เตือนภัย! ยุคเฝ้าระวังโควิดอย่าปล่อยลูกหลานอยู่ลำพังหลัง 2 ดญ.ตกเป็นเหยื่อกาม

เตือนภัย! ยุคเฝ้าระวังโควิดอย่าปล่อยลูกหลานอยู่ลำพังหลัง 2 ดญ.ตกเป็นเหยื่อกาม
TNN ช่อง16
29 มีนาคม 2563 ( 18:10 )
16
เตือนภัย! ยุคเฝ้าระวังโควิดอย่าปล่อยลูกหลานอยู่ลำพังหลัง 2 ดญ.ตกเป็นเหยื่อกาม

วันที่ 29 มีนาคม 2563 นางปวีณา หงสกุล ประธานมูลนิธิปวีณาหงสกุลเพื่อเด็กและสตรี เปิดเผยว่า ปัจจุบัน ขณะที่ทุกคนเฝ้าระวังกับการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 แล้วยังมีเรื่องที่น่าห่วงและถือเป็นภัยสังคมอย่างร้ายแรงที่ต้องเฝ้าระวังอย่างยิ่งอีกเรื่องหนึ่ง หลังพบคนร้ายอุกอาจบุกเข้าไปในบ้านของเด็กหญิง 2 รายในพื้นที่จ.พระนครศรีอยุธยา และ จ.ปทุมธานี กระทำการล่วงละเมิดทางเพศเด็กหญิง 4 ขวบ กับ 6 ขวบ ขณะที่พ่อแม่ไม่อยู่ก่อนจะหลบหนี 

 


ซึ่งเคส ด.ญ.4 ขวบ สามารถจับคนร้ายได้ในที่เกิดเหตุ แต่เคสของ ด.ญ.6 ขวบคนร้ายยังหลบหนี ซึ่งคนร้ายทั้ง 2 ราย คาดว่าจะเคยก่อเหตุในลักษณะนี้มาหลายครั้งจึงย่ามใจไม่เกรงกลัวกฎหมาย ซึ่งเจ้าหน้าที่ตำรวจอยู่ระหว่างขยายผล ถือเป็นภัยอันตรายยิ่ง จึงขอประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนพลเมืองดีหากพบเบาะแสของคนร้ายที่มีพฤติกรรมดังกล่าวช่วยแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจ หรือแจ้งมายังมูลนิธิปวีณาฯ เพื่อให้เจ้าหน้าที่ตำรวจเร่งจับกุมตัวเพราะเกรงว่าจะไปกระทำกับเด็กคนอื่นๆ อีก 

 

เคสแรกวันเสาร์ที่ 28 มี.ค.63 นายเอก (นามสมมุติ) อายุ 30 ปี ชาว จ.พระนครศรีอยุธยา ร้องทุกข์มายังมูลนิธิปวีณาหงสกุลเพื่อเด็กและสตรี แจ้งว่า ตนและครอบครัวอาศัยอยู่ใน ต.บ้านป้อม อ.พระนครศรีอยุธยา จ.พระนครศรีอยุธยา เย็นวันที่ 27 มี.ค.ที่ผ่านมา ขณะที่นางแวว (นามสมมุติ) อายุ 23 ปี กับด.ญ.เอ๋ (นามสมมุติ) อายุ 4 ขวบ ภรรยาและลูกสาวนั่งเล่นอยู่หลังบ้าน ต่อมามีรถจักรยานยนต์มาจอดที่หน้าบ้านและมีคนร้ายเป็นชายมาเรียกบอกว่ามีจดหมายมาส่ง ภรรยาตนจึงให้ลูกสาววิ่งไปรับ ซึ่งปกติลูกสาวเคยวิ่งไปรับจดหมายแปบเดียวก็วิ่งกลับมา แต่ครั้งนี้หายไปนานประมาณ 5 นาที ภรรยาตนเห็นผิดสังเกตจึงเดินเข้าไปในบ้านพบชายคนร้ายอยู่ในลักษณะที่ถอดกางเกงออกกำลังคร่อมอยู่บนร่างของลูกสาว ด้วยความตกใจสุดขีดภรรยาจึงรีบเข้าไปดึงตัวชายดังกล่าวออกจากตัวลูกพร้อมกับร้องตะโกนขอความช่วยเหลือ ซึ่งเป็นจังหวะที่ตนกลับบ้านมาพอดีจึงรีบเข้าไปจับกุมตัวคนร้ายไว้ก่อนจะแจ้งตำรวจมารับตัวไปดำเนินคดีที่สภ.พระนครศรีอยุธยา 

 

จากนั้นญาติคนร้ายได้มีการติดต่อเข้ามาที่ตนว่าจะเรียกเงินเท่าไหร่ก็ได้ แต่ขออย่าดำเนินคดีกันได้หรือไม่ ซึ่งตนกับภรรยาไม่ยอม ยืนยันจะเอาเรื่องให้ถึงที่สุด เพราะคนร้ายมีพฤติกรรมที่อุกอาจเป็นภัยต่อสังคมอย่างยิ่งซึ่งอาจจะไปก่อเหตุกับเด็กคนอื่นๆ อีกก็ได้ นอกจากนี้ยังเกรงว่าคนร้ายจะมีการประกันตัวออกไปแล้วหลบหนีจึงขอให้มูลนิธิปวีณาฯ ช่วยติดตามคดีให้ความเป็นธรรมด้วย

 

 

นายเอก กล่าวอีกว่า หลังเกิดเหตุ ด.ญ.เอ๋ ลูกสาวตนตกใจมากร้องไห้ตลอดเวลาและยังอยู่ในอาการหวาดผวา นอนหลับก็ยังสะดุ้งตื่นมาร้องกรี๊ดด้วยอาการหวาดกลัว ตนสงสารลูกมากท่ร้องมาเตอเหตุการณ์แบบนี้ไม่รู้ว่าอาการจะดีขึ้นเมื่อไหร่

 

 

หลังรับเรื่อง นางปวีณา หงสกุล ประธานมูลนิธิปวีณาฯ ได้ประสาน พ.ต.อ.ประเวศ ศรีนาค ผกก.สภ.พระนครศรีอยุธยา สอบถามเรื่องคดีดังกล่าว ทางพ.ต.อ.ประเวศ แจ้งว่า ได้ดำเนินคดีกับนายแมน (นามสมมุติ) อายุ 45 ปี ชาว จ.อ่างทอง คนร้ายที่ก่อเหตุ ในข้อหา บุกรุกเคหสถาน และกระทำอนาจารแก่เด็กอายุยังไม่เกินสิบสามปี สอบสวนเบื้องต้นผู้ต้องหาให้การรับสารภาพ  ซึ่งพนักงานสอบสวนได้ควบคุมตัวไปฝากขังที่ศาลจังหวัดพระนครศรีอยุธยาและส่งตัวเข้าเรือนจำพระนครศรีอยุธยาไปแล้ว พร้อมกันนี้นางปวีณายังได้ขอให้ทางพนักงานสอบสวนส่งด.ญ.เอ๋ ไปตรวจร่างกายที่โรงพยาบาลและสอบสหวิชาชีพเพื่อรวบรวมพยานหลักฐานเอาผิดกับผู้ต้องหาตามขั้นตอนกฎหมาย

 

 

 

นางปวีณา กล่าวอีกว่าก่อนหน้านี้ประมาณเดือนเศษก็มี ด.ญ.คนหนึ่งอายุ 6 ขวบ ซึ่งอาศัยอยู่ใน อ.ลาดหลุมแก้ว จ.ปทุมธานี ถูกคนร้ายเข้ามาในบ้านกระทำชำเรา ลักษณะเดียวกับ ด.ญ.เอ๋ แต่คนร้ายหลบหนีไปได้ โดยพ่อแม่แจ้งความไว้ที่ สภ.ลาดหลุมแก้ว และร้องทุกข์ขอให้มูลนิธิปวีณาฯ ช่วยติดตามคดีให้ด้วย นางปวีณา จึงได้ประสาน พ.ต.อ.ปัจพล รอดโพธิ์ทอง ผกก.สภ.ลาดหลุมแก้ว เพื่อขอให้พนักงานสอบสวนพาพ่อแม่และด.ญ.ผู้เสียหายไปชี้ตัวคนร้ายในเรือนจำที่คาดว่าอาจจะเป็นคนเดียวกันกับที่ก่อเหตุ โดยนางปวีณา ได้ประสาน พ.ต.อ.ณรัชต์ เศวตนันทน์ อธิบดีกรมราชทัณฑ์ ขออนุญาตให้พนักงานสอบสวนพาผู้เสียหายไปดูตัวคนร้ายว่าเป็นคนเดียวกันหรือไม่ เนื่องจากเกรงว่าหากผู้ต้องหาได้รับการประกันตัวในวันจันทร์แล้ว หากเป็นคนร้ายรายเดียวกันจะไม่ทันการณ์ ซึ่งพ.ต.อ.ณรัชต์ ได้อนุญาติเป็นกรณีพิเศษ

 

 

วันอาทิตย์ที่ 29 มี.ค.63 เวลา 10.00 น. นางปวีณาได้มอบหมายเจ้าหน้าที่มูลนิธิปวีณาฯ ให้เดินทางไปพร้อมกับผู้เสียหายและพนักงานสอบสวนสภ.ลาดหลุมแก้ว ที่เรือนจำพระนครศรีอยุธยาเพื่อทำการดูตัวคนร้ายว่าเป็นคนเดียวกันหรือไม่ ปรากฏว่าเมื่อเด็กเห็นหน้าผู้ต้องหาก็ยืนยันว่าไม่ใช่คนที่ก่อเหตุ ซึ่งก็เป็นเรื่องที่ชัดเจนและน่ากลัวว่าคนร้ายที่กระทำกับด.ญ.6 ขวบรายนี้ยังลอยนวลอยู่ และเกรงว่าคนร้ายอาจตะไปทำกับเด็กคนอื่นๆ อีกจึงต้องเตือนภัยกันให้ทราบ

 

 

นางปวีณา จึงขอเตือนภัยพ่อแม่ ผู้ปกครองอย่าปล่อยลูกหลานให้อยู่ลำพัง และหากประชาชนพลเมืองดีพบเบาะแสของคนร้ายที่มีพฤติกรรมดังกล่าวช่วยแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.ลาดหลุมแก้ว จ.ปทุมธานี โทร 02 599 1288, 02 599 1298 หรือแจ้งมายังมูลนิธิปวีณาฯ

 

โทร 081 814 0244, 098 478 8991, 062 560 1636 เพื่อช่วยกันขจัดภัยสังคมให้เจ้าหน้าที่ตำรวจเร่งจับกุมตัวดำเนินคดีโดยเร็ว

ข่าวที่เกี่ยวข้อง