ศาลฎีกาพิพากษายืน ประหารชีวิต 6 คน บึ้มป่วนปัตตานี คุกตลอดชีวิต 3 อีกรายคุก 36 ปี 8 เดือน

ศาลฎีกาพิพากษายืน ประหารชีวิต 6 คน บึ้มป่วนปัตตานี คุกตลอดชีวิต 3 อีกรายคุก 36 ปี 8 เดือน
มติชน
4 มีนาคม 2564 ( 17:17 )
34
ศาลฎีกาพิพากษายืน ประหารชีวิต 6 คน บึ้มป่วนปัตตานี คุกตลอดชีวิต 3 อีกรายคุก 36 ปี 8 เดือน

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วานนี้ (3 มีนาคม) ศาลจังหวัดปัตตานีอ่านคำพิพากษาศาลฎีกา คดีดำที่ อ.1118/60 คดีแดงที่ 1539/61 ยืนตามศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ ประหารชีวิต 6 คน จำคุกตลอดชีวิต 3 คน และจำคุก 36 ปี 8 เดือน 1 คน ในคดีลอบวางระเบิดก่อวินาศกรรม 6 ครั้งในพื้นที่เทศบาลเมืองปัตตานี จ.ปัตตานี ในช่วงเดือน มิ.ย.-ธ.ค.2559

 

ดังนี้ (1) เหตุลอบวางระเบิดร้านศรีปุตรี ข้างมัสยิดกลางเมืองปัตานี เมื่อวันที่ 3 ก.ค.2559 (2) เหตุระเบิดบริเวณร้านก๋วยเตี๋ยวเบิ้ม หน้าตลาดโต้รุ่ง ถนนพิพิธ ในเขตเทศบาลปัตตานี เมื่อวันที่ 24 ต.ค.2559 เหตุการณ์นี้มีผู้เสียชีวิต 1 ราย บาดเจ็บ 18 คน

 

(3) เหตุจับกุมนายรุสรัน แวกะยี ตรวจพบอาวุธปืน 1 กระบอก และอุปกรณ์ประกอบระเบิดในพื้นที่ ต.บาราเฮาะ อ.เมือง จ.ปัตตานี เมื่อวันที่ 3 ธ.ค.2559 (4) เหตุจับกุมนายฮามิด เจะมะ ตรวจยึดอุปกรณ์ระเบิดในพื้นที่ ต.คลองมานิง อ.เมืองปัตตานี (5) เหตุระเบิดเรือ ธ.ศิริพงษ์ และเรือโชคพรชัย 3 ต.สะบารัง อ.เมือง จ.ปัตตานี เมื่อวันที่ 18 มิ.ย.2559 โดยเหตุการณ์นี้ตรวจสอบพบว่า คนร้ายนั่งเรือไปก่อเหตุ โดยนำระเบิดแสวงเครื่องติดตั้งไว้บนกล่องโฟม แล้วนำไปวางใกล้กับเรือ และ (6) เหตุระเบิดร้าน JP เฟอร์นิเจอร์ อ.เมืองปัตตานี เมื่อวันที่ 19 มิ.ย.2559

 

ทั้ง 6 คดีมีจำเลยรวม 10 คน ประกอบด้วย (1) นายมะซัน สาและ จำเลยที่ 1 จับกุมเมื่อวันที่ 2 ธ.ค.2559 (2) นายอับดุลเลาะ ฮะยีอูมาร์ จำเลยที่ 2 จับกุมเมื่อวันที่ 3 ธ.ค.2559 (3) นายอิบรอเห็ม ยูโซ๊ะ จำเลยที่ 3 จับกุมเมื่อวันที่ 3 ธ.ค.2559 (4) นายอัมรีย์ ลือเย๊าะ จำเลยที่ 4 จับกุมเมื่อวันที่ 9 ธ.ค.2559 (5) นายสันติ จันทรกุล จำเลยที่ 5 จับกุมเมื่อวันที่ 17 ธ.ค.2559

 

(6) นายอายุบ เปาะลี จำเลยที่ 6 จับกุมเมื่อวันที่ 2 มี.ค.2560 (7) นายฮามิด เจ๊ะมะ จำเลยที่ 7 จับกุมเมื่อวันที่ 18 ธ.ค.2559 (8) นายอิสมะแอ ตุยง จำเลยที่ 8 จับกุมเมื่อวันที่ 30 ธ.ค.2559 (9) นายรูสรัน แวหะยี จำเลยที่ 9 จับกุมเมื่อวันที่ 12 ธ.ค.2559 และ (10) นายนอรอนิง นอเดร์ จำเลยที่ 10 จับกุมเมื่อวันที่ 26 ธ.ค.2559

 

สำหรับสาระสำคัญของคำพิพากษา ศาลฎีกาเห็นว่าการกระทำของจำเลยเป็นความผิดฐานซ่องโจร เป็นการร่วมกันสะสมกำลังพลหรืออาวุธเพื่อก่อการร้าย โดยพยานสำคัญตามโครงการคุ้มครองพยานให้การซัดทอดว่าจำเลยเป็นผู้ร่วมก่อเหตุจากหลายเหตุการณ์

ศาลฎีกาจึงพิพากษารวมทุกฐานความผิด โดยสั่งลงโทษประหารชีวิต จำเลยที่ 3, 4, 5, 6, 8, 10 รวม 6 คน และสั่งจำคุกตลอดชีวิต จำเลยที่ 1, 2, 9 รวม 3 คน ขณะที่จำเลยที่ 7 ศาลพิพากษาจำคุก 36 ปี 8 เดือน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง