'คำรณวิทย์' เข้ารับทราบข้อกล่าวหา เหตุ 'ชาญ พวงเพ็ชร์' ร้อง กกต.ปทุมธานี ร้องนโยบายหลอกลวง ปชช.

'คำรณวิทย์' เข้ารับทราบข้อกล่าวหา เหตุ 'ชาญ พวงเพ็ชร์' ร้อง กกต.ปทุมธานี ร้องนโยบายหลอกลวง ปชช.
มติชน
25 มกราคม 2564 ( 13:38 )
26
'คำรณวิทย์' เข้ารับทราบข้อกล่าวหา เหตุ 'ชาญ พวงเพ็ชร์' ร้อง กกต.ปทุมธานี ร้องนโยบายหลอกลวง ปชช.

เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 25 มกราคม ที่สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้งประจำจังหวัดปทุมธานี ตำบลบ้านฉาง อำเภอเมือง จังหวัดปทุมธานี พล.ต.ท.คำรณวิทย์ ธูปกระจ่าง หัวหน้าทีมครอบครัวคนรักปทุม เดินทางมารับทราบข้อกล่าวหา กระทำผิด พ.ร.บ.การเลือกตั้งสมาชิกสภาท้องถิ่นหรือผู้บริหารท้องถิ่น มาตรา 65 วรรคหนึ่ง (5) และวรรคสอง ในการปราศรัยหาเสียงเลือกตั้งเมื่อวันที่ 13 ธ.ค. 2563 และนโยบายที่ใช้หาเสียงเลือกตั้งเป็นการหลอกลวงประชาชน อยู่นอกอำนาจหน้าที่ของ อบจ. และไม่สามารถดำเนินการได้

 

จากการสอบถาม ดร.สุชัญญา วิมุกตายน ผู้อำนวยการสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้งประจำจังหวัดปทุมธานี กล่าวว่า เนื่องจากนายชาญ พวงเพ็ชร์ ผู้สมัครนายก อบจ.ปทุมธานี หมายเลข 1 กลุ่มปทุมรักไทย ได้มอบให้นายไพศาล กล่ำสนอง ผู้สมัคร ส.อบจ. เขตเลือกตั้งที่ 1 อำเภอเมือง เป็นตัวแทนกลุ่มปทุมรักไทย ไปยื่นคำร้องคัดค้านการเลือกตั้งนายก อบจ.ปทุมธานี และ ส.อบจ.ปทุมธานี เมื่อวันที่ 20 ธ.ค. 2563 และได้เป็นไปตามที่คณะกรรมการสืบสวนไต่สวนในหัวข้อที่เคยที่มีนำเสนอข่าวไปแล้ว ซึ่งวันนี้ได้เรียบผู้ถูกกล่าวหามารับทราบ ซึ่งเป็นขั้นตอนในการสืบสวนไต่สวน รวมถึงให้ผู้ถูกร้องได้ชี้แจง พร้อมกับแสดงหลักฐานที่จะมาหักล้างในส่วนที่ผู้ร้องเรียน

 

เบื้องต้น พล.ต.ท.คำรณวิทย์ ได้มารับทราบแล้ว และขอเวลารวบรวมพยานหลักฐานอีก 15 วัน ตั้งแต่วันนี้จนถึงวันที่ 9 กุมภาพันธ์ 2564

 

 

พล.ต.ท.คำรณวิทย์กล่าวว่า ตนเข้าในทางคณะกรรมการสอบสวนไต่สวนฯ เมื่อท่านรับเรื่องร้องเรียนแล้วก็ต้องเชิญเรามารับทราบข้อกล่าวหา ซึ่งประเด็นต่างๆ ที่มีผู้ร้องเรียนนั้นมีไม่มาก แต่พยานหลักฐานที่เราจะนำมาอ้างอิงนั้นเยอะ จึงได้ขอขยายเวลาในการนำพยานหลักฐานมา เช่น อย่างที่ผมพูดว่า เมื่อปทุมธานีเป็นเมืองต้นน้ำประปา คนกรุงเทพฯใช้น้ำจากปทุมธานี แต่คนปทุมฯถึงใช้น้ำเหลืองบ้าง บางหมู่บ้านน้ำไหลบ้างไม่ไหลบ้าง ก็ต้องนำพยานหลักฐาน เนื่องจากผู้ร้องได้ร้องว่าน้ำประปาไม่ใช่หน้าที่ของ อบจ. เป็นหน้าที่ของการประปาส่วนภูมิภาค ก็ต้องไปหาพยานมาว่าชาวบ้านเขาเดือดร้อน อบจ.มีหน้าที่อย่างไร ประสานงานอย่างไร

 

พล.ต.ท.คำรณวิทย์กล่าวว่า ส่วนนโยบายแก้ปัญหารถติด ด้วยรถไฟฟ้าโมโนเรลเป็นการใช้งบประมาณเกินกว่าที่ อบจ.ปทุมธานี หากดำเนินการต้องใช้งบประมาณหลายหมื่นล้านบาท ไม่สามารถดำเนินการได้ ซึ่งผู้ร้องเขาไม่ทราบว่าตนได้หารือกับผู้ชำนาญและมีความรู้ อยากจะทำจังหวัดปทุมธานีให้เหมือนกับจังหวัดขอนแก่นและเชียงใหม่ ก็ต้องพาพยานเหล่านี้เพื่อมาสอบ

 

พล.ต.ท.คำรณวิทย์กล่าวว่า การดูแลผู้พิการก็ไม่ใช้หน้าที่ของ อบจ. เป็นหน้าที่ของกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) และมีนโยบายกำจัดผักตบชวาแม่น้ำเจ้าพระยา เนื่องจากแม่น้ำเจ้าพระยาอยู่ในความดูแลของกรมเจ้าท่า อบจ.ไม่สามารถดำเนินการได้ รวมถึงนโยบายด้านการกีฬา จัดสร้างสนามฟุตบอล มาตรฐานระดับฟีฟ่า และจัดตั้งทีมฟุตบอลปทุมธานี เอฟซี เพื่อส่งแข่งขันในลีกสูงสุดของอาชีพ ไม่ใช่อำนาจหน้าที่ของ อบจ.ปทุมธานี งบ อบจ.ไม่พอ

 

“เมื่อข้อร้องเรียนมีแบบนี้แล้ว อบจ.มีไว้ทำอะไรบ้าง ซึ่งเขาไม่ทราบว่านโยบายเราได้เตรียมไว้นานแล้ว เมื่อเราได้เข้าไปทำงานเพียงปีเดียว เราทำแน่นอน ต้องขอบคุณทางคณะกรรมการ กกต.ปทุมธานี ที่เห็นใจว่าจะมีพยานมาเยอะจริงๆ ได้ขยายเวลาไปอีก 15 วัน

 

“ผมไม่อยากให้ยื้อเวลานาน ผมอยากให้ กกต.ตัดสินเลยว่าใครแพ้ ใครชนะ ผมถึงไม่ได้ร้องเรียนฝ่ายตรงข้ามเลย จะเห็นว่ามี กกต.รับรอง ส.จ.มาแล้วจำนวน 10 กว่าคน ซึ่งเป็นทีมของเบอร์ 1 ทั้งหมด กกต.จึงได้ประกาศรับรองไปแล้ว ส่วนทีมผม ส.จ.20 กว่าคนถูกร้องเรียนทั้งหมด รวมถึงผู้สมัครอิสระ ที่ได้เบอร์ 2 เหมือนทีมคนรักปทุมก็ถูกร้องไปด้วย” พล.ต.ท.คำรณวิทย์กล่าว

 

 

ด้านนายอดิศร เพียงเกษ สมาชิกพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า ส่วนตัวไม่มีความหนักใจ และมีความเคารพในการตัดสินใจของพี่น้องชาวจังหวัดปทุมธานี ทั้งนี้ ตนได้ขึ้นปราศรัยตามทัศนคตินักประชาธิปไตย คิดว่าคำปราศรัยของตนมไม่ได้พาดพิงถึงใครทั้งสิ้น เป็นคำปราศรัยที่สุจริต เข้าใจผู้ที่ร้องเรียน แพ้เป็นพระ ชนะเป็นเจ้าอาวาส ทำตัวดีๆ อาจจะได้กลับเข้ามาอีก

 

ส่วนนายสุทิน สุวรรณประทีป อายุ 71 ปี ชาวบ้าน อำเภอธัญบุรี กล่าวว่า เมื่อเลือกตั้งจบแล้ว ในฐานะประชาชนก็เฝ้าติดตามเมื่อเลือกตั้งแล้วได้มีการเปลี่ยน ซึ่งจังหวัดปทุมธานีไม่มีการเปลี่ยนแปลงความเป็นอยู่ที่ดีของประชาชนมาเป็นเวลา 10 ปี แล้ว

 

นายสุทินกล่าวว่า ปทุมธานีอยู่ใกล้กรุงเทพฯ แต่จังหวัดปทุมธานีกลับล้าหลัง ล้าสมัย จังหวัดในภาคอีสานบางจังหวัดยังดีกว่าปทุมธานี ถนนหนทางไม่ดี รถติดมหาศาล ที่ผ่านมาไม่มีการพัฒนาเลย เมื่อเลือกตั้งเสร็จแล้วก็สมใจประชาชนในพื้นที่ที่จะได้เห็นการเปลี่ยนแปลง แต่ก็ไม่เข้าใจว่ากฎหมาย กกต.ว่าได้กำหนดอะไรกันว่าได้ร้องเรียนในสิ่งที่ไม่รู้ว่าร้องอะไร

 

“ผลการเลือกตั้งแพ้ชนะก็ห่างกันกว่า 30,000 คะแนน ในส่วนของการโกงการเลือกตั้งไม่น่าจะมี แต่ที่ผ่านมา กกต.ก็ยังไม่ประกาศ เราประชาชนจึงได้มาติดตามว่าเป็นอะไรกัน เราอยากเห็นปทุมธานีเปลี่ยนแปลงโดยเร็ว” นายสุทินกล่าว

ข่าวที่เกี่ยวข้อง