ฝนช่วยคลี่คลายฝุ่นเชียงใหม่ ทัศวิสัยตัวเมืองดีขึ้น แต่อากาศยังแย่ติดอันดับโลก

สถานการณ์ฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM2.5 ในพื้นที่ Chiang Mai เริ่มมีสัญญาณดีขึ้น หลังช่วงเย็นที่ผ่านมาเกิดฝนตกในหลายพื้นที่ โดยเฉพาะในเขตอำเภอแม่ริมและตัวเมืองเชียงใหม่ ส่งผลให้ค่าฝุ่นเช้าวันนี้ลดลง และไม่พบค่าฝุ่นเกิน 100 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร อย่างไรก็ตาม เมืองเชียงใหม่ยังคงติดอันดับเมืองที่มีคุณภาพอากาศแย่ที่สุดของโลก อยู่ในอันดับที่ 4
ฝนตก - ลมกระโชกแรง ช่วยลดฝุ่นในตัวเมือง
รายงานระบุว่า เมื่อช่วงเย็นที่ผ่านมา หลายอำเภอของจังหวัดเชียงใหม่ โดยเฉพาะพื้นที่อำเภอแม่ริม มีฝนตกพร้อมลมกระโชกแรงปานกลาง ส่งผลให้ตัวเมืองเชียงใหม่มีฝนตกตามมาเป็นช่วงสั้น ๆ และช่วยพัดพาความชื้นเข้าสู่พื้นที่
หนึ่งในสัญญาณที่สะท้อนว่าสภาพอากาศเริ่มดีขึ้น คือการมองเห็นเครื่องบินที่ขึ้นจาก Chiang Mai International Airport ได้ชัดเจนมากขึ้น โดยเครื่องบินที่ทะยานขึ้นทางทิศเหนือสามารถมองเห็นได้ต่อเนื่อง ต่างจากช่วงก่อนหน้าที่มักเลือนหายไปในหมอกควันภายในเวลาไม่กี่วินาที
ค่าฝุ่นยังเกินมาตรฐานทั้งจังหวัด
ข้อมูลคุณภาพอากาศเวลา 07.00 น. วันที่ 22 เมษายน 2569 จากสำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศผ่านแอปพลิเคชัน “เช็คฝุ่น” ซึ่งติดตามค่าฝุ่น PM2.5 ใน 25 อำเภอของจังหวัดเชียงใหม่ พบว่าทุกพื้นที่ยังคงมีค่าฝุ่นเกินค่ามาตรฐานที่ 37.5 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร
จากการตรวจวัดพบว่า 24 อำเภออยู่ในระดับสีแดง และอีก 1 อำเภออยู่ในระดับสีส้ม โดยมีค่าฝุ่นอยู่ระหว่าง 70.9–91.1 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร พื้นที่ที่มีค่าฝุ่นสูงสุด ได้แก่ อำเภอเวียงแหง วัดได้ 91.1 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร รองลงมาคืออำเภอแม่แจ่ม 90.7 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร และอำเภอกัลยาณิวัฒนา 90.6 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร
ขณะที่อำเภอเมืองเชียงใหม่มีค่าฝุ่น PM2.5 อยู่ที่ 78.2 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร ซึ่งยังคงอยู่ในระดับที่มีผลกระทบต่อสุขภาพ
เชียงใหม่ยังติดอันดับเมืองอากาศแย่ของโลก
ขณะเดียวกัน ข้อมูลดัชนีคุณภาพอากาศแบบเรียลไทม์ช่วงเวลา 06.00–07.00 น. จากเว็บไซต์ IQAir ระบุว่า เขตเทศบาลนครเชียงใหม่มีค่าดัชนีคุณภาพอากาศ (US AQI) อยู่ที่ 170 ส่งผลให้เชียงใหม่ยังติดอันดับเมืองที่มีคุณภาพอากาศแย่ที่สุดของโลกในอันดับที่ 4
แม้ว่าฝนที่ตกลงมาจะช่วยลดค่าฝุ่นได้บางส่วน แต่สถานการณ์หมอกควันในจังหวัดเชียงใหม่ยังคงต้องติดตามอย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะในช่วงฤดูไฟป่าที่ทำให้เกิดจุดความร้อนจำนวนมากในพื้นที่ภาคเหนือและประเทศเพื่อนบ้าน.