ZIGAพุ่งเป้าขยายฐานB2C ใส่เกียร์เปิดสาขาใหม่เท่าตัว

ZIGAพุ่งเป้าขยายฐานB2C ใส่เกียร์เปิดสาขาใหม่เท่าตัว
ทันหุ้น
8 เมษายน 2564 ( 09:00 )
10
ZIGAพุ่งเป้าขยายฐานB2C ใส่เกียร์เปิดสาขาใหม่เท่าตัว

ทันหุ้น – ZIGA เดินหน้าขยายฐานลูกค้า B2C พร้อมเร่งเพิ่มช่องทางขายออนไลน์เต็มรูปแบบ ส่งสัญญาณทิศทางธุรกิจก่อสร้างฟื้นตัว หนุนความต้องการเหล็กเพิ่มขึ้น เตรียมผุดสาขาใหม่แตะ 120 สาขาจากปัจจุบัน 60 สาขา ในปี 65 ทั้งรูปแบบแฟรนไชส์และเปิดสาขาเอง

 

นางวราลักษณ์ งามจิตรเจริญ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ซิก้า อินโนเวชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ ZIGA ผู้ประกอบธุรกิจผลิตและจำหน่ายเหล็กโครงสร้างประเภท Pre-zinc ภายใต้ตราสินค้า "ZIGA" และท่อเหล็กร้อยสายไฟประเภท Pre-zinc ภายใต้ตราสินค้า "DAIWA" เปิดเผยว่า สำหรับแนวโน้มผลการดำเนินงานในช่วงไตรมาส 1/2564 หากเป็นไปตามคาดที่การณ์ไว้ บริษัทจะมีการเติบโตที่ดี สำหรับภาพรวมธุรกิจในปี 2564 จะเดินหน้าตามแผนการขยายลูกค้ารูปแบบ B2C จากเดิมที่มีตลาดหลักในกลุ่ม B2B ซึ่งจะเป็นการขยายไปยังกลุ่มอื่นนอกเหนือจากกลุ่มผู้รับเหมา ด้วยการเพิ่มช่องทางการจำหน่ายสินค้าผ่านออนไลน์มากขึ้น

 

ขยายออนไลน์

 

ทั้งนี้บริษัทได้นำสินค้าเข้าสู่ช่องทางออนไลน์มากขึ้น ซึ่งเป็นการเตรียมความพร้อมตั้งแต่ก่อนโควิด-19 หลังจากที่เกิดสถานการณ์โควิด-19 ทำให้เป็นตัวเร่งให้ลูกค้าทางฝั่ง B2B เข้ามาสู่ B2C มากขึ้น เพราะฉะนั้นช่องทางการขายออนไลน์ของบริษัทมีอัตราการเติบโตเป็นอย่างมากในช่วงที่ผ่านมา

 

สำหรับแนวโน้มอุตสาหกรรม การก่อสร้างในปีนี้เชื่อว่าจะมีทิศทางฟื้นตัวขึ้น โดยอุตสาหกรรมการก่อสร้างจะขยายตัว 4.5-5% จากปัจจัยการลงทุนด้านโครงสร้างพื้นฐานของรัฐบาล ซึ่งในปี 2564 คาดว่าจะมีความต้องการเหล็ก ประมาณ 17.5 ล้านตัน ซึ่งบริษัทมีโอกาสเติบโตได้อีกมาก ส่วนการขายจะเน้นในด้านของ B2B-Whole sale และ Modern trade ซึ่งในปีที่ผ่านมาบริษัทได้ขยายเข้าไปกับกลุ่มธุรกิจ Retail outlet โดยร่วมมือกับ “ไดนาสตี้ ไทล์ท็อป” เป็นการเข้าไปเปิดสาขา

 

อย่างไรก็ตามคาดว่าการจับมือกับพันธมิตร จะช่วยเพิ่มศักยภาพในการขยายเอ้าท์เลทเอง สำหรับทางด้านธุรกิจออนไลน์ที่มีการเติบโตอยู่แล้ว กระบวนการข้างต้นจะสามารถทำอัตรากำไรขั้นต้นให้มีการเติบโตได้เป็นอย่างดีในปี 2564

 

รุกขยายสาขา

 

สำหรับกลยุทธ์การลงทุนในปีนี้ จะมีการสร้างฐานลูกค้า และติดต่อกับผู้คนมากขึ้น ซึ่งในปีนี้บริษัทจะมีการเพิ่มสินค้าใหม่ในส่วนของโครงการ และจากขยายสาขา 60 สาขาในปี 2564 และเพิ่มเป็น 120 ในปี 2565 โดยเป็นการขยายของบริษัทเอง และขยายในรูปแบบแฟรนไชส์ ซึ่งบริษัทสามารถเข้าถึงโครงการขนาดใหญ่ระดับประเทศ ไม่ว่าจะเป็นห้างสรรพสินค้า และคอนโดมิเนียม

 

ส่วนการเติบโตของท่อเหล็กโครงสร้าง ZIGA ปี 2564 คาดว่ารายได้ปี 2564 จะเติบโตที่ราว 15- 20% แบ่งเป็นจาก Outlet 10% และเพิ่มจาก Online 5% ส่วนท่อร้อยสายไฟ DAIWA เพิ่มขึ้นจากเดิม 5%

 

ขณะที่การก่อสร้างโรงเรือนแบบ Smart Farm มีพันธมิตรมากมาย ซึ่งได้ผลตอบรับค่อนข้างดี และเป็นธุรกิจที่ใช้การก่อสร้างไม่นาน เพื่อให้ทันต่อความต้องการ โดยใช้ความเชี่ยวชาญของ ZIGA รวมถึงวัตถุดิบหลักอย่างเหล็กกัลวาไนซ์ของทาง ZIGA ซึ่งถือเป็นเหล็กที่เหมาะกับการสร้างเป็นโรงเรือนให้กับพืชเศรษฐกิจชนิดนี้ สามารถสร้างโรงเรือนได้อย่างรวดเร็วและมีความคุ้มค่าในระยะยาว

 

ก่อสร้างโรงเรือน

 

ทั้งนี้บริษัทจะก่อสร้างโรงเรือนปลูกพืชกัญชาและกัญชงร่วมกับ บริษัท ทีเอสซีจี กรุ๊ป จำกัด ที่มีการตั้งเป้าหมายการปลูกกัญชงจำนวน 4,000 ไร่และ บริษัท แพล้นโทโลยี จำกัด ที่ตั้งเป้าปลูกกัญชง 13,000 ไร่ โดยบริษัทคาดว่าจะเริ่มติดตั้งและส่งมอบโรงเรือนในช่วงไตรมาส 2/64 นี้ แต่ก็เชื่อว่าการติดตั้งและส่งมอบอาจจะไม่เร็วมากนัก เนื่องจากต้องมีการขออนุญาตในการปลูกและขบวนการขั้นตอนต่างๆ อย่างละเอียด

 

 

ข่าวที่เกี่ยวข้อง