ทภ.2 แจงเหตุระเบิดช่องกร่าง คาดทหารกัมพูชา "เหยียบกับระเบิด" เอง

ชี้แจงกรณีเสียงระเบิดบริเวณพื้นที่ตรงข้ามช่องกร่าง อำเภอพนมดงรัก จังหวัดสุรินทร์
กองทัพภาคที่ 2 ขอชี้แจงกรณีที่ปรากฏการเผยแพร่ข่าวสารผ่านสื่อสังคมออนไลน์ของฝ่ายกัมพูชาโดยกล่าวอ้างว่าทหารไทยได้ขว้างระเบิดเข้าไปยังที่ตั้งของกำลังฝ่ายกัมพูชา จนเป็นเหตุให้กำลังพลได้รับบาดเจ็บ จำนวน 3 นาย เมื่อวันที่ 5 กรกฎาคม 2569 ดังนี้
จากการตรวจสอบข้อเท็จจริงของหน่วยทหารในพื้นที่พบว่า ในห้วงเวลาประมาณ 12.45 นาฬิกา หน่วยทหารไทยได้ยินเสียงระเบิดดังขึ้น ซึ่งเป็นพื้นที่ที่อยู่ภายใต้การควบคุมของฝ่ายกัมพูชา และอยู่นอกแนวรั้วลวดหนามของฝ่ายไทย
บาดแผลสอดคล้องเขมรเหยียบกับระเบิดตัวเอง
โดยฝ่ายไทยไม่ได้มีการดำเนินการหรือปฏิบัติการใดๆ ในพื้นที่ดังกล่าว และไม่มีการสูญเสียกำลังพลหรือความเสียหายต่อยุทโธปกรณ์ของฝ่ายไทยแต่อย่างใด ภายหลังเกิดเหตุ ได้มีการเผยแพร่ภาพผู้ได้รับบาดเจ็บของฝ่ายกัมพูชา จำนวน 3 นาย
จากการพิจารณาลักษณะบาดแผลเบื้องต้นพบว่า ผู้ได้รับบาดเจ็บรายที่มีอาการหนัก มีบาดแผลบริเวณฝ่าเท้าข้างซ้าย หน้าแข้ง และใบหน้า ส่วนผู้ได้รับบาดเจ็บอีก 2 นาย มีบาดแผลบริเวณแข้งขาเป็นหลัก ลักษณะดังกล่าวเป็นการบาดเจ็บที่กระจุกตัวบริเวณเท้าและขา ซึ่งมีความสอดคล้องกับการได้รับผลกระทบจากการเหยียบกับระเบิด มากกว่าการได้รับบาดเจ็บจากระเบิดขว้าง
เนื่องจากหากเป็นการระเบิดของระเบิดขว้าง โดยทั่วไปจะพบการกระจายของสะเก็ดระเบิดและบาดแผลในหลายตำแหน่งทั่วร่างกาย และอาจจะมีความรุนแรงมากกว่า ซึ่งไม่สอดคล้องกับลักษณะบาดแผลที่ปรากฏในภาพข่าว
กองทัพภาคที่ 2 ขอเรียนยืนยันว่า จากข้อมูลและข้อเท็จจริงที่ได้รับการตรวจสอบในเบื้องต้น ยังไม่ปรากฏพยานหลักฐานที่บ่งชี้ว่ากำลังพลฝ่ายไทยได้ใช้กำลังหรือขว้างระเบิดเข้าไปยังพื้นที่ของฝ่ายกัมพูชาตามที่มีการกล่าวอ้าง
ทั้งนี้ เหตุระเบิดเกิดขึ้นในพื้นที่ที่อยู่ภายใต้การควบคุมของฝ่ายกัมพูชา ซึ่งฝ่ายไทยไม่ได้เข้าไปดำเนินการใด ๆ ในพื้นที่ดังกล่าว โดยกองทัพภาคที่ 2 ยังคงยึดมั่นในการปฏิบัติหน้าที่ด้วยความอดทน อดกลั้น และเคารพต่อข้อตกลงที่เกี่ยวข้องตามแนวชายแดน
พร้อมดำเนินทุกภารกิจด้วยความรอบคอบและระมัดระวัง เพื่อรักษาความสงบเรียบร้อย ความมั่นคง และความสัมพันธ์อันดีบริเวณชายแดน ตลอดจนพร้อมให้ความร่วมมือในการตรวจสอบข้อเท็จจริงผ่านกลไกที่มีอยู่ หากมีข้อมูลหรือพยานหลักฐานเพิ่มเติมต่อไป
Tag
ยอดนิยมในตอนนี้
