รมว.กต.อาเซียน-สหรัฐฯ หารือสมัยพิเศษ 23 เม.ย. กระชับความร่วมมือสู้ ‘โควิด-19’

รมว.กต.อาเซียน-สหรัฐฯ หารือสมัยพิเศษ 23 เม.ย. กระชับความร่วมมือสู้ ‘โควิด-19’
มติชน
21 เมษายน 2563 ( 17:00 )
28
รมว.กต.อาเซียน-สหรัฐฯ หารือสมัยพิเศษ 23 เม.ย. กระชับความร่วมมือสู้ ‘โควิด-19’

กรมสารนิเทศ กระทรวงการต่างประเทศ ออกข่าวสารนิเทศระบุว่า นายดอน ปรมัตถ์วินัย รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศมีกำหนดเข้าร่วมประชุมรัฐมนตรีต่างประเทศอาเซียน-สหรัฐ สมัยพิเศษ ว่าด้วยโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 หรือโควิด-19 ผ่านระบบการประชุมทางไกล ในวันพฤหัสบดีที่ 23 เมษายน เวลา 08.00 – 10.00 น. ตามเวลาในประเทศไทย โดยรัฐมนตรีกระทรวงการต่างประเทศสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว ในฐานะประเทศผู้ประสานงานความสัมพันธ์อาเซียน-สหรัฐฯ จะเป็นประธานการประชุมร่วมกับนายไมค์ ปอมเปโอ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯ

 

การประชุมรัฐมนตรีต่างประเทศอาเซียน-สหรัฐ สมัยพิเศษ ในครั้งนี้ จะเป็นการยืนยันเจตนารมณ์ร่วมกัน เพื่อเสริมสร้างความร่วมมือที่เป็นรูปธรรมในด้านสถานการณ์สาธารณสุขฉุกเฉินของประเทศสมาชิกอาเซียนและสหรัฐ เพื่อรับมือกับโควิด-19 อย่างทันท่วงที โดยทั้งสองฝ่ายจะเน้นการแลกเปลี่ยนข้อมูลและแนวปฏิบัติที่เป็นเลิศอย่างโปร่งใสและทันท่วงที การเสริมสร้างขีดความสามารถในการตอบสนองต่อภาวะฉุกเฉินทางสาธารณสุขโดยใช้กลไกด้านสาธารณสุขที่อาเซียนมีบทบาทนำ การให้ความช่วยเหลือคนชาติของประเทศสมาชิกอาเซียนรวมถึงไทยและสหรัฐ การรักษาห่วงโซ่อุปทานในภูมิภาค โดยเฉพาะการจัดส่งสินค้าและบริการที่จำเป็น รวมถึงอาหาร ยาและอุปกรณ์การแพทย์ รวมทั้งหารือเกี่ยวกับความร่วมมือเพื่อบรรเทาผลกระทบทางด้านสังคมและเศรษฐกิจร่วมกันและกำหนดแนวทางสำหรับการฟื้นตัว ทางเศรษฐกิจภายหลังสถานการณ์โควิด-19

 

สหรัฐเป็นประเทศหุ้นส่วนยุทธศาสตร์ที่สำคัญของอาเซียน และมีความร่วมมือกับอาเซียนอย่างรอบด้าน รวมถึงด้านสาธารณสุข โดยการประชุมในครั้งนี้จะเป็นโอกาสสำคัญที่จะช่วยขับเคลื่อนความร่วมมือระหว่างกัน เพื่อแก้ไขปัญหาโควิด-19 ที่มีผลกระทบต่อความเป็นอยู่ของประชาชน เศรษฐกิจและความมั่นคง ทั้งในอาเซียนและสหรัฐฯ ทั้งนี้ ภายหลังการประชุม สปป. ลาว และสหรัฐ ในฐานะประธานร่วมของการประชุมจะออกแถลงการณ์ร่วมเพื่อสะท้อนเจตนารมณ์ที่อาเซียนและสหรัฐ จะร่วมมือกันรับมือกับสถานการณ์โควิด-19 รวมถึงข้อริเริ่มและความร่วมมือที่เป็นรูปธรรมของทั้งสองฝ่าย เพื่อเสริมสร้างศักยภาพด้านสาธารณสุขและเตรียมความพร้อมรับมือกับสถานการณ์ฉุกเฉินด้านสาธารณสุขในอนาคตด้วย

ข่าวที่เกี่ยวข้อง