รีเซต

Intel ประกาศเข้าร่วมโปรเจกต์สร้างชิป AI เทราแฟบ (Terafab) ผนึกกำลัง Tesla, ​SpaceX และ xAI

Intel ประกาศเข้าร่วมโปรเจกต์สร้างชิป AI เทราแฟบ (Terafab) ผนึกกำลัง Tesla, ​SpaceX และ xAI
TNN ช่อง16
8 เมษายน 2569 ( 10:42 )
16

วันที่ 7 เมษายนที่ผ่านมา บริษัท อินเทล (Intel) ได้ประกาศความร่วมมือครั้งประวัติศาสตร์ในการเข้าร่วมโปรเจกต์ เทราแฟบ (Terafab) ร่วมกับ 3 บริษัท หลักของอีลอน มัสก์ (Elon Musk) ได้แก่ เทสลา (Tesla), สเปซเอ็กซ์ (SpaceX) และ xAI ความร่วมมือครั้งนี้เพื่อยกระดับเทคโนโลยีการผลิตซิลิคอนและผลิตชิปประมวลผลประสิทธิภาพสูงพิเศษสำหรับใช้งานในศูนย์ข้อมูลบนโลกและอวกาศ 

รู้จักกับโปรเจกต์เทราแฟบ (Terafab) 

โปรเจกต์เทราแฟบ (Terafab) คือ โปรเจกต์โรงงานผลิตเซมิคอนดักเตอร์ร่วมทุนขนาดมหึมา มูลค่า 20,000-25,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือ 651,400-814,250 ล้านบาท ซึ่งจะตั้งอยู่ที่พื้นที่ตอนเหนือของโรงงาน Giga Texas ในเมืองออสติน รัฐเท็กซัส สหรัฐอเมริกา

โดยโรงงานแห่งนี้มีเป้าหมายที่จะรวบรวมกระบวนการสร้างชิปทั้งหมดไว้ในอาคารเดียว ทั้งการออกแบบ การผลิต การทำหน่วยความจำ และแพ็กเกจจิ้งขั้นสูง เพื่อลดการพึ่งพาบริษัทผลิตชิปภายนอก

เป้าหมายการผลิตของโรงงานจะเน้นที่ชิป 2 ประเภทหลัก ได้แก่

1. ชิปประหยัดพลังงานสำหรับการประมวลผลปลายทาง (Edge-inference) เพื่อนำไปใช้กับระบบขับเคลื่อนอัตโนมัติ (FSD) ของ Tesla, รถยนต์ไร้คนขับ Cybercab, Robotaxi และหุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์ Optimus

2. ชิปพลังงานสูงที่ทนทานต่อรังสีสำหรับใช้ในดาวเทียมของสเปซเอ็กซ์ และศูนย์ข้อมูลในวงโคจรของ xAI บนอวกาศ

และเป้าหมายสูงสุดของเทราแฟบ คือ การผลิตกำลังประมวลผลให้ได้ถึง 1 เทราวัตต์ (TW) ต่อปี ซึ่งคิดเป็น 50 เท่าของกำลังการผลิตชิป AI ทั่วโลกในปัจจุบัน

บทบาทสำคัญของ Intel 

แม้ในตอนแรกโปรเจกต์นี้จะถูกนำเสนอราวกับว่าบริษัทของอีลอน มัสก์ เป็นผู้ลงมือสร้างโรงงานผลิตชิปเองทั้งหมด แต่ในความเป็นจริงแล้ว บริษัท Intel คือ กุญแจสำคัญที่จะทำให้โรงงานแห่งนี้เกิดขึ้นได้จริง

เนื่องจากบริษัท Intel มีความเชี่ยวชาญระดับโลกทั้งด้านเทคโนโลยีกระบวนการผลิตขั้นสูง เช่น โหนดการผลิต 18A ที่กำลังเริ่มผลิตจำนวนมาก, อุปกรณ์การผลิตชิปปริมาณมหาศาล และเทคโนโลยีการแพ็กเกจจิ้งเข้ามาช่วยบริหารจัดการกระบวนการผลิตชิปคอมพิวเตอร์
 
สำหรับความร่วมมือระหว่าง 2 บริษัทในครั้งนี้ได้รับการยืนยันอย่างเป็นทางการหลังจากลิป-บู ตัน (Lip-Bu Tan) ซีอีโอของบริษัท Intel ได้ให้การต้อนรับอีลอน มัสก์ ที่โรงงานของอินเทล และได้มีการจับมือร่วมงานกันเมื่อช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา

ผลประโยชน์ที่ทั้งสองฝ่ายได้รับ 

สำหรับเครือข่ายธุรกิจของอีลอน มัสก์ ดีลนี้จะช่วยรับประกันว่าพวกเขาจะมีชิปที่ผลิตในสหรัฐอเมริกาเพื่อรองรับการเติบโตของหุ่นยนต์หลายร้อยล้านตัว และโครงสร้างพื้นฐาน AI ในอวกาศ โดยไม่ต้องเผชิญกับปัญหาคอขวดด้านซัพพลายเชนหรือข้อจำกัดด้านกำลังการผลิตของ TSMC และ Samsung 

ในขณะเดียวกัน สำหรับอินเทล นี่คือความสำเร็จครั้งใหญ่ของธุรกิจรับจ้างผลิตชิป (Intel Foundry) ที่ได้ลูกค้าแม่เหล็กรายใหญ่เข้ามาช่วยสนับสนุนการลงทุน นอกจากนี้ ความร่วมมือดังกล่าวยังช่วยยกระดับความมั่นคงทางด้านเซมิคอนดักเตอร์ของสหรัฐอเมริกา และผลักดันให้นวัตกรรมซิลิคอนสำหรับ AI ก้าวไปอีกขั้น 

ยอดนิยมในตอนนี้

แท็กยอดนิยม

ข่าวที่เกี่ยวข้อง