นายก! อุดช่องโหว่ธุรกรรมทอง สินทรัพย์ดิจิทัล สกัดทุนเทา-ฟอกเงิน

นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรมว.มหาดไทย เปิดเผยภายหลังเป็นประธานการประชุมการเชื่อมโยงข้อมูลทางการเงิน เพื่อยกระดับการติดตามตรวจสอบธุรกรรมทางการเงินต้องสงสัย (Data Bureau) ว่า ที่ประชุมได้ขอให้ทุกหน่วยงานที่เกี่ยข้อง ร่วมมือกันยกระดับการจัดเก็บฐานข้อมูลธุรกรรมต่าง ๆ โดยเชื่อมโยงข้อมูลเข้าสู่ Data Hub เพื่อให้สามารถช่วยในเรื่องการติดตามธุรกรรมทางการเงินได้
อย่างไรก็ดี ในส่วนของทองคำนั้น พบว่ายังมีข้อจำกัดในการจัดเก็บข้อมูลการทำธุรกรรม จึงได้สั่งการใน 3 ข้อ ดังนี้
1. ขอให้สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) เป็นศูนย์กลางในการรวบรวมข้อมูล ในฐานะหน่วยงานกำหนดหลักเกณฑ์ และวางมาตรการป้องกันปราบปรามการฟอกเงินของผู้ค้าทองคำ และพิจารณายกระดับหลักเกณฑ์ และแนวปฏิบัติให้เข้มข้นมากขึ้น เช่น การปรับลดวงเงินของร้านค้าทองคำที่ต้องมารายงานต่อ ปปง.หรือกรมสรรพากร ตั้งแต่ 2 ล้านบาทขึ้นไป โดยขอให้พิจารณาว่าจะสามารถปรับลดลงมาได้เป็นจำนวนเท่าไร และทำเป็นแบบขั้นบันได
2. กรณีทองคำที่ซื้อขายผ่านแพลตฟอร์มออนไลน์นั้น ขอให้ปรับปรุงประกาศกระทรวงการคลัง ที่ควบคุมการแลกเปลี่ยนเงินที่กำหนดการซื้อขายทองคำโดยที่ไม่มีการส่งทองคำจริง จะต้องมีการกำหนดหลักเกณฑ์ และเงื่อนไข เพื่อให้กรมสรรพากรพิจารณากำหนดจัดทำบัญชีพิเศษ โดยให้ผู้บริการซื้อขายทองคำออนไลน์ นำส่งข้อมูลธุรกรรมการซื้อขายทองคำดังกล่าวให้กรมสรรพากร และกรมสรรพากรไปศึกษาแนวทางการกำหนดภาษีธุรกิจเฉพาะสำหรับผู้ประกอบธุรกิจซื้อขายทองคำ ร่วมกับธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ต่อไป
3. กรณีสินทรัพย์ดิจิทัล ขอให้สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) พิจารณากำหนดการใช้หลักการ "Travel Rule" เพื่อให้ผู้ให้บริการสินทรัพย์ดิจิทัลทุกราย รวบรวมธุรกรรมข้อมูลซื้อขายระหว่างกระเป๋าของบุคคลที่สร้างขึ้น กับแพลตฟอร์มผู้ให้บริการสินทรัพย์ดิจิทัลวอลเล็ตต่าง ๆ เพื่อให้สามารถตรวจสอบข้อมูลผู้รับโอนได้
เป้าหมายสุดท้าย ของข้อมูลธุรกรรมการเงินเหล่านี้ เราจะทำให้มีการจัดเก็บได้อย่างครบถ้วนและมีคุณภาพ และเชื่อมโยงเข้าด้วยกัน เพื่อติดตามตรวจสอบพฤติกรรม และเส้นทางการดำเนินธุรกรรมได้อย่างมีประสิทธิภาพและทันท่วงที รวมทั้งเป็นหลักเกณฑ์การจัดส่ง และกำหนดวงเงินการทำธุรกรรมตามระดับความเสี่ยงของไฟล์ลิ่งด้วย
"ขอให้ทุกส่วนราชการ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องประสานการทำงานแบบบูรณาการในทุกระดับ และร่วมกันเพื่อความเป็นเอกภาพ เพื่อให้เป็นกลไกสำคัญในการป้องกัน และการแก้ไขปัญหาด้านการป้องกันอาชญากรรมทางเทคโนโลยีและการฟอกเงิน ซึ่งพวกเราทุกคนต้องให้ความร่วมมืออย่างเต็มที่ เพื่อให้ภารกิจนี้ลุล่วงไปได้" นายกรัฐมนตรี และรมว.มหาดไทย ระบุ
นายกรัฐมนตรี มั่นใจว่าสิ่งที่ได้ประชุมร่วมกันในวันนี้ จะนำไปปฏิบัติและดำเนินการอย่างรวดเร็ว เพื่อปกป้องผลประโยชน์พี่น้องประชาชน และสกัดกั้น ปราบปรามอาชญากรรมทางการเงินทุกรูปแบบ ซึ่งไม่เฉพาะรูปแบบดิจิทัลเท่านั้น แต่รวมถึงรูปแบบอนาล็อกที่ถูกหยิบยกขึ้นมาให้ทุกฝ่ายระมัดระวัง เพื่อสร้างความเชื่อมั่นต่อสถานะของประเทศไทยในทุกมิติ
Tag
ยอดนิยมในตอนนี้
