด ให้อัตราเร่งที่ต่อเนื่อง จังหวะการเปลี่ยนเกียร์นุ่มนวล และสามารถเลือกเปลี่ยนเป็นโหมดแมนนวลได้เพื่อเพิ่มความแม่นยำ ขับสนุก และตอบสนองได้รวดเร็วยิ่งขึ้น อีก 1 ทางเลือกกับเกียร์ธรรมดา 6 สปีด ที่ออกตัวได้แรง ให้กำลังฉุดลากสูงในทุกช่วงความเร็ว เข้าเกียร์ง่ายและแม่นยำยิ่งขึ้น ผสานการทำงานกับระบบขับเคลื่อนที่มี 2 ทางเลือก ทั้งระบบขับเคลื่อน 2 ล้อ และระบบขับเคลื่อน 2 ล้อแบบยกสูง ซึ่งเป็นรุ่น Hi-Racer ตอบโจทย์การขับขี่ได้ทั้งในเมืองและนอกเมือง อีกหนึ่งทางเลือกกับระบบขับเคลื่อน 4 ล้อ รองรับการขับขี่ใบรูปแบบออฟโรดด้วยระบบ Electronic Diff-lock ที่เฟืองท้าย อีกทั้งรุ่น Hi-Racer และรุ่นขับเคลื่อน 4 ล้อ สามารถลุยน้ำได้สูงถึง 800 มิลลิเมตร

 

All-New Mazda BT-50 มีโครงสร้างตัวถังที่ผลิตขึ้นจากเหล็กกล้าที่ทนต่อแรงดึงสูง (High Tensile Steel) แข็งแกร่งกว่าเหล็กธรรมดา ซึ่งจะช่วยเพิ่มความปลอดภัยและลดการสั่นสะเทือนรวมถึงเสียงรบกวนจากภายนอก เพิ่มเสถียรภาพในการขับขี่ด้วยระบบช่วงล่างด้านหน้าแบบอิสระปีกนก 2 ชั้น กับคอยล์สปริงที่ช่วยเพิ่มความนุ่มสบาย ซับแรงกระแทกที่จะเข้าสู่ห้องโดยสาร พร้อมเหล็กกันโคลงหน้าช่วยเพิ่มเสถียรภาพการทรงตัว ชุดแหนบด้านหลังที่เพิ่มความสามารถในการบรรทุก

 

 

 

เพื่อให้ All-New Mazda BT-50 ตอบสนองการใช้งานในทุกรูปแบบ จึงมีให้เลือก 3 รูปแบบตัวถัง ได้แก่ รุ่น Standard Cab (STD) หรือกระบะตอนเดียวที่จะช่วยให้การบรรทุกของหนักเป็นเรื่องง่าย รุ่น Freestyle Cab (FSC) หรือกระบะตอนครึ่งรุ่นแค็ปเปิดได้ที่ตอบรับทุกการใช้งาน และรุ่น Double Cab (DBL) หรือรุ่น 4 ประตู ที่ตอบสนองกับไลฟ์สไตล์ได้หลากหลาย ซึ่งได้ติดตั้งระบบเบรก ABS ระบบกระจายแรงเบรก EBD และระบบช่วยเบรก BA รวมถึงถุงลมนิรภัยคู่หน้าเป็นอุปกรณ์มาตรฐานในทุกรุ่นย่อย ส่งผลให้ All-New Mazda BT-50 มีสมรรถนะการขับขี่และความปลอดภัยสูงตั้งแต่รุ่นเริ่มต้น

 

อีกทั้งในรุ่น Hi-Racer และรุ่นขับเคลื่อน 4 ล้อ มาพร้อมระบบควบคุมเสถียรภาพและการทรงตัวของรถ DSC ระบบป้องกันล้อหมุนฟรีและควบคุมการลื่นไถล TCS ระบบสัญญาณไฟฉุกเฉินเตือนอัตโนมัติเมื่อเบรกกะทันหัน ESS ระบบช่วยการออกตัวของรถขณะอยู่บนทางลาดชัน HLA ระบบควบคุมความเร็วขณะลงทางลาดชัน HDC และติดตั้งถุงลมนิรภัยสูงสุดถึง 6 ตำแหน่ง เพิ่มความมั่นใจในการเข้าจอดด้วยระบบเซ็นเซอร์กะระยะด้านหน้าและด้านหลังรวมสูงสุด 8 ตำแหน่ง พร้อมกล้องมองหลัง

 

สำหรับรุ่น DBL Hi-Racer และรุ่น DBL ขับเคลื่อน 4 ล้อ ใส่เทคโนโลยีความปลอดภัยขั้นสูงของมาสด้ากับระบบเตือนเมื่อมีรถในจุดอับสายตาขณะเปลี่ยนเลน (ABSM) และระบบเตือนเมื่อมีรถในจุดอับสายตาขณะถอยหลัง (RCTA) เพื่อเพิ่มความปลอดภัยให้มากยิ่งขึ้น

 

สีภายนอกมีให้เลือกถึง 6 สี ได้แก่ สีน้ำเงิน กันบลู (Gunblue) สีเทา คอนกรีต เกรย์ (Concrete Gray) สีแดง เรด โวคาโน (Red Volcano) สีดำ ทรู แบล็ก (True Black) สีขาว ไอซ์ ไวท์ (Ice White) และสีเงิน อิงกอท ซิลเวอร์ (Ingot Silver)

 

เพื่อตอบแทนความเชื่อมั่นของลูกค้าที่มีต่อแบรนด์มาสด้า พบกับข้อเสนอสุดพิเศษช่วงเปิดตัวแนะนำกับดอกเบี้ยต่ำสุด 1.99%1 ฟรีประกันภัยชั้นหนึ่ง Mazda Premium Insurance 1 ปี2 ฟรีค่าแรงเช็กระยะ 5 ปี หรือ 100,000 กิโลเมตร3 All-New Mazda BT-50 พร้อมให้ทุกท่านได้ทดลองขับขี่และเปิดรับจองแล้ววันนี้ที่โชว์รูมมาสด้าทั่วประเทศ

 

 

ราคาจำหน่าย All-New Mazda BT-50 ทั้ง 14 รุ่น

ลำดับ รุ่น ราคา
1 STD 1.9 E 553,000 บาท
2 FSC 1.9 C 679,000 บาท
3 FSC 1.9 C Hi-Racer 714,000 บาท
4 FSC 1.9 C Hi-Racer 6 AT 768,000 บาท
5 FSC 1.9 S Hi-Racer 787,000 บาท
6 FSC 1.9 S Hi-Racer 6AT 832,000 บาท
7 DBL 1.9 C 771,000 บาท
8 DBL 1.9 S 847,000 บาท
9 DBL 1.9 S Hi-Racer 891,000 บาท
10 DBL 1.9 S Hi-Racer 6AT 936,000 บาท
11 DBL 1.9 SP Hi-Racer 1,012,000 บาท
12 DBL 1.9 SP Hi-Racer 6AT 1,070,000 บาท
13 DBL 4×4 3.0 SP 1,118,000 บาท
14 DBL 4×4 3.0 SP 6 AT 1,153,000 บาท

ข่าวที่เกี่ยวข้อง