รีเซต

ลูกหลานบ่นเน็ตมือถือช้า หวังติดเน็ตบ้านให้เรียนออนไลน์ อดีต พนง.บริษัทโทรคมนาคมหลอก สูญเงินฟรี

ลูกหลานบ่นเน็ตมือถือช้า หวังติดเน็ตบ้านให้เรียนออนไลน์ อดีต พนง.บริษัทโทรคมนาคมหลอก สูญเงินฟรี
มติชน
14 มกราคม 2565 ( 16:27 )
58
ลูกหลานบ่นเน็ตมือถือช้า หวังติดเน็ตบ้านให้เรียนออนไลน์ อดีต พนง.บริษัทโทรคมนาคมหลอก สูญเงินฟรี

ลูกหลานบ่นเน็ตมือถือช้า เรียนออนไลน์ไม่ได้ ยอมจ่ายเงินติดเน็ตบ้านเพื่อให้ได้เรียนสะดวก ถูกพนักงานบริษัทหลอกสูญเงินฟรี แถมตำรวจไม่รับแจ้งความ

 

เมื่อวันที่ 14 มกราคม ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายสุพศิน สุโภภาค อายุ 36 ปี พร้อมด้วย นางบุบผา แก่นกอ อายุ 56 ปี และ น.ส.สิริพร ขุนตาแสง อายุ 34 ปี ชาว อ.วารินชำราบ จ.อุบลราชธานี เข้าแจ้งความร้องทุกข์กับ ร.ต.อ.วิรุฬห์ กลางคำ รองสารวัตร (สอบสวน) สภ.วารินชำราบ จ.อุบลราชธานี ว่าถูก นายพินิจ สิงห์แจ่ม อายุ 48 ปี ชาว ต.โนนค้อ อ.โนนคูณ จ.ศรีสะเกษ อ้างว่าทำงานเป็นเซลส์ของบริษัทโทรคมนาคม รับติดตั้งอินเตอร์เน็ตบ้าน พร้อมซิม โดยหลอกลวงให้จ่ายเงินค่าติดตั้งให้ แต่มาทราบภายหลังว่านายพินิจได้พ้นสภาพพนักงานไปแล้ว ได้ก่อเหตุในลักษณะเดียวกันหลายครั้งในหลายพื้นที่ จึงขอให้เจ้าหน้าที่ตำรวจติดตามตัวมาดำเนินคดีตามกฎหมายจนกว่าคดีจะถึงที่สุด

 

จากการสอบสวนนายสุพศินให้การว่า ถูกนายนายพินิจหลอกลวง อ้างว่าทำงานเป็นเซลส์ของบริษัทโทรคมนาคมมาติดตั้งระบบอินเตอร์เน็ตบ้าน พร้อมซิม หากสนใจให้โอนเงินค่ามัดจำกล่องอินเตอร์เน็ต 799 บาท จะได้คืนในวันที่ติดตั้ง จึงโอนเงินให้ จากนั้นนายพินิจแจ้งว่าผู้แจ้งมียอดที่ค้างชำระ จำนวน 699 บาท กับบริษัทโทรคมนาคม ต้องโอนเงินไปจึงจะปิดยอดค้างชำระให้ ผู้แจ้งหลงเชื่อว่านายพินิจเป็นเซลส์จริงจึงโอนเงินจำนวนดังกล่าวไปให้ผ่านแอพพ์ธนาคารกสิกรไทย โอนเข้าบัญชีออมสินของนายพินิจ วันที่ 26 ธันวาคม 2564 ต่อมานายพินิจแจ้งว่าต้องมีค่าสายไฟอีก 675 บาท บอกว่าจะคืนในวันติดตั้ง และต้องโอนเพิ่มอีก 528 บาท จึงโอนให้อีก รวมเป็นเงินทั้งหมด 2,701 บาท

 

นายสุพศินให้การอีกว่า เมื่อถึงวันติดตั้งนายพินิจไม่มาตามนัด และขอเลื่อนติดตั้ง อ้างว่าตรวจโควิด-19 ไม่ผ่าน จึงได้ไปติดต่อที่บริษัทต้นสังกัด จึงทราบว่านายพินิจพ้นสภาพการเป็นพนักงานไปแล้ว และได้ก่อเหตุแบบนี้หลายครั้งในพื้นที่ อ.วารินชำราบ และ อ.เมืองอุบลราชธานี

ด้าน นางบุบผาและ น.ส.สิริพร พนักงานสอบสวนไม่รับแจ้งความ อ้างว่าทั้ง 2 คนไม่มีหลักฐานการโอนเงิน หรือชำระเงินให้กับนายพินิจ จึงต้องเสียเงินคนละ 1,200 บาทฟรีๆ

 

จากการสอบถามนางบุบผาเล่าว่า หลานเรียนอยู่ชั้น ม.3 อีกคนเรียนอยู่ชั้น ป.6 ส่วน น.ส.สิริพร ซึ่งเป็นลูกของนางบุบผา ปลูกบ้านอยู่ในบริเวณเดียวกัน มีลูกเรียนอยู่ชั้น ป.6 และชั้น ม.1 ทั้งหมดบุตรหลานได้มาบ่นให้ฟังว่ามีปัญหามากจากการเรียนออนไลน์ เนื่องจากเน็ตมือถือที่ใช้เรียนช้ามาก ด้วยความเป็นห่วงกังวลว่าลูกหลานจะเรียนไม่ทันเพื่อน พอดีมีนายพินิจอ้างว่าเป็นเซลส์ของบริษัทโทรคมนาคมรับติดตั้งอินเตอร์เน็ตบ้าน พร้อมซิม จึงได้ให้ติดตั้งอินเตอร์เน็ตเน็ตที่บ้านให้ทั้ง 2 หลัง เสียเงินไปคนละ 1,200 บาท และมาทราบภายหลังว่าถูกหลอก จึงเดินทางมาแจ้งความกับเจ้าหน้าที่ตำรวจเพื่อดำเนินคดีกับนายพินิจ

 

ทั้งนี้ เมื่อเจ้าหน้าที่ตำรวจถามหาหลักฐานในการจ่ายเงิน ได้แจ้งว่าจ่ายเป็นเงินสดและโอน แต่ไม่ได้เก็บหลักฐานไว้ เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงไม่รับแจ้งความ

ข่าวที่เกี่ยวข้อง