รีเซต

ผู้โดยสารสาวสวมบทนาตาชา ส่งซิกแอร์ฯ จับโจรบนเครื่องบินระทึกเหมือนหนัง

ผู้โดยสารสาวสวมบทนาตาชา ส่งซิกแอร์ฯ จับโจรบนเครื่องบินระทึกเหมือนหนัง
TNN ช่อง16
27 ธันวาคม 2566 ( 13:05 )
55
ผู้โดยสารสาวสวมบทนาตาชา ส่งซิกแอร์ฯ จับโจรบนเครื่องบินระทึกเหมือนหนัง

ในช่วงปลายปีซึ่งเป็นช่วงเวลาแห่งการท่องเที่ยว นอกจากเรื่องอุบัติเหตุแล้ว มิจฉาชีพ และโจรที่แฝงคราบมาในรูปแบบของคนปกติเป็นอีกเรื่องหนึ่งที่ต้องระมัดระวัง  ล่าสุดมีผู้โดยสารสาวรายหนึ่งได้ประสบเหตุการณ์เผชิญหน้ากับโจรบนเครื่องบิน ถึงแม้โจรรายดังกล่าวไม่ได้ขโมยทรัพย์สินของเธอ แต่เธอก็ช่วยจับโจรได้ด้วยการเขียนข้อความส่งให้แอร์โฮสเตสแบบลับ ๆ เรียกได้ว่าเหตุการณ์นั้นระทึกเหมือนอยู่ในหนังไม่มีผิด โดยเรื่องทั้งหมดมีดังต่อไปนี้ 


‘เตือนภัยโจรขโมยของบนเครื่องบิน’  ขอแชร์ประสบการณ์ การจับโจรบนเครื่องบินค่ะ 


- เราเดินทางจากกรุงเทพไปฮ่องกง เวลาประมาณตีสาม ของวันที่ 27 พฤศจิกายนที่ผ่านมา 

- เรากับเพื่อนขึ้นเครื่องเกือบเป็นคนท้ายๆของลำ เรานั่งในแถว41 เรานั่งริมหน้าต่าง เพื่อนนั่งกลาง และเป็นชายวัยกลางคนนั่งริมทางเดิน 

- พอเครื่องออกบินไปได้สักพัก เพื่อนที่นั่งอยู่ตรงกลางเริ่มบอกเราว่าคนข้างๆขยับแบบตลอดเวลาไม่หยุด และเอาตัวเข้ามาใกล้ๆเพื่อนเราจนน่าอึดอัด   และเริ่มยกเท้าขึ้นมาสูงมาก พอสัญญาณไฟดับลง เพื่อนเลยเดินไปหาแอร์เพื่อขอย้ายที่นั่ง

- พอเพื่อนเราเดินไปหาแอร์  ผู้ชายวัยกลางคนดูรนๆขึ้นมาทันทีค่ะ ตอนนั้นเรายังไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้น แต่มันทำให้เราเริ่มสังเกตเขา 

- และทันใดนั้นเขาก็เดินมุ่งไปที่หน้าเครื่องเพื่อหาแอร์  ตรงจุดที่เพื่อนเราอยู่ เพื่อขอน้ำ ตอนนั้นเราคิดว่าไม่ปกติแน่ๆ แต่ก็ยังไม่แน่ใจว่าเขาทำอะไร ( เราเลยสังเกตว่าน้ำขวดเก่าเขาก็ยังไม่หมด จะไปทำไม)  

- พอเพื่อนเราย้ายไป กลายเป็นโจรกับเรานั่งอยู่สองคน โดยที่ที่นั่งตรงกลางว่าง  ( ตอนนี้โจรกับเราจับตาดูกันและกันตลอดเวลา สงครามประสาทสุด ) 


- เนื่องจากเป็นไฟล์กลางคืน ในเวลาต่อมาไฟถึงดับมืดลงค่ะ จังหวะนั้น โจรหยิบกระเป๋าจากบนเคบินมา วางไว้ที่นั่งว่างๆ ย้ายกระเป๋าไปไว้ที่ขาของเขา และหยิบมันขึ้นมาค้น (มือเขาสั่นมาก )   และสุดท้ายเขาได้หยิบบางอย่างจากกระเป๋าใบนั้นเก็บไว้เอง  และเอากระเป๋าวางคืนที่เดิม 

-ตอนนั้นเราเองก็ยังไม่แน่ใจว่าคืออะไร เพราะเราขึ้นเครื่องหลังเขา คิดว่าอาจจะหยิบของตัวเองก็ได้  แต่เริ่มคิดว่าเขาอาจจะเป็นโจร ทางเดียวที่เราจะรู้ได้คือ เจ้าของกระเป๋าตัวจริง ต้องหยิบกระเป๋าใบนั้น 

- เดชะบุญมากที่ต่อมาอีกประมาณ 20 นาที เจ้าของกระเป๋าตัวจริงนั่งอยู่แถว 42หยิบกระเป๋าเพื่อเอาปากกา  ( แต่ก็ยังไม่รู้ตัวว่าของหาย) ตอนนั้นโจรก็ดูรนมากอีกครั้ง 

- เราเองที่นั่งอยู่ริมหน้าต่างและโจรก็จับตาดูเราทุกการเคลื่อนไหว พยายามคิดว่าจะทำยังไงเพื่อขอความช่วยเหลือ 

เราเลยเขียนโน้ตและยื่นให้แอร์ตอนที่แอร์มาเก็บขยะ  (ตอนนั้นเราใจเต้นมากมีความกังวลหลายอย่าง ภาษาอังกฤษก็ไม่ได้เป๊ะมาก) 



- แอร์ได้รับโน้ต และพยักหน้า จากนั้นไม่นานมีแอร์ผู้ชายเดินมาถามผู้โดยสายแถวที่ 42 ว่ามีอะไรหายมั้ย ตอนนั้นเขาก็ยังไม่รู้ตัวบอกว่าไม่มี  โจรมือสั่นสุด ๆ และรนมากตอนนั้น และก็โล่งใจที่ผู้เสียหายยังไม่รู้ตัว 

- พอเครื่องจะลงจอดจริงๆ ผู้เสียหายรู้ตัวค่ะ!  และแอร์บนเครื่องคอยสังเกตุอยู่  ทางสายการบินก็ประสานงานเจ้าหน้าที่ตำรวจทันที 

- พอเครื่องลงจอดราต่อสัญญาณมือถือ และบอกเพื่อน เพื่อนเลยบอกแอร์และย้ายเราไปนั่งที่ด้านหน้า ระหว่างรอตำรวจมา 

- ตอนเครื่องจอดแล้ว  เรามองออกไปข้างนอก ด้านนอกประสานงานกันจ้าละหวั่นเลยค่ะ 

- ต่อมาอีกราวๆ 15-20 นาที ตำรวจก็มาจับโจรบนเครื่อง 

- ตอนโจรออกไปจากเครื่องก็มองแรงเราไป 1 ที 

- จากนั้นเราก็ให้ปากคำกับตำรวจที่ภาคพื้น 



*สิ่งที่โจรหยิบไปเรามารู้ตอนเจอผู้เสียหายว่าคือเงินค่ะ ช่วงนี้กำลังเข้าสู่ช่วงเทศกาล พี่ ๆ ที่เดินทางช่วงนี้ดูและตัวเองและทรัพย์สินให้ดีนะคะ ของมีค่าพกติดตัวไว้ตลอด โจรมีอยู่ทุกที่ค่ะ* เรียกว่าเป็นอุทาหรณ์ให้ใครหลาย ๆ คนที่กำลังเดินทางอยู่ในขณะนี้ให้เพิ่มความระมัดระวังตัวมากขึ้น เพราะโจร และมิจฉาชีพแฝงตัวมาในทุกรูปแบบจริง ๆ 


ข้อมูลจาก : Kanya Chumsana

ภาพจากKanya Chumsana

ข่าวที่เกี่ยวข้อง