"ราคาทอง" จ่อขาลง หากยืนไม่ผ่าน 4,500 ดอลลาร์ MTS GOLD แนะลดมาร์จิ้นเก็งกำไรระยะสั้น

MTS GOLD รายงาบทวิเคราะห์ทิศทางราคาทองคํา โดยระบุว่าราคาทองคําปิดปรับตัวลดลงราว 100 เหรียญ โดยภาพรวมตลาดกลับมาให้นํ้าหนักกับแรงกดดันจาก อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ ที่ปรับตัวสูงขึ้นอย่างชัดเจน
โดยบอนด์ยีลด์อายุ 30 ปี พุ่งขึ้นเหนือระดับ 5% มาอยู่บริเวณ 5.20% ขณะที่บอนด์ยีลด์อายุ 10 ปี อยู่ที่ 4.67% และอายุ 2 ปี อยู่ที่ 4.11% การปรับขึ้นของบอนด์ยีลด์ถือเป็นปัจจัยกดดัน สําคัญต่อราคาทองคํา เนื่องจากทําให้นักลงทุนบางส่วนหันไปถือพันธบัตรมากขึ้น
ขณะที่ตลาดยังเผชิญแรงกดดันจาก สงคราม เงินเฟ้อสูง และอัตราผลตอบแทนพันธบัตรที่ปรับขึ้นต่อเนื่อง วิเคราะห์ว่า หากราคาทองคํายังเคลื่อนไหวตํ่ากว่า 4,500 เหรียญ ตลอดทั้งวัน อาจเป็นสัญญาณเชิงลบต่อภาพระยะสั้น และอาจเริ่มกดดันภาพระยะกลางให้กลับเข้าสู่แนวโน้ม ขาลงมากขึ้นดังนั้นต้องจับตาระดับ 4,500 เหรียญ อย่างใกล้ชิด หากหลุดลงมาอย่างชัดเจน มีโอกาสที่ราคาจะไหลลงต่อได้
ขณะเดียวกัน ราคานํ้ามันยังคงทรงตัวในระดับสูง โดย Brent เช้านี้อยู่บริเวณ 110 เหรียญ แม้จะปรับลดลงเพียงเล็กน้อย แต่ยังคงเป็นปัจจัยกดดันเงินเฟ้อ และอาจทําให้ราคาทองคําเผชิญแรงกดดันต่อเนื่อง หากราคานํ้ามันยังไม่สามารถปรับตัวลงได้ภายในเดือนนี้
ด้านสถานการณ์ ช่องแคบฮอร์มุซ ยังคงมีความไม่ชัดเจน แม้ภาพรวมยังไม่เห็นสัญญาณว่าทั้งสองฝ่ายต้องการยกระดับสู่สงครามเต็มรูปแบบ แต่เงื่อนไขการเจรจายังมีความซับซ้อน และการเปิดช่องแคบยังไม่สามารถหาข้อสรุปได้ง่าย
ด้านตลาดการเงิน ดัชนีดอลลาร์ กลับมาแข็งค่าบริเวณ 99.4 จุด จากแรงหนุนของภาวะความไม่แน่นอนและทิศทางบอนด์ยีลด์ที่ปรับตัวสูงขึ้น ขณะที่ค่าเงินบาทอ่อนค่ามาที่ระดับ 32.70 บ. ส่งผลให้ราคาทองคําไทยเริ่มหลุดระดับ 70,000 บาท ลงมาเคลื่อนไหวบริเวณ 69,200 บาท ซึ่งถือเป็นระดับที่ต้องติดตามอย่างใกล้ชิด
ด้านกองทุนทองคํา SPDR วันก่อนหน้าขายออก2.00 ตัน โดยภาพรวมเดือนพฤษภาคมขายสุทธิ 2.33 ตัน สะท้อนว่านักลงทุนสถาบันบางส่วนยังลดนํ้าหนักการถือครองทองคําในระยะสั้น ท่ามกลางแรงกดดันจากดอลลาร์แข็งค่าและบอนด์ยีลด์ที่อยู่ในระดับสูง
วิเคราะห์ราคาทองคําทางเทคนิค ราคาทองคําร่วงลงไปบริเวณ 4,460 เหรียญ ในช่วงเช้าวันนี้ ก่อนทรงตัวบริเวณ 4,480 เหรียญ โดยราคาทองคํายังคงอยู่ในแนวโน้มขาลงระยะสั้น และกําลังกลับลงมาทดสอบจุดตํ่าเดิมบริเวณ 4,480 เหรียญ ซึ่งเป็นระดับที่เคยเกิดขึ้นในช่วง 2 วันที่ผ่านมา หากราคาหลุดระดับดังกล่าวลงมา แนวรับถัดไปจะอยู่บริเวณ 4,440 เหรียญ และ 4,360 เหรียญ ตามลําดับ
ภาพรวมระยะสั้นยังถูกกดดันจากทั้ง ดัชนีดอลลาร์ที่แข็งค่า, บอนด์ยีลด์ที่ปรับตัวสูงขึ้น และความกังวลด้านเงินเฟ้อจากราคานํ้ามันที่ยังอยู่ในระดับสูง กลยุทธ์การลงทุน แนะนําให้เน้นบริหารความเสี่ยง ลดการใช้มาร์จิ้นสูง และลดสถานะเก็งกําไรระยะสั้นบางส่วน ขณะที่นักลงทุนระยะยาวสามารถทยอยสะสมได้เป็นรอบ โดยใช้เงินเย็นและแบ่งไม้เข้าซื้ออย่างระมัดระวัง
ประเมินกรอบระยะสั้นของ ราคาทองคําตลาดโลก (Gold Spot) แนวรับอยู่ที่บริเวณ 4,450 – 4,400 เหรียญ ขณะที่แนวต้านอยู่ที่ระดับ 4,520 – 4,570 เหรียญ ส่วน ทองคําในประเทศ (Thai Gold) แนวรับอยู่ที่ระดับ 68,500 บาท และแนวต้านอยู่ที่ระดับ 69,800 บาท
Tag
ยอดนิยมในตอนนี้
